Home > Cover Story (Page 203)

“กันยง” ลุยโรดแมพ 2020 Turn Around รายได้

 “กันยง อีเลคทริก” ฉลองครบรอบ 50 ปี อย่างสาหัสสากรรจ์ หลังเจอวิกฤตยอดขายในรอบปี 2556 ติดลบต่ำกว่าเป้าหมาย 20% จนกลายเป็นที่มาของแผนเทิร์นอะราวด์พลิกสถานการณ์ ภายใต้แนวคิด “Growing for The Better Tomorrow” โดยวางยุทธศาสตร์เจาะตลาดใหม่ทั่วโลก ไม่ใช่แค่เอเชียแปซิฟิก แต่ต้องกระโดดข้ามไปยึดตลาดยุโรปและทวีปอเมริกา ตามแผนโรดแมพ 2020 ของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ที่ประกาศผลักดันยอดขายทะลุ 5 ล้านล้านเยน ตามโรดแมพ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ปักธงให้ 4 ประเทศหลักในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย คือ ไทย อินเดีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย เป็นฐานการผลิตและฐานการส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก โดยใช้เครือข่ายหรือเน็ตเวิร์คของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค สำนักงานภาคพื้นเอเชียและโอเชียเนีย ซึ่งบริหารเครือข่าย 9 ประเทศ คือ ไทย

Read More

กันยงฯ-มิตซูบิชิ “พัด” ที่โบกและแผ่กว้าง

 จังหวะก้าวของบรรษัทผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีอายุยืนยาวมากว่า 50 ปี ในหลายกรณีย่อมไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองที่องค์กรแห่งหนึ่งสามารถยืนหยัดฝ่ามรสุมของวิกฤตการณ์มาได้อย่างตลอดรอดฝั่งเท่านั้น หากยังมีมิติมุมมองว่าด้วยบาทย่างสำหรับอนาคตที่ท้าทายและต้องเผชิญอยู่เบื้องหน้าด้วย การแถลงข่าวของ กันยงอิเลคทริก ในวาระครบรอบ 50 ปี ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ดำเนินไปในบริบทที่ไม่แตกต่างกันนี้ เพราะนอกจากจะเป็นการย้อนพินิจ ความสำเร็จและประสบการณ์ในช่วงที่ต้องดำเนินฝ่าวิกฤตการณ์หลากหลายแล้ว ในอีกด้านหนึ่งยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่กำลังคืบคลานเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการเปิดประชาคมอาเซียน หรือ AEC ที่กำลังกลายเป็นโอกาสและความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการที่จะต้องปรับตัวเข้าแย่งชิงกันอย่างเอิกเกริก รวมถึง  กันยงอีเลคทริก ที่มุ่งมั่นจะก้าวไปสู่การเป็น regional brand ในช่วง 5 ปีข้างหน้านี้ให้ได้ พัฒนาการของการก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค ไม่ได้ปรากฏขึ้นเฉพาะในกรณีของกันยงอิเลคทริก เท่านั้น หากแต่ดูเหมือนผู้ประกอบเกือบจะทุกรายได้วางเป้าหมายนี้เป็นประหนึ่งเข็มมุ่งไม่แตกต่างกัน หากแต่ผู้ใดจะบรรลุสู่เป้าประสงค์นี้ด้วยวิสัยทัศน์และกระบวนการทางธุรกิจอย่างไรเท่านั้น “มิตซูบิชิฯ เข้ามาปักหลักลงทุนในประเทศไทยร่วมกับกันยงฯ มานานกว่า 50 ปี ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าตลาดในภูมิภาคยังเล็กมาก แต่นับจากนี้ ด้วยขนาดของประชากรกว่า 600 ล้านคน และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค อาเซียนจะเป็นตลาดหลักของเรา” ประพัฒน์ โพธิวรคุณ กล่าวถึงทิศทางของกันยงอิเลคทริก ไว้ครั้งหนึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจมากประการหนึ่งก็คือ ก่อนหน้านี้กำลังผลิตของกันยงอิเลคทริก กว่าร้อยละ 75 เป็นไปเพื่อการส่งออก ซึ่งมีตลาดหลักส่วนใหญ่เน้นหนักไปที่ตลาดญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของผู้ร่วมทุน

Read More

Thai AirAsia เขย่ง-ก้าว-กระโดด

 หากย้อนไปเมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา การเดินทางโดยเครื่องบินดูจะเป็นความสะดวกที่มีไว้ให้เฉพาะคนร่ำรวย และเป็นความใฝ่ฝันของคนรายได้ต่ำทั้งหลาย ที่จะมีประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตได้เดินทางท่องเที่ยวบน “นกเหล็กขนาดมหึมา” สักครั้ง แต่เมื่อธุรกิจการบินได้ผุดสายการบินต้นทุนต่ำ การนั่งเครื่องบินได้กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดขึ้นของแอร์เอเชีย และ “ไทยแอร์เอเชีย” ซึ่งถือว่ามีบทบาทในการพลิกน่านฟ้าของไทยและอาเซียนอย่างไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป ไทยแอร์เอเชีย เปิดตัวเมื่อต้นปี 2546 ด้วยสโลแกน “ใคร ใคร ก็บินได้” โดยเที่ยวบินราคาต่ำรอบแรกเปิดตัวเมื่อกุมภาพันธ์ 2547 อันเป็นช่วงเดียวกับที่ “นกแอร์” เปิดตัวในฐานะสายการบินโลว์คอสต์รายที่ 2 ของเมืองไทย โดยมีการบินไทยเป็นแบ็กอัพ มาถึงวันนี้ ธุรกิจการบินในประเทศไทยเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะช่วง 1-2 ปีนี้ที่เศรษฐกิจของอาเซียนขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ธุรกิจการบินขยายตัวตามไปด้วย แต่เชื่อกันว่า ทันทีที่เปิดเสรีน่านฟ้าอาเซียนในปี 2558 โอกาสการเติบโตของธุรกิจการบินจะมากกว่านี้อีกมหาศาล เพื่อรองรับตลาดอาเซียนที่ใหญ่กว่าไทย 10 เท่า ช่วงที่ผ่านมาหลายสายการบินในไทยจึงมีความเคลื่อนไหวที่ร้อนแรง โดยเฉพาะ “เบอร์หนึ่ง” ในตลาดโลว์คอสต์ โดยปีที่ผ่านมา ไทยแอร์เอเชียได้เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อระดมทุนมาขยายฝูงบิน เพิ่มเที่ยวบิน และเปิดเส้นทางบินใหม่ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเส้นทางสู่อาเซียนและจีนตอนใต้ ปัจจุบัน ไทยแอร์เอเชียมีเส้นทางสู่ประเทศจีนตอนใต้ถึง

Read More

ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เกมลุยน่านฟ้าโลก

 10 ปีที่แล้ว “ไทยแอร์เอเชีย” ได้สร้างภูมิทัศน์ (landscape) ใหม่ในการเดินทางทางอากาศให้กับน่านฟ้าประเทศไทย ด้วยการเปิดให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airline) ที่มาพร้อมกับปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในหลายมิติ จนก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้นำ” ในธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำของเมืองไทย ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการสายการบินนี้รวมตลอด 10 ปี มากกว่า 50 ล้านคน  ปัจจุบัน ไทยแอร์เอเชียมีเที่ยวบินต่อสัปดาห์มากกว่า 800 เที่ยว ไปยังจุดหมายปลายทาง 36 แห่ง ครอบคลุมภายในประเทศ และหลายจุดหมายในต่างประเทศที่มีพิสัยการบินไม่เกิน 4 ชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” จึงถือกำเนิดขึ้น  แม้ว่าการเปิดตัวสายการบินใหม่ครั้งนี้ ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือน “ระเบิด” ลูกใหม่ของอุตสาหกรรมการบินไทย เหมือนเมื่อครั้งเปิดไทยแอร์เอเชียเมื่อ 10 ปีก่อน แต่ด้วยแคมเปญเปิดตัวเส้นทางบินแรก กรุงเทพ-โซล ในราคาเริ่มต้นที่ 1,999 บาทต่อเที่ยว (รวมภาษีและค่าธรรมเนียมแล้ว)

Read More

Tony Fernandes บินสูงสู่ความสำเร็จ?

 ชัยชนะของทีม Queens Park Rangers เหนือคู่แข่งขัน Derby County เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากจะทำให้ QPR ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่สังเวียน Premier League ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษ ที่มีมูลค่ามหาศาลแล้ว ในอีกด้านหนึ่งยังทำให้ชื่อของ Tony Fernandes นักธุรกิจสัญชาติมาเลเซีย ในฐานะประธานสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง สายการบิน AirAsia ได้รับความสนใจกล่าวถึงอย่างกว้างขวางอีกด้วย และจังหวะก้าวทางธุรกิจของ Tony Fernanades ก็เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน Tony Fernanades สั่งสมประสบการณ์ในธุรกิจด้วยการร่วมงานกับ Virgin Atlantic หนึ่งในอาณาจักรธุรกิจของ Richard Branson ในฐานะผู้สอบบัญชี และขยับไปเป็น financial controller ให้กับกลุ่ม Virgin Records ที่กรุงลอนดอนในช่วงปี 1987-1989 เมื่อเขากลับมายังมาเลเซีย เขากลายเป็นกรรมการผู้จัดการที่อายุน้อยที่สุดให้กับ Warner Music (Malaysia) ก่อนที่จะขยับไปเป็นรองประธาน Warner Music

Read More

จากอดีตสู่อนาคต “สยามแม็คโคร” ในร่มเงา ซีพี

 ย้อนกลับในปี 2532 หรือกว่า 25 ปีที่แล้ว การเกิดขึ้นของศูนย์จำหน่ายสินค้าในรูปแบบ Cash and Carry ในนาม สยามแม็คโคร คงสร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการค้าปลีกไทยไม่น้อย แต่บริบทที่เกิดขึ้นกับ สยามแม็คโคร ในวันนี้กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ธุรกิจค้าปลีกไทย ไปไกลเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการถึง บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เริ่มดำเนินธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้าระบบสมาชิก แบบชำระเงินสดและบริการตนเอง ภายใต้ชื่อ “แม็คโคร” ด้วยการจดทะเบียนก่อตั้งบริษัท ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2531 หลังจากที่ SHV Holding บรรษัทที่มีโครงข่ายธุรกิจหลากหลายสัญชาติจากเนเธอร์แลนด์ รุกเข้ามาทำธุรกิจค้าปลีกในเอเชีย ซึ่งควบคู่กับการรุกเข้าไปทั้งในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์  การเข้ามาในเมืองไทยของบรรษัทต่างชาติอย่าง SHV ในครั้งนั้น ย่อมต้องดำเนินไปโดยมีพันธมิตรธุรกิจขนาดใหญ่ของไทย เป็นส่วนหนึ่งของย่างก้าวก่อนที่จะลงหลักปักฐาน ซึ่งไม่แปลกที่ในครั้งนั้นชื่อของเครือเจริญโภคภัณฑ์จะปรากฏเป็นพันธมิตรสำคัญตั้งแต่เริ่ม  “25 ปีที่แล้ว กลุ่มซีพีได้ชักชวนให้ SHV Holding เปิดแม็คโครในเมืองไทย ในขณะที่ซีพี ก็เปิด 7-11

Read More

“แม็คโคร” รุกฐานฟู้ดเซอร์วิส เกมสกัดดาวรุ่ง “เบทาโกร”

 แม้ “แม็คโคร” มีกลุ่มโชวห่วยเป็นฐานลูกค้าเก่าดั้งเดิมและเป็นฐานใหญ่มากกว่า 700,000 ราย แต่อัตราเติบโตของลูกค้ากลุ่มธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหารและจัดเลี้ยง หรือโฮเรก้า (HoReCa: Hotel Restaurant Catering) ที่ขยายตัวต่อเนื่องทุกปีไม่ต่ำกว่า 20% เทียบกับโชวห่วยที่เติบโตเพียง 7% ทำให้แม็คโครต้องวางยุทธศาสตร์เจาะกลุ่มโฮเรก้าเข้มข้นขึ้น เพื่อเพิ่มฐานรายได้และเติมเต็มยุทธการยึดตลาดค้าปลีกทุกรูปแบบตามแผนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) การปรับกลยุทธ์ยังเป็นการวางหมากสกัดคู่แข่งดาวรุ่ง โดยเฉพาะเครือเบทาโกร ซึ่งเร่งปูพรมวางเครือข่ายช่องทางจำหน่ายต่อยอดธุรกิจจากต้นน้ำสู่ธุรกิจค้าปลีกปลายน้ำ โดยสร้างฐานลูกค้าในกลุ่มฟู้ดเซอร์วิสและกลุ่มโฮเรก้าไว้อย่างแข็งแกร่ง  จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2531 จนถึงปัจจุบัน แม็คโคร ซึ่งเป็นศูนย์ค้าส่งระบบสมาชิก (Cash and Carry) มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 2.5 ล้านคน ประกอบด้วยกลุ่มลูกค้าร้านโชวห่วย ร้านค้าปลีกรายย่อย ร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม องค์กรและหน่วยงานต่างๆ  ล่าสุด ขยายสาขาทั่วประเทศ 72 แห่ง แบ่งเป็นศูนย์ค้าส่ง 62 แห่ง โฟรเซ่นช็อป 5 แห่งและฟู้ดเซอร์วิส 5 แห่ง

Read More

MAKRO บนยุทธศาสตร์ค้าปลีก CP

 หากมองย้อนกลับไปนับตั้งแต่ MAKRO กลายเป็นข่าวใหญ่และ talk of the town จากการถูกผนวกให้เป็นส่วนหนึ่งในอาณาจักรธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้ดีลที่มูลค่าสูงมากเป็นประวัติการณ์วงการธุรกิจไทยเมื่อกว่าหนึ่งขวบปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ข่าวคราวของ MAKRO ห่างหายไปจากการนำเสนอในหน้าสื่อต่างๆ พอสมควร ในด้านหนึ่งเนื่องเพราะภาพลักษณ์และแนวคิดหลักของการขับเคลื่อนองค์กรแห่งนี้ กลายเป็นส่วนหนึ่งในการสะท้อนยุทธศาสตร์หลักของผู้นำองค์กรที่โดดเด่นและเข้มแข็งอย่างธนินท์ เจียรวนนท์ เป็นด้านหลัก ขณะเดียวกัน MAKRO ยังต้องดำเนินการปรับโครงสร้างและจัดวางเข็มมุ่งใหม่ให้แหลมคมและสอดรับกับเป้าหมายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ไปด้วยในคราวเดียว การเปิดตัวฉลองครบรอบ 25 ของสยามแม็คโคร เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงเป็นประหนึ่งการประกาศตัวและตอกย้ำแนวทางการรุกรบครั้งใหม่ในธุรกิจค้าปลีกไทย ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในมิติของการเพิ่มจำนวน outlet ในลักษณะของการเพิ่มจำนวนสาขาอีกต่อไป หากหมายรวมลึกซึ้งไปถึงทุกช่องทางการจำหน่าย ที่ยังเปิดกว้างให้เข้าครอบครองด้วย การต่อสู้แข่งขันในสมรภูมิค้าปลีกไทย ไม่เพียงแต่จะอุดมด้วยข่าวความเคลื่อนไหวเปิดตัวสถานที่ตั้งของสาขาที่ขยายไปใหม่เท่านั้น หากยังอุดมด้วยวิสัยทัศน์ที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านภูมิทัศน์ทางธุรกิจให้เข้าสู่บริบทใหม่ ที่มีความหนักหน่วงรุนแรงและส่งผลกระเทือนต่อทุกระนาบในระบบเศรษฐกิจอีกด้วย ตลอดปี 2013 ที่ผ่านมา เครือเจริญโภคภัณฑ์ของธนินท์ เจียรวนนท์ ได้วางเข็มมุ่งที่จะปักหมุดและครอบครองพื้นที่สำหรับการขยายอาณาจักรค้าปลีกของกลุ่มซีพีไว้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการรุกของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ที่ทุ่มทุนกว่า 188,000 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้นแม็คโครจากกลุ่มบริษัท เอสเอชวี โฮลดิ้ง เอ็นวี (เอสเอชวี)

Read More

กว่าจะมาเป็น New Landmark

 ทศ จิราธิวัฒน์ ในสมัยที่ยังเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของกลุ่ม CRC เคยบอกไว้ว่า “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” จะเป็นโครงการที่มีความสำคัญกับกลุ่มเซ็นทรัลอย่างมาก เพราะจะมาต่อยอดภาพลักษณ์ความเป็นห้างไฮเอนด์ให้กับกลุ่มต่อจาก “เซ็นทรัล ชิดลม” ซึ่งวางตำแหน่งเป็น “เรือธง (Flagship)” ห้างหรู ในการใช้เจาะกลุ่มลูกค้าชนชั้น Elite และลูกค้าเกรด A ขึ้นไป นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลในการซื้อที่ดิน 9 ไร่ของสถานทูตอังกฤษ ติดกับเซ็นทรัล ชิดลม เมื่อปี 2549 อันเป็นที่มาของชื่อโครงการ ซึ่งสามารถสื่อถึงความเป็นนานาชาติได้ด้วย โดยราคาที่ดินที่กลุ่มเซ็นทรัลประมูลได้สร้าง talk-of-the-town ในฐานะแชมป์ราคาที่ดินที่แพงที่สุดของเมืองไทยในขณะนั้น ณ สนนราคาราว 9.5 แสนบาทต่อตารางวา โครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี มีจุดเริ่มต้นมาจากการชนะการประมูลที่ดินบริเวณด้านหน้าของสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยของกลุ่มเซ็นทรัล โดยเบื้องต้น กลุ่มเซ็นทรัลมอบหมายให้เซ็นทรัลพัฒนาเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้  แต่เนื่องจากในขณะนั้นเซ็นทรัลพัฒนาเองมีโครงการที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการหลายโครงการ กลุ่มเซ็นทรัลจึงนำโครงการมาบริหารและพัฒนาด้วยตนเอง โดยจัดตั้ง บริษัท เซ็นทรัล เอ็มบาสซี พลาซา จำกัด สำหรับบริหารศูนย์การค้า และ บริษัท เซ็นทรัล

Read More

เฮาส์แบรนด์ เดือด “ท็อปส์” แก้เกมเจาะพรีเมียม

 หลังเจอสงครามเฮาส์แบรนด์ (House Brand) ของกลุ่มดิสเคาน์สโตร์ยักษ์ใหญ่ “เทสโก้ โลตัส” หรือแม้กระทั่งธุรกิจในเครือซีอาร์ซีด้วยกันอย่าง “บิ๊กซี” รุกหนัก เน้นกลยุทธ์ตัดราคาถูกสุดๆ จนต้องหันมาทบทวนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ ล่าสุด ค่ายท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ตเดินหน้าอีกขั้น ปรับแผนแก้เกมใช้ “คุณภาพ” เป็นตัวต่อสู้ “ราคา” เพื่อขยายฐานตลาดระดับพรีเมียม บลูโอเชี่ยนที่มีมูลค่าเม็ดเงินมากกว่าหลายเท่า  ขณะเดียวกัน แม้การทำตลาดอย่างดุเดือดของกลุ่มสินค้าเฮาส์แบรนด์ หรือไพรเวทเลเบิ้ล (Private Label) หรือโอนแบรนด์ (Own Brand) ในช่วงที่ผ่านมาทำให้ผู้บริโภคติดใจและยอดขายเติบโตทั้งตลาดไม่ต่ำกว่า 25-30% โดยเฉพาะช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ยอดขายพุ่งสูงเกือบ 50% เนื่องจากผู้บริโภคคนไทยติดใจสินค้าเฮาส์แบรนด์เพราะราคาถูกกว่าสินค้าของผู้ผลิตในท้องตลาด   แต่เมื่อลูกค้าเรียนรู้ความเป็นเฮาส์แบรนด์ของโมเดิร์นเทรดในฐานะของราคาถูก ไม่เน้นคุณภาพ ทำให้ตลาดเฮาส์แบรนด์ชะลอตัว เปรียบเทียบกับต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแถบยุโรป อเมริกา วางโพสิชั่นนิ่งสินค้าเฮาส์แบรนด์เป็นเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ในแง่สินค้าคุณภาพราคาประหยัด   กลุ่มโมเดิร์นเทรดจึงต้องเร่งอัพเกรดคุณภาพและแบ่งระดับสินค้าแยกตามกลุ่มลูกค้ามากขึ้น ไม่ใช่เน้นราคาถูกแบบเดิมเพียงข้อเดียว  นิค ไรท์ไมเออร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายจัดซื้อสินค้า Own Brand และ Premium Format บริษัท เซ็นทรัล

Read More