Home > Cover Story (Page 33)

9 หุ้น IPO เรียงคิวเข้าตลาด เงินเทอร์โบ ดีไอวาย จีเอ็มเอ็มมิวสิค

แม้ตลาดหุ้นไทยช่วงปี 2567 เจอมรสุมหลายรอบ แต่มีหุ้นไอพีโอน้องใหม่เรียงคิวลงสนามเทรด ทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) มากกว่า 40 บริษัท และในปี 2568 เบื้องต้นมีอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 26 บริษัท ทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ทั้งนี้ บริษัทที่ยื่นขอจดทะเบียน SET ล่าสุด จำนวน 9  บริษัท โดยผ่านขั้นตอน Approved ได้รับอนุญาตแบบคำขอให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่แล้ว 4 บริษัท และขั้นตอน Submitted หรือยื่นแบบ filing ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว 5 บริษัท ส่วนตลาด mai มีเข้ามาแล้ว 17 บริษัท ผ่านขั้นตอน Approved

Read More

เคานต์ดาวน์หุ้น BOON ลุยตลาด จากร้านท่อประปาสู่กิจการหมื่นล้าน

อาณาจักร “บุญถาวร” เริ่มต้นจากเด็กหนุ่มที่พลิกกิจการร้านขายท่อประปา กลายเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้ากระเบื้อง เครื่องสุขภัณฑ์ เครื่องครัว โคมไฟและเฟอร์นิเจอร์แบบครบวงจร ผ่านช่องทางสมัยใหม่ แต่ใช่ว่าทุกย่างก้าวจะง่ายดายโรยด้วยกลีบกุหลาบ วิวัฒน์ ทยานุวัฒน์ หรือ “เฮียวัฒน์” ที่พนักงานเรียกขานกัน เป็นลูกชายคนโตในครอบครัวชาวจีน ซึ่งผู้เป็นพ่อ หรือ “แปะ” อยากให้ช่วยสานต่อกิจการมากกว่าคร่ำเคร่งเรียนหนังสือ แต่ปรากฏว่า เด็กหนุ่มมักใช้เวลาช่วงกลางคืนแอบอ่านหนังสือและรีบตื่นมาช่วยงานแปะก่อนไปโรงเรียน จนเข้าเรียนสายเป็นประจำ ซึ่งในที่สุด วิวัฒน์สามารถสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบ เขาตัดสินใจทิ้งกิจการของครอบครัวไปรับราชการเป็นนายช่างฝ่ายโยธา สังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตามความใฝ่ฝัน แต่เกิดจุดพลิกผัน เมื่อเพื่อนสมัยเรียนมัธยมศึกษาส่งข่าวด่วนว่า แปะต้องการให้กลับไปช่วยงานที่บ้าน ทำให้เขาต้องเบนเข็มลุยธุรกิจครอบครัวอีกครั้ง ทว่า การกลับบ้านครั้งนี้ วิวัฒน์ใช้ความรู้ใหม่มาพัฒนาธุรกิจจากร้านค้าโชห่วยให้มีความทันสมัย ใช้ชื่อร้านว่าบริษัท บุญถาวรวัสดุภัณฑ์ จำกัด จัดการปรับพื้นที่ ติดแอร์ แบ่งโซนหมวดหมู่สินค้า มีการทำห้องตัวอย่างให้ลูกค้าสัมผัสได้จริงและขยายธุรกิจ จากเดิมขายเฉพาะท่อน้ำประปาเป็นหลัก เพิ่มไลน์สินค้าสุขภัณฑ์และกระเบื้อง สามารถขยายฐานลูกค้ามากขึ้น ภาพจากวิดีโอ พรีเซนเทชัน วิวัฒน์ ทยานุวัฒน์ รางวัล วิศวจุฬาฯ ดีเด่น

Read More

พลอยชมพู อัมพุช งัด Smart Cart เร่งยอดออนกราวน์

พลอยชมพู อัมพุช ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เกต  เดอะมอลล์ กรุ๊ป เตรียมแผนและกลยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้ออีกหลายชุดในปีหน้า หลังปี 2567 คาดการณ์จะปิดยอดขายเติบโตมากกว่า 2 digits จากปี 2566 และเติบโต 5% จากช่วงก่อนสถานการณ์โควิด โดยเฉพาะการตอบโจทย์ลูกค้าทุกรูปแบบ ทั้งช่องทางออนกราวน์และออนไลน์ ขณะเดียวกันยังพุ่งเป้าออกแบบโปรโมชันและรีวอร์ดต่าง ๆ แบบเรียลไทม์มากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ชอปปิ้งแบบรวดเร็ว ประหยัดเวลา และมีความเฉพาะตัว ล่าสุด พลอยชมพู ในฐานะเจเนเรชันที่ 3 แห่งตระกูลอัมพุช ซึ่งนานๆ จะออกสื่อให้นักข่าวสัมภาษณ์ ประกาศเปิดตัว Gourmet Market Smart Cart โดยถือเป็นซูเปอร์มาร์เกตเจ้าแรกในประเทศไทยที่ใช้นวัตกรรมรถเข็นชอปปิ้งอัจฉริยะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Shopping Made Easy at Once ตอบโจทย์เรื่องความสะดวกรวดเร็วในการค้นหาสินค้า การเข้าถึงโปรโมชันต่าง ๆ และราคา ภายในรถเข็นคันเดียวและสามารถชำระเงินด้วยตนเองที่เครื่อง Smart Cart Self-Check

Read More

“บุญถาวร” จุดพลุ Design Village คีย์ซัคเซสสู้สมรภูมิปีหน้า

“บุญถาวร” เจเนอเรชันใหม่ เดินหน้าโปรเจกต์ Design Village โมเดลค้าปลีกรูปแบบ Home and Lifestyle Mall จากหมุดแรกเจาะย่านราชพฤกษ์เมื่อปี 2561 จนถึงสาขาล่าสุด Design Village  Ratchada ซึ่งบิ๊กบอสใหญ่มั่นใจว่าจะเป็น Key success สำคัญของบริษัทในปี 2568 ปัจจัย คือ โลเคชันย่านรัชดาภิเษก หนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่หรือ New CBD (Central Business District) ของกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยผู้คนที่มองหาประสบการณ์แปลกใหม่ แตกต่าง และประณีต ตรงกับจุดขายของ Design Village การคัดสรรร้านค้าที่ดีที่สุด (Finest Selection) เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตกับสิ่งพิเศษให้เป็นเรื่องปกติ (Finest Lifestyle Norm) สิทธิศักดิ์ ทยานุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญถาวร รีเทล คอร์ปอเรชั่น

Read More

เดิมพันสำคัญของยูบิลลี่ ไดมอนด์ กับ LOVE 100 DIAMONDS

อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในปี 2567 ถูกมองว่าเป็นไปในทิศทางบวก ธุรกิจมีโอกาสขยายตัวจากความต้องการในตลาด ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับคาดการณ์ว่า ราคาสินค้าจะมีเสถียรภาพขณะที่อุปสงค์อุปทานจะมีความสมดุล เนื่องจากระดับการบริโภคเข้าสู่สภาวะปกติ หรือมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ด้วย ขณะที่เครื่องประดับหรูอาจกลายเป็นผู้นำในตลาด โดยผู้ผลิตเครื่องประดับและผู้ค้าอัญมณีระดับไฮเอนด์ เห็นว่าความต้องการเครื่องประดับของนักออกแบบระดับบนและเครื่องประดับเพื่อการลงทุนจะยังคงมาแรง แม้ว่าแนวโน้มของตลาดอัญมณีและเครื่องประดับจะเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่นั่นอาจไม่เพียงพอหากจะก้าวอย่างมั่นคง ยูบิลลี่ ไดมอนด์ จึงตัดสินใจเสริมทัพอาณาจักรเพชรมูลค่าพันล้าน ด้วยการจับมือกับ LOVE100 Diamonds แบรนด์เพชรระดับโลกจากเบลเยียม ของตระกูลทอลคอฟสกี้ (Tolkowasky) กว่าสองศตวรรษของตระกูลทอลคอฟสกี้ ตระกูลแห่งช่างเจียระไนระดับ Master Cutter ที่ถ่ายทอดความรู้และความเชี่ยวชาญความเป็นเลิศด้านการเจียระไนจากรุ่นสู่รุ่นมายาวนานกว่า 8 เจเนอเรชัน โดยเฉพาะ กาบี้ ทอลคอฟสกี้ (Gabi Tolkowasky) ที่นับว่าเป็นปรมาจารย์แห่งการสร้างประกายแสงด้วยการเจียระไน ที่สั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญตลอดช่วงชีวิต โดยได้รับแรงบันดาลใจจากประกายแสงของดวงดาวบนท้องฟ้า นี่จึงกลายเป็นผลงานสำคัญของตระกูลทอลคอฟสกี้ นั่นคือ เพชรทรงกลม 100 เหลี่ยม ซึ่งโดยปกติแล้วเพชรทรงกลมปกติจะมีเพียง 67 เหลี่ยม นี่คือเรื่องราวที่ ฌอง พอล ทอลคอฟสกี้ ทายาทรุ่นที่ 7 จากแบรนด์ LOVE100 Diamonds

Read More

สู่ 100 ปี เจริญอุตสาหกรรม ปั้นผลไม้รถเข็นสู่ Bangkok Tasty

เจริญอุตสาหกรรม หรือ จิ้นฮ่วย ดำเนินธุรกิจผลิตอาหารกระป๋อง ผลไม้แปรรูป มาเป็นเวลา 99 ปี การก้าวเข้าสู่ปีที่ 100 ด้วยแนวคิดที่รอบคอบมากขึ้น เช่น ลดการพึ่งพาเงินจากต่างชาติ ด้วยแนวคิดเพิ่มสัดส่วนลูกค้าไทย พร้อมปั้นแบรนด์ Bangkok Tasty ให้แข็งแรงขึ้น จิราดา หรือ เอมมี่ เล่าจุดเริ่มต้นของเจริญอุตสาหกรรม ที่เริ่มจากรุ่นทวดเมื่อ 99 ปีก่อน จากการทำซีอิ๊ว ก่อนจะขยับขยายมาผลิตอาหารแปรรูป “ธุรกิจเรามีจุดเริ่มต้นจากการทำซีอิ๊ว ก่อตั้งจิ้นฮ่วยในปี พ.ศ. 2468 ซึ่งคือคุณทวด เจน 1 ก่อนจะส่งต่อมายังเจน 2 คุณปู่ เจน 3 คุณพ่อ และเจน 4 คือ พวกเราพี่น้อง ลูกพี่ลูกน้อง” จิราดา ศรีแสงนาม ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่สายงานพาณิชย์ เล่า ธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่หลายบ้านมักจะคอยปูทางและกำหนดเส้นทางเดินของทายาทให้สืบทอดธุรกิจของตระกูลในอนาคต แต่จิราดาเล่าว่า ครอบครัวไม่ได้พูดคุยอย่างเป็นทางการแบบนั้น

Read More

“เต็ดตรา แพ้ค” ปลดล็อกโอกาส เปิดมิติใหม่ตลาดกาแฟพร้อมดื่ม

ปัจจุบันด้วยการใช้ชีวิตที่ต้องเร่งรีบมากขึ้น ทำให้กาแฟพร้อมดื่มที่ตอบโจทย์เรื่องเวลาและความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ถ้าลองเดินสำรวจชั้นวางกาแฟพร้อมดื่มในห้างสรรพสินค้าหรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ ในบ้านเราแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวเลือกของกาแฟพร้อมดื่มในท้องตลาดเมืองไทยยังคงมีให้เลือกไม่มากนัก และยังครองตลาดด้วยผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้น ในขณะที่ภูมิทัศน์ของตลาดกาแฟพร้อมดื่ม (Ready-to-drink หรือ RTD) ในต่างประเทศกลับกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องและน่าจับตามอง ทั้งการเสริมสารอาหารอย่างโปรตีน คอลลาเจน เพิ่มเข้าไปในกาแฟพร้อมดื่ม การพัฒนากาแฟ Plant-based ตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพ และรวมไปถึงการสร้างความแปลกใหม่ด้วยนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้กลับยังมีให้เห็นไม่มากนักในตลาดกาแฟพร้อมดื่มของเมืองไทย ล่าสุด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Tetra Pak ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันบรรจุภัณฑ์และกระบวนการผลิตอาหารที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าย่อมเห็นภาพการเปลี่ยนแปลง เทรนด์ต่างๆ รวมไปถึงโอกาสทางธุรกิจที่กำลังเกิดขึ้น โดยเต็ดตรา แพ้ค ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจของตลาดกาแฟพร้อมดื่มว่า กาแฟคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11 ของการบริโภคเครื่องดื่มทั้งหมดทั่วโลก และยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ปริมาณการบริโภคกาแฟพร้อมดื่มทั่วโลกอยู่ที่ 7,600 ล้านลิตร โดย 75% อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีญี่ปุ่น เกาหลี เป็นประเทศที่บริโภคกาแฟพร้อมดื่มมากเป็นลำดับต้นๆ รองลงมาคือ จีน โดยมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 3.3% สำหรับประเทศไทย

Read More

‘คิคุโอะ อิเบะ’ บิดาแห่ง G-SHOCK กับกลยุทธ์การตลาดในเมืองไทย

Casio (คาสิโอ) เป็นแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นที่น้อยคนนักจะไม่รู้จัก เพราะนอกจากจะมีผลิตภัณฑ์ระดับ Iconic อย่าง “เครื่องคิดเลขคาสิโอ” ที่เป็นเบอร์หนึ่งในตลาดเครื่องคิดเลขระดับโลกแล้ว ยังมี “G-SHOCK” นาฬิกาที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งทนทานระดับตำนาน และเป็นนวัตกรรมชิ้นเอกของแวดวงนาฬิกาที่มีแฟนคลับอยู่ทั่วโลกอีกด้วย G-SHOCK คิดค้นขึ้นโดย “คิคุโอะ อิเบะ” (Kikuo Ibe) วิศวกรกลไกชาวญี่ปุ่นที่เริ่มงานกับคาสิโอมาตั้งแต่ปี 1978 ซึ่งจุดเริ่มต้นของ G-SHOCK เกิดขึ้นเมื่อ 43 ปีที่แล้ว จากการที่คุณอิเบะบังเอิญทำนาฬิกาที่ใช้มานานและเป็นของขวัญจากผู้เป็นพ่อหล่นพื้นจนได้รับความเสียหาย ซึ่งนั่นเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเกิดความคิดที่จะประดิษฐ์นาฬิกาที่มีความทนทานต่อทุกสภาพและถึงจะทำตกพื้นก็ไม่พังขึ้นมา นับจากวันนั้นอิเบะใช้เวลามากกว่า 2 ปี ในการพัฒนานาฬิกาต้นแบบมากกว่า 200 แบบ เพื่อสร้างนาฬิกาที่แข็งแกร่งและทนทานตามที่เขาต้องการ ซึ่งช่วงแรกยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะในช่วงเวลานั้นเป็นยุคของนาฬิกาดีไซน์บางๆ แต่อิเบะเชื่อว่านาฬิกาที่ทนทานจำเป็นที่จะต้องมีขนาดใหญ่และหนา ดังนั้น ในปี 1981 เขาจึงประดิษฐ์นาฬิกาโลหะและนำมาพันด้วยยางก่อนที่จะทำการทดสอบด้วยการโยนลงมาจากหน้าต่างห้องน้ำชั้น 3 ของตึกศูนย์วิจัยของบริษัทคาสิโอ เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งและเก็บข้อมูลว่าต้องพันด้วยยางกี่ชั้นจึงจะดูดซับแรงกระแทกได้ดี อิเบะเล่าต่อว่าการทดลองครั้งนั้นล้มเหลวไม่เป็นท่า นาฬิกาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แต่เขาก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ ในครั้งต่อมาเขาทดลองพันยางรอบนาฬิกาให้มากขึ้น แต่ผลที่ได้นาฬิกาก็ยังพังอยู่เหมือนเดิม กระทั่งการทดลองในครั้งที่ 3 เขาพันยางจนมีขนาดเท่าลูกบอล ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้เป็นที่น่าพอใจ

Read More

“กูร์เมต์” ดัน 4 โมเดล แข่งสงครามซูเปอร์ฯ

หลังเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุ่มทุนปรับ “โฮม เฟรช มาร์ท” เป็น “กูร์เมต์ มาร์เก็ต” ทั้งหมด และอีกไม่กี่ปีต่อมา ลุยปรับโฉม กูร์เมต์ มาร์เก็ต ใหม่อีกรอบ เพื่ออัปเกรดความเป็นซูเปอร์มาร์เกตระดับพรีเมียมและเน้นไลฟ์สไตล์สายสุขภาพ ปัจจุบันกูร์เมต์ มาร์เก็ตมีสาขารวม 17 แห่ง แยกเป็น 4 โมเดล คือ 1. สาขาดาวน์ทาวน์ เจาะย่านธุรกิจในเมือง มี 5 สาขา อยู่ในศูนย์การค้าพารากอน เอ็มดิสทริค ซึ่งแยกเป็น 3 สาขาในห้างเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ ส่วนในเทอร์มินอล 21 เป็นสาขาสแตนด์อะโลน 2. สาขาในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ 6 สาขา ได้แก่ สาขารามคำแหง ท่าพระ งามวงศ์วาน บางแค บางกะปิ

Read More

ค้าปลีกปีงูยังอ่วมพิษ ลุ้นปัจจัยบวก กำลังซื้อฟื้น

บรรดากูรูในวงการรีเทลต่างเชื่อมั่นว่า ธุรกิจค้าปลีกปี 2568 ยังมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นต่อเนื่อง คาดว่ามูลค่าตลาดจะเติบโต 5% จากปี 2567 ที่จะเติบโต 4.8% เป็นผลจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น การฟื้นตัวของการบริโภคและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับมาฟื้นตัว รวมทั้งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐปีหน้า โดยเฉพาะมาตรการเรือธงของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เช่น แผนแจกเงินหมื่นเฟส 2-3 และการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ แต่ปีงูยังพ่นพิษไม่หยุดเช่นกัน ทั้งปัญหาราคาสินค้าแพงขึ้น กำลังซื้อของผู้บริโภคเปราะบาง หนี้ครัวเรือนระดับสูง และความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐอาจเลื่อนแล้วเลื่อนอีก จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์สำรวจค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 เฉลี่ย 18,239  บาท แยกสัดส่วนเป็นค่าใช้จ่ายหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 41.95% ค่าใช้จ่ายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ค่าอาหารบริโภคในบ้าน-ดีลิเวอรี 9.21% ราว 1,679 บาทต่อเดือน ค่าวัตถุดิบประกอบอาหาร เนื้อสัตว์ต่างๆ 9.06% หรือราว 1,652 บาทต่อเดือน ค่าอาหารนอกบ้าน 7.09% หรือ 1,293 บาทต่อเดือน ค่าผักและผลไม้ 5.73% หรือราว

Read More