วันจันทร์, มิถุนายน 22, 2026
Home > Cover Story > 10 ปี Matara สลัดภาพจำของ “ไข่มุก” เมื่อคนรุ่นใหม่พาแบรนด์ไทยก้าวสู่สากล

10 ปี Matara สลัดภาพจำของ “ไข่มุก” เมื่อคนรุ่นใหม่พาแบรนด์ไทยก้าวสู่สากล

“ไข่มุก” ถือเป็นหนึ่งในเครื่องประดับชิ้นโปรดของผู้หญิงหลายๆ คน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สำหรับอีกหลายๆ คนยังมีภาพจำของไข่มุกว่าเป็นเครื่องประดับของคนมีอายุ หรือใส่แล้วทำให้ดูมีอายุ แต่ภาพจำเหล่านี้กลับเป็นแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง “จงจินต์ จึงสุระ” และเพื่อนสนิทอีก 2 คน จับมือกันสร้างแบรนด์ “Matara” แบรนด์เครื่องประดับไข่มุกที่ต้องการสลัดภาพจำเดิมๆ และทำให้ไข่มุกเป็นเครื่องประดับที่ใครๆ ก็สวมใส่ได้

ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น แบรนด์มธราเกิดขึ้นจาก 3 เพื่อนสนิทสมัยเรียน จงจินต์ จึงสุระ, สาลิล อันธพันธ์ และ พัชชาพลอย เมธารุ่งสมบัติ ที่มีโอกาสร่วมกันทำเสื้อการกุศลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อปี 2554 โดยนำเงินที่ได้ไปบริจาคให้กับสภากาชาดไทย จากการรวมกลุ่มในครั้งนั้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้ง 3 คน ตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกัน ประกอบกับความชื่นชอบในเครื่องประดับ “ไข่มุก” ของจงจินต์ จึงเกิดเป็นไอเดียให้เธอชักชวนเพื่อนๆ มาทำแบรนด์เครื่องประดับไข่มุกภายใต้ชื่อ “Matara”

“เรา 3 คนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยมที่โรงเรียนเซนต์ฟรังฯ แล้วก็เข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเหมือนกันแต่คนละคณะ ตอนเรียนจบมาแรกๆ เป็นช่วงน้ำท่วม ข่าวที่ออกมาแต่ละวันก็ไม่ค่อยดีเท่าไร เราเลยอยากสร้างเรื่องดีๆ ขึ้นมา จึงรวมตัวกันทำเสื้อออกมาขายเพื่อไปช่วยน้ำท่วม อาทิตย์เดียวได้เงินมา 3 หมื่นกว่าบาท หลังจากนั้นก็เลยมองหน้ากันแล้วคิดว่าทำธุรกิจด้วยกันได้แล้ว มันไปด้วยกันได้ เพราะตอนทำเสื้อมันก็ไม่ง่าย” จินต์-จงจินต์ จึงสุระ ผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มธรา (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Matara กล่าวกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” พร้อมเล่าถึงที่มาเพิ่มเติมว่า

“ประกอบกับส่วนตัวจินต์เป็นคนชอบไข่มุก เห็นคุณแม่ใส่มุกมาตั้งแต่เด็กๆ รู้สึกว่าสวย หันไปเจอผู้หญิงคนไหนที่ใส่มุกก็จะชอบ ดูสวย ดูดี แล้วชอบแบรนด์ชาแนลมากเพราะชอบดีไซน์ จินต์เชื่อว่าทุกคนรู้ว่าไข่มุกมันมีคุณค่า มันมีเอกลักษณ์ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะใส่ เพราะมันใส่ยาก ใส่แล้วดูแก่ จะทำยังไงให้คนรุ่นใหม่อย่างจินต์รู้สึกอยากใส่มุก เลยต้องกลับไปมองแบรนด์ระดับโลกอย่างชาแนล ทำไมคนถึงอยากใส่ เราก็หันมาคุยกับเพื่อนว่ามันมีช่องว่างทางการตลาด ยังไม่มีแบรนด์ไหนที่ทำหน้าตาที่ให้ความรู้สึกเหมือนชาแนล น่าสวมใส่แต่เป็นมุกแท้ เพราะฉะนั้นเราต้องการออกนอกกรอบ ซึ่งกลายเป็นที่มาของการก่อตั้ง Matara แบรนด์เครื่องประดับมุกแท้ ดีไซน์ทันสมัย และสามารถขายในราคาที่ชนกับชาแนล”

Matara (มธรา) ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 ในฐานะแบรนด์เครื่องประดับมุกแท้ที่ต้องการสลัดภาพจำเดิมๆ ของเครื่องประดับไข่มุกให้ทันสมัยขึ้น เพื่อทำให้ไข่มุกกลายเป็นเครื่องประดับที่คนทุกวัยและทุกไลฟ์สไตล์สามารถสวมใส่ได้อย่างมั่นใจในทุกวัน โดยชื่อแบรนด์ก็นำมาจากนามสกุลของผู้ก่อตั้งทั้งสามคนมารวมกันนั่นเอง

“ไข่มุก” ไม่แก่ แต่ดูเก๋

Matara ถือเป็นแบรนด์คลื่นลูกใหม่ของวงการเครื่องประดับไข่มุกที่น่าจับตา ด้วยจุดเด่นที่คุณภาพของไข่มุกทั้งมุกน้ำจืดและมุกน้ำเค็มระดับพรีเมียมที่ทางแบรนด์ไปเสาะหามาจากทั่วโลก รวมถึงดีไซน์ที่ร่วมสมัยออกนอกกรอบและสลัดภาพจำเดิมๆ ของไข่มุก เพื่อให้เป็นดีไซน์ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ บวกกับฝีมือที่ประณีตของช่างฝีมือชาวไทย ทำให้ Matara สามารถสร้างชื่อเสียงได้อย่างรวดเร็วและก้าวสู่ร้านค้าระดับโลกถึง 4 แห่ง ภายในระยะเวลาอันสั้น

ปี 2558 Matara ประสบความสำเร็จจากการบินลัดฟ้าไปเปิดตัวที่ลอนดอน และเป็นจุดเริ่มที่ทำให้แบรนด์เริ่มขยายตลาดสู่ระดับสากล ทั้ง ปารีส นิวยอร์ก ฮ่องกง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังขยายตลาดกว้างขึ้นไปอีกขั้น เมื่อได้จับมือกับ S. Maneephand หนึ่งในผู้ผลิตเครื่องประดับชั้นนำของเอเชีย ที่กลายเป็นคู่หูผู้ทรงพลังที่ได้ร่วมกันออกแบบชิ้นงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เมื่อไข่มุกและเพชรแท้มาอยู่คู่กันในคอลเลกชัน “Matara Fine Jewelry” ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างดี ทำให้ Matara เติบโตในวงการเครื่องประดับมาอย่างต่อเนื่อง และขึ้นแท่นแบรนด์ระดับไฮเอนด์

“เราสร้างกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างเฉพาะที่รู้สึกว่าใส่แล้วคุ้มค่ากว่าที่จะไปซื้อแบรนด์ระดับโลก สามารถสร้างกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบไข่มุกอยู่แล้ว และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มหันมาสนใจไข่มุก อันที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Matara เราดีไซน์โดยซ่อนมุกอยู่ข้างในตะกร้อที่ทำมาครอบมุกไว้ เรียกว่าออกนอกกรอบไข่มุกเลย เพื่อตอบโจทย์คนที่ไม่ได้อยากใส่มุกจ๋าๆ ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นดีไซน์ซิกเนเจอร์ที่คนชื่นชอบ”

โดยในช่วงแรก Matara ใช้วิธีการขายผ่านช่องทางอินสตาแกรม ตลาดต่างๆ ตามมาด้วยการเปิดร้านป๊อปอัปในห้างสรรพสินค้าอย่าง เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และสยามพารากอน อยู่ราวๆ 2 ปี กระทั่งโควิด-19 ระบาด ทำให้ต้องปิดร้านป๊อปอัปในห้างสรรพสินค้าและย้ายไปเปิดร้านในโรงแรมระดับ 5 ดาวแทน โดยเปิดที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล และโรงแรมเพนนินซูลา ก่อนที่ในปี 2565 จะย้ายมาเปิดร้านที่ เกษรวิลเลจ โดยมาพร้อม Pearl Bar จิวเวลรีบาร์แห่งแรกของแบรนด์ที่รวบรวมไข่มุกหลากหลายขนาดและสีไว้ในที่เดียว

“เมื่อก่อนเราไม่ค่อยเชื่อเรื่องการอยู่ที่ไหนยาวๆ เพราะรู้สึกว่าการเป็นป๊อปอัปมันทำให้เกิดไดนามิกมากกว่า แต่พอโควิด-19 ระบาดทำให้ต้องปิดร้านที่ห้างและไปเปิดในโรงแรม ซึ่งลูกค้าจะเป็นอีกกลุ่มหนึ่งเลย เราเปิดร้านอยู่ที่แมนดาริน โอเรียนเต็ล อยู่ 2 ปี แล้วย้ายไปเพนนินซูลาอีก 3 ปี ก่อนที่จะมาเปิดที่เกษรวิลเลจ ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี”

แบรนด์จิวเวลรีสัญชาติไทย ที่คนดังระดับโลกเลือกใส่บนพรมแดง

นอกจากความต้องการที่จะทำให้เครื่องประดับไข่มุกเข้าไปอยู่ในใจของคนรุ่นใหม่แล้ว อีกหนึ่งเป้าหมายหลักของผู้ก่อตั้ง Matara คือการพาแบรนด์ไทยก้าวสู่สากล ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากขวบปีแรกที่จงจินต์และเพื่อนสามารถพาไข่มุกแบรนด์ Matara บุกร้านค้าระดับโลกถึง 4 แห่งได้สำเร็จ และยังเดินหน้าพาคอลเลกชันใหม่ๆ ไปเปิดตัวในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2565 Matara ยังเป็นที่จับจ้องมากขึ้นไปอีก เมื่อ Thassia Naves เซเลบริตี้สาวชาวบราซิล และ Jessica Wang อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเลือกสวมใส่เครื่องประดับมุกจากแบรนด์ Matara เดินพรมแดงในอีเวนต์ใหญ่แห่งปี “Cannes Film Festival 2022” หรือ เทศกาลหนังเมืองคานส์ 2022 ถัดมาอีกหนึ่งปี Matara ได้อวดโฉมในงานใหญ่อีกครั้ง เมื่อแร็ปเปอร์สาวระดับโลก Cardi B ปรากฏตัวบนพรมแดงในงาน Met Gala 2023 พร้อมเครื่องประดับจากแบรนด์ Matara เช่นกัน นั่นทำให้แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติไทยแบรนด์นี้เป็นที่รู้จักในระดับสากลมากขึ้นตามลำดับ

ล่าสุด Matara ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ระดับสากลขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการจับมือกับศิลปินระดับโลกชาวยูเครน “Anna Chekh” เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “Shadow Man Collection” ผลงานที่ผสานงานประติมากรรม สัญลักษณ์และงานฝีมือเข้าไว้ด้วยกัน สร้างบทใหม่ของเครื่องประดับสู่การเป็นศิลปะที่สวมใส่ได้

“Anna Chekh” (อันนา เชค) เป็นศิลปินร่วมสมัยชาวยูเครน ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ประเทศไทย ผลงานศิลปะของเธอครอบคลุมหลากหลายสาขา ทั้งประติมากรรม จิตรกรรม ศิลปะจัดวาง และสื่อดิจิทัล สะท้อนเรื่องราวทางอารมณ์ จิตวิทยา และสังคมผ่านมุมมองที่ทันสมัย ผลงานชิ้นหนึ่งที่โดดเด่นที่สุดของอันนา คือ “Shadow Man” ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์ภายในที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังใบหน้าของผู้คนในสังคมที่ซับซ้อน ที่ผ่านมาผลงานของศิลปินสาวชาวยูเครนคนนี้เคยจัดแสดงในสถานที่จัดแสดงระดับนานาชาติ เช่น Venice Biennale (2024), Carrousel du Louvre (ปารีส), DIFC Sculpture Park (ดูไบ) และ Tokyo Tower มาแล้ว

สำหรับคอลเลกชัน “Shadow Man Collection” ใช้เวลากว่า 3 เดือนจึงจะแล้วเสร็จ โดยจุดเด่นของคอลเลกชันนี้คือการผสมผสานระหว่าง “ศิลปะ” กับ “เครื่องประดับ” ทุกชิ้นทำจากเงินแท้ 925 และตกแต่งด้วยไข่มุกแท้ ออกแบบให้เหมือนงานประติมากรรมขนาดเล็กที่สามารถสวมใส่ได้

“Shadow Man Collection” เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Art Nights ในย่าน Dubai International Financial Centre (DIFC) ของดูไบ แหล่งรวมงานศิลปะและแฟชั่นระดับโลก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากนักสะสมที่ชื่นชอบผลงานของอันนา และผู้ที่ชื่นชอบในผลงานชุดนี้

“คอลเลกชันนี้ยากมาก เพราะมีเรื่องราวที่ชิ้นงานต้องการสื่อทั้งเรื่องครอบครัว สังคม ตอนนี้ชาวยูเครนก็ไม่ได้ใช้ชีวิตง่าย ทั้งหมดมันหล่อหลอมให้อันนาเป็นศิลปินที่ positive มากๆ เราใช้เวลาอยู่ 3 เดือน ใช้ช่างฝีมือชาวไทยทั้งหมดจนแล้วเสร็จ เป็นการทำงานครั้งแรกที่ใกล้ชิดกับศิลปินที่มีแพชชั่นในงาน เขารักใน shadow man ของเขา เปิดตัวครั้งแรกที่ดูไบ ซึ่งจินต์ต้องขอบคุณเขามากๆ เพราะมันเป็นการเปิดตัวที่ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเราก่อน แต่เป็นการเปิดตัวในกลุ่มแฟนคลับของอันนา ไปถึงปุ๊บ ลูกค้าเขาชอบ คนดูไบทั้งผู้หญิงผู้ชายซื้อหมดเลย หลังจากนั้นเดือนกรกฎาคมจึงมาเปิดตัวที่ไทย เราอยากสร้าง impact มากกว่าเรื่องของจิวเวลรี ไม่ใช่บอกสวยแล้วจบ แต่คาดหวังให้คนรู้จักชื่อ Matara และ Anna ในฐานะผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงและมุมมองใหม่ให้กับจิวเวลรี”

นอกจากอันนาแล้ว ที่ผ่านมา Matara ยังทำงานร่วมกับศิลปินและดีไซเนอร์อีกหลายคน เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับเครื่องประดับไข่มุก ทั้งศิลปินชาวฝรั่งเศส, กีต้าร์-ปฏิญญา เกี่ยวข้อง เป็นต้น โดยปัจจุบัน Matara มีเครื่องประดับมากกว่า 30 คอลเลกชัน ตั้งแต่ไข่มุกไปจนถึงเพชร

“ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราเรียนรู้ทุกวัน จากเด็กที่ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร มีแค่ความฝันที่อยากจะทำแบรนด์เพราะความชื่นชอบไข่มุก มาสู่โลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น คิดถึงลูกค้ามากขึ้น เปลี่ยนมุมมองในการนำเสนอ Matara ที่ลึกยิ่งขึ้น เมื่อก่อนเรามองว่าต้องไปต่างประเทศ ต้องไปไกล เราก็บรรลุเป้านั้นเป็นขั้นๆ มา แต่ตอนนี้อยากให้ Matara เป็น top of mind ที่ไม่ใช่เฉพาะในเมืองไทยแต่เป็นระดับโลก และเป็นแบรนด์ที่เป็นมิตรกับทุกคน ถ้าเดินมาที่ร้าน Matara เราพร้อมที่จะบอกเรื่องของมุกให้คุณฟัง โดยที่ไม่จำเป็นต้องซื้อ” จงจินต์ จึงสุระ แห่ง Matara กล่าวทิ้งท้าย.