Home > Cover Story (Page 202)

ย้อนรอยดีลฮุบ “เจ็ท” สงคราม “จีสโตร์” เดือด

 19 เมษายน 2550 วันบรรลุดีลประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งในวงการน้ำมัน เมื่อบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ทุ่มเม็ดเงินเกือบ 10,000 ล้านบาท เอาชนะการประมูล เซ็นสัญญาฮุบกิจการค้าปลีกน้ำมัน “JET” 147 แห่ง และร้านสะดวกซื้อแบรนด์ "Jiffy” ในประเทศไทยทั้งหมดจากบริษัท  ConocoPhillips ประเทศสหรัฐอเมริกา    การควบรวมกิจการครั้งนั้นเขย่าขวัญคู่แข่ง เพราะ ปตท. มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นทันทีอีก 5-6% หรือประมาณ 34-35% มากกว่า 1 ใน 3 ของตลาด จากเดิมยึดกุมไว้ 1 ใน 4 และมีสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นรวมกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ ถือเป็นการติดปีกรุกตลาดธุรกิจค้าปลีกน้ำมันแบบครบเครื่องอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ดีล “เจ็ท” ไม่ใช่แค่แผนตัดต้นทุนการขยายสถานีบริการน้ำมัน  จากเดิม ปตท. ตั้งเป้าปูพรมผุดปั๊มขนาดใหญ่ระดับ Premium Station ทั่วประเทศเพิ่มอีก 200

Read More

เกมรุกใหม่ ปตท. ยึดตลาดค้าปลีก

 จากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน ปตท. เปิดเกมรุกใหม่ตามนโยบายการขยายธุรกิจกลุ่มนอนออยล์ (Non-oil) เข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกชนิดล้ำหน้าคู่แข่งหลายขุม โดยเฉพาะการจับมือร่วมทุนกับกลุ่ม เค.อี.แลนด์ ผุดคอมมูนิตี้มอลล์ “เดอะ คริสตัล พีทีที” สร้างโมเดลธุรกิจที่สามารถเพิ่มส่วนต่างกำไรแบบพุ่งพรวดกว่าเดิมหลายเท่า ทั้งยอดขายน้ำมันและรายได้กลุ่มนอนออยล์นับสิบโปรเจกต์  ที่สำคัญ ปตท. วางแผนขยายโครงการอย่างต่อเนื่อง ในฐานะแลนด์ลอร์ดที่มีที่ดินทั่วประเทศและเงินลงทุนเต็มหน้าตัก  ถ้านับจากปี 2550 หลังบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซื้อกิจการสถานีบริการน้ำมัน “เจ็ท” และร้านค้าสะดวกซื้อ “จิฟฟี่” จากบริษัท ConocoPhillips สหรัฐอเมริกา โดยจัดตั้งบริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด หรือ PTTRM เป็นผู้บริหารแยกออกจากปั๊ม ปตท. ของบริษัทแม่ รวมถึงบุกขยายธุรกิจกลุ่มนอนออยล์อย่างจริงจังต่อยอดจากแบรนด์ “จิฟฟี่”  ปัจจุบัน PTTRM ดูแลปั๊ม ปตท. รวม 150 แห่ง และธุรกิจนอนออยล์อีก 7 กลุ่ม เริ่มจากกลุ่มร้านค้าสะดวกซื้อ (Convenience

Read More

ปตท. พลังที่ยั่งยืน ในห้วงแห่งการเปลี่ยนผ่าน

 ช่วงเวลา 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่มีหน่วยงานหรือวิสาหกิจแห่งใดได้รับความสนใจและกล่าวถึงมากเท่ากับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รัฐวิสาหกิจที่มีรายได้มากที่สุดของประเทศไทย โดยเฉพาะประเด็นว่าด้วยบทบาทและทิศทางขององค์กรแห่งนี้ว่าจะเป็นไปด้วยท่วงทำนองอย่างไร ขณะเดียวกัน การถกแถลงเพื่อหาหนทางจัดการกับอนาคตของ ปตท. กลับทำให้ภาพอดีตขององค์การเชื้อเพลิง ในสังกัดกรมการพลังงานทหารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และ “สามทหาร” ที่เป็นประหนึ่งต้นทางก่อนการก่อร่างสร้างอาณาจักรพลังงานของไทยในนาม ปตท. ผุดพรายขึ้นมาในห้วงกระแสสำนึกของผู้คนอีกจำนวนหนึ่งไปโดยปริยาย ประวัติการณ์และความเป็นไปของ ปตท. ในวันนี้ในด้านหนึ่งดำเนินไปท่ามกลางอุดมการณ์ที่สวนทางและเป็นคู่ขนานระหว่างการเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ถือหุ้นส่วนใหญ่โดยรัฐ พร้อมกับหน้าที่ในการประคับประคองให้สามารถพึ่งพาตัวเองในเชิงพลังงานและเอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนส่วนใหญ่ แต่ในอีกบริบทหนึ่งของ ปตท. ในฐานะที่เป็นบริษัทมหาชนจดทะเบียนระดมทุนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ สถานภาพดังกล่าวกลับทำให้ ปตท. ต้องแสวงหารายได้รับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ตามหลักสากลของการประกอบกิจการในเชิงธุรกิจ ความขัดกันในเรื่องผลประโยชน์ในการดูแลส่วนได้ส่วนเสียให้กับประชาชนทั่วไปและผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในลักษณะเช่นว่านี้ จึงกลายเป็นวาทกรรมที่อยู่คู่และครอบงำความเป็นไปขององค์กรแห่งนี้มาเกือบตลอดระยะเวลาของการดำรงอยู่ของ ปตท. เลยก็ว่าได้ หากในความเป็นจริงไม่ว่า ปตท. จะมีทิศทางในอนาคตอย่างไร ดูเหมือนว่าผู้มีความสามารถและเชี่ยวชาญซึ่งได้ถูกสถาปนาให้เป็นผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัท กลับกลายเป็นกลุ่มบุคคลกลุ่มแรกๆ ที่จะได้รับการดูแลจาก ปตท. เป็นพิเศษตั้งแต่ต้น และนั่นเป็นเหตุให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างมุ่งหมายที่จะได้เข้ามามีบทบาทและตำแหน่งใน ปตท. อย่างต่อเนื่องไม่ต้องนับรวมเรื่องผลประโยชน์รายทางอื่นๆ ที่ยังอภิปรายและหาข้อเท็จจริงมาพิสูจน์ระบุความถูกผิดได้อย่างชัดเจน มิติที่ว่านี้ ดูจะเป็นเรื่องราวที่สะสมและเป็นรากของปัญหาสำหรับ ปตท. มาเนิ่นนาน แม้ว่าจะไม่ใช่ประเด็นทางยุทธศาสตร์ของการพัฒนาธุรกิจก็ตาม ย้อนกลับไปปี 2521 “การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย” หรือ “ปตท.” ก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขสถานการณ์และลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนพลังงานในช่วงวิกฤตน้ำมันโลก

Read More

อาหารญี่ปุ่น แผ่กว้างและซึมลึก

 ท่ามกลางมูลค่าทางการตลาดที่มีมากกว่า 2 หมื่นล้านบาทและมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละกว่า 10-15% ต่อปี ดูเหมือนว่าธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นจะกลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมช่วงชิงโอกาสและทำให้ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นเต็มไปด้วยสีสันมากขึ้นไปอีก ก่อนหน้านี้กลุ่มร้านอาหารในเครือของเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป หรือ CRG ซึ่งจัดว่าเป็นหนึ่งในผู้นำ ร้านอาหารญี่ปุ่นในสไตล์ QSR (Quick Service Restaurants) จากเหตุที่มีแบรนด์หลากหลาย ทั้งแบรนด์ที่สร้างขึ้นเองหรือการได้สิทธิ์แฟรนไชส์จากต่างประเทศเข้ามาทำตลาด ดูจะครองความได้เปรียบในมิติของหน้าสัมผัสที่สามารถรองรับการเข้าถึงของผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง โดยที่ผ่านมา ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือของ เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด CRG ไล่เรียงรายชื่อไม่ว่าจะเป็นร้านสเต๊กสไตล์ญี่ปุ่น ในนาม เปปเปอร์ ลันช์ (Pepper Lunch) ร้านราเมง ในนาม ชาบูตง (Chabuton) ร้านชาบู ชาบู สไตล์ญี่ปุ่น ในนาม ริว ชาบู ชาบู (RYU Shabu Shabu) หรือแม้กระทั่งร้านข้าวหน้าเนื้อแบบญี่ปุ่น ในนาม โยชิโนยะ (YOSHINOYA) รวมถึงร้านโอโตยะ

Read More

ก้าวรุกแบบเซน

 จากจุดเริ่มต้นของการเป็นหุ้นส่วนในร้านอาหารญี่ปุ่น แบรนด์ดัง “ฟูจิ” ก่อนจะแตกแขนงออกมาเป็นส่วนหนึ่งในงานอดิเรกและธุรกิจส่วนตัว ที่สร้างรายได้ แต่วันนี้ สุทธิเดช จิราธิวัฒน์ กำลังหนุนนำธุรกิจให้ก้าวเดินไปข้างหน้าอีกขั้น และเป็นก้าวย่างที่น่าสนใจ เพราะด้วยสายตาที่มองเห็นเทรนด์การเติบโตของอาหารญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นภายใต้ชื่อ Zen Restaurant เติบโตขึ้นจากร้านแรกในซอยทองหล่อเมื่อ 22 ปีที่ผ่านมา สามารถขยายสาขาเพิ่มจำนวน และดำเนินควบคู่ไปพร้อมกับการขยายตัวของห้างเซ็นทรัลตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาไปโดยปริยาย เป็นการเติบโตภายใต้แนวความคิด “เรียบ ง่าย เข้าถึงง่าย แต่ใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ” ที่อาจเรียกได้ว่าถอดร่างมาจากคําว่า ZEN ได้เป็นอย่างดี ควบคู่กับ concept “วิถีแห่งคุณภาพ วิถีแห่งเซน” (Quality is our way of life) ที่สามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งขันและผู้ประกอบการรายอื่นได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ZEN ได้ขยายกลุ่มเป้าหมายจากฐานลูกค้าญี่ปุ่นผ่านมายังกลุ่มลูกค้าชาวไทย ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ และเทรนด์การบริโภคอาหารญี่ปุ่นของคนไทยเพิ่มมากขึ้น และจากจํานวนสาขาที่เพิ่มมากขึ้น ทําให้ธุรกิจที่เป็นงานอดิเรกของสุทธิเดช ต้องหันมาปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารเป็นรูปแบบจริงจังมากขึ้น โดย ZEN ปรับภาพลักษณ์ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา พร้อมเปิดเกมเชิงรุก ด้วยการตอกย้ำแบรนด์ ZEN

Read More

Japanese Restaurant: วัฒนธรรมที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ

 ในบรรดาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องด้วยมิติทางวัฒนธรรมนั้น ธุรกิจอาหารดูจะเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่ดำเนินไปอย่างมีพลวัตและการจำเริญเติบโตอย่างต่อเนื่องมากที่สุดแขนงหนึ่ง และดูเหมือนว่าธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นที่กำลังเบ่งบานอยู่ในสังคมไทยด้วยมูลค่ารวมกว่า 2 สองหมื่นล้านบาทจะเป็นตัวอย่างที่ดีในมิติที่ว่านี้ ขณะเดียวกัน การเกิดขึ้นของร้านอาหารญี่ปุ่นที่กระจายตัวและครอบคลุมพื้นที่ในประเทศไทยอย่างกว้างขวางในขณะปัจจุบัน ก็เป็นประหนึ่งการรุกคืบทางวัฒนธรรมครั้งใหม่ที่กำลังแปลงสภาพเป็นมูลค่าทางธุรกิจที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในบริบทของธุรกิจร้านอาหารแต่โดยลำพังเท่านั้น หากยังหมายรวมถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ที่ย่อมมีมูลค่ารวมนับได้หลายหมื่นล้านบาทอีกด้วย ปัจจัยที่ทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นกลับมามีสภาพคึกคักยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม หลังจากที่ครอบครองความนิยมในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนาน ในด้านหนึ่งได้รับการประเมินว่าเป็นผลมาจากกระแสความตื่นตัวในเรื่องสุขภาวะจากการบริโภคและวิถีในการปรุงอาหาร ในขณะเดียวกันต้องยอมรับว่ากรอบโครงทางนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในแบบ Abenomics ก็มีส่วนไม่น้อยในการกระตุ้นให้วัฒนธรรมทางอาหารของญี่ปุ่น ได้รับการส่งเสริมให้เป็นกลไกในการกระตุ้นจักรกลทางเศรษฐกิจของประเทศในห้วงเวลานี้ คำประกาศกร้าวอย่างมั่นใจของ Shinzo Abe นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นต่อหน้านักลงทุนและผู้บริหารกองทุนน้อยใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange) เมื่อช่วงปลายปี 2013 ที่ผ่านมาว่า “ญี่ปุ่นกลับมาแล้ว” สะท้อนมิติมุมมองและทัศนะของภาครัฐที่พร้อมจะสนับสนุนการรุกคืบครั้งใหม่ของภาคเอกชนญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงที่ว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเริ่มกลับมาฟื้นตัวและมีความเชื่อมั่นมากขึ้นอย่างช้าๆ แต่มั่นคง ความพยายามของ Shinzo Abe ในการนำพาญี่ปุ่นออกจากวัฏจักรที่เสื่อมถอยด้วย Abenomics ซึ่งเน้นไปที่ภาคธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ดำเนินควบคู่กับวาทกรรม Beautiful Japan ที่เป็นการสื่อสารกับสาธารณชนวงกว้าง โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา Shizo Abe ได้ใช้วาทกรรมว่าด้วย Beautiful Japan ขึ้นมาหนุนนำและสร้างเสริมคะแนนนิยม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ากรอบโครงความคิดและเบื้องหลังวาทกรรมที่ว่านี้จะยังไม่ปรากฏเป็นรูปธรรมที่สามารถให้อรรถาธิบายให้จับต้องและเห็นจริงได้ก็ตาม สิ่งที่ญี่ปุ่นเผชิญก็คือ แรงงานญี่ปุ่นซึ่งถูกฝังอยู่ในกระบวนการผลิตที่ล้าสมัยและไม่สามารถดำรงความสามารถในการแข่งขันถูกผลักให้ต้องออกจากงาน ไปสู่งานในอุตสาหกรรมภาคบริการ และกว่าร้อยละ 40 ของแรงงานญี่ปุ่นในปัจจุบันอยู่ภายใต้สถานะการจ้างแบบ

Read More

72 ปี สหพัฒนพิบูล ยิ่งแก่ ยิ่งเก๋า? จาก Manufacturer สู่ Retail Outlet

 อาณาจักรสหพัฒนพิบูลที่ถูกบุกเบิกและสร้างรากฐานโดย ดร.เทียม โชควัฒนา ในปี พ.ศ. 2485 ช่วงเวลาที่ไทยประกาศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจการค้าของประเทศไทยในเวลานั้น หายากนักที่จะมีใครกล้าเสี่ยงกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์  หากแต่นายเทียม โชควัฒนา อาศัยความเก๋าบวกกับแนวคิดก้าวกระโดดใจกล้า สั่งกาแฟเข้ามาเก็บไว้ในสต๊อกมากถึง 3,000 กระสอบ แม้จะต้องจ่ายราคาทุนถึง 100 บาทต่อกระสอบ จากปกติที่ซื้อขายกันเพียง 85 บาทต่อกระสอบ กระนั้นเสียงคัดค้านของบุคคลในครอบครัวก็ยังเบาบาง ไม่ทำให้นายเทียมหวั่นไหวได้ ซึ่งช่วง 7 วันแรก เหมือน 7 วันอันตราย ร้านเฮียบฮะ ต้องยอมขายกาแฟขาดทุนซึ่งขายออกในราคา 95 บาท เพราะหลายๆ ร้านก็ยังคงมีสินค้าในสต๊อกเพื่อจำหน่าย กระทั่งสงครามและสถานการณ์คุกรุ่น เกิดภาวะสินค้าขาดตลาด ร้านเฮียบฮะที่ยังคงมีสินค้าเหลืออยู่ในโกดังจำนวนมากทำให้ขายกาแฟได้กระสอบละ 300 บาท ภายในเวลาเพียง 90 วัน กำไรที่ทำได้สูงถึง 200 เปอร์เซ็นต์  ความสำเร็จขั้นต้นที่ได้รับนั้นเอื้ออำนวยมาจากภาวะวิกฤตสงคราม ที่ไม่มีร้านค้าใดมีสินค้าค้างสต๊อกเหลือในเวลานั้น และถ้าหากนายเทียมหยุดคิดและพอใจเพียงแค่นั้น สหพัฒนพิบูลคงไม่เกิด นับเป็นการมองเห็นโอกาสในช่วงเวลาวิกฤตก็ว่าได้ หลังจากเปิดร้านเฮียบฮะได้แค่ 6 เดือน

Read More

“บุณยสิทธิ์” ส่งต่อ “เจน 3” ผลัดยุคลุยขยายอาณาจักร

 บุณยสิทธิ์  โชควัฒนา ใช้เวลา 2 ปี ปรับกระบวนทัพครั้งใหญ่ในเครือสหพัฒนฯ ทั้งโละสินค้า ปิดโรงงาน สกัดจุดอ่อนและเพิ่มจุดแข็ง เหตุผลไม่ใช่แค่ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจที่ฉุดกระชากยอดขายโตต่ำสุดในรอบหลายสิบปี แต่เร่งติดอาวุธรับศึกรอบใหม่ ต่อสู้กับแบรนด์ต่างชาติและผลักดันบริษัทในเครือกว่า 300 บริษัทบุกแนวรบโกลบอลมาร์เก็ตสู่เป้าหมายใหญ่ตั้งแต่ปี 2557 เปลี่ยนจาก “เกียร์สโลว์” เดินหน้าใส่ “เกียร์ 5” ดัน “โชควัฒนา” รุ่นที่ 3 ขึ้นมาเป็นหัวหอกหลักขับเคลื่อนธุรกิจเต็มรูปแบบ สัญญาณภาพจากการแถลงข่าวงานแสดงสินค้าเครือสหพัฒนฯ ครั้งที่ 18  โดย 3 ทายาทหลัก คือ เวทิต โชควัฒนา กรรมการรองผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้บริหารธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่าร้อยแบรนด์ ลุยธุรกิจค้าปลีก ทั้ง “108 ช็อป” และ “ลอว์สัน 108”  ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้ช่วยผู้อำนวยการบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล

Read More

สหพัฒน์: ขับเคลื่อนเพื่ออยู่รอด

 การขับเคลื่อนธุรกิจในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาของเครือสหพัฒนฯ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภค ที่มีบริษัทในเครือ 300 กว่าบริษัท ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเกือบทุกหมวดในชีวิตประจำวันมากกว่า 30,000 รายการ จากกว่า 100 แบรนด์ นอกจากเป็นการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านสินค้าแล้ว ยังเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจ รุกคืบเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกอย่างเต็มระนาบ เพื่อสร้างจุดแข็งและจุดขายใหม่ให้กับองค์กร เป็นการเคลื่อนไหวที่น่าจับตา ความพยายามก้าวเท้าเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกที่สำคัญมากก้าวหนึ่งของสหพัฒนฯ ก็คือการร่วมเปิดสถานี SHOP CH เพื่อจำหน่ายสินค้าผ่านทางช่องทีวีดาวเทียม ที่ข้ามพ้นข้อจำกัดของเวลา เพราะเปิดส่งสัญญาณให้ได้ซื้อขายกันตลอด 24 ชั่วโมง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับข้อเท็จจริงที่ว่า พันธมิตรทางธุรกิจที่ประกาศความร่วมมือกันในครั้งนั้น ปรากฏชื่อของ บริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีโครงข่ายธุรกิจกว้างขวางและเป็นผู้ผลิตรายการทีวีชอปปิ้งอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น การรุกเข้าสู่ธุรกิจทีวีชอปปิ้งของสหพัฒนฯ จึงเป็นประหนึ่งการยืนอยู่บนสปริงบอร์ดที่พร้อมทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แม้ทีวีชอปปิ้งจะเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าที่น่าสนใจมากๆ แต่ขณะเดียวกัน ทีวีชอปปิ้งย่อมไม่ใช่คำตอบที่หนักแน่นคำตอบเดียวสำหรับสหพัฒนฯ ที่ต้องการรุกคืบไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในระยะยาว โดยยังไม่ได้กล่าวถึง บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในฐานะพันธมิตรร่วมค้าอีกรายของสหพัฒนฯ ใน SHOP CH

Read More

KYE: บนหนทางแห่งความร้อนหนาว จากพัดลมสู่เครื่องปรับอากาศ

 ย้อนอดีตความเป็นไปของอาณาจักรธุรกิจที่มีอายุยีนยาวกว่า 50 ปี ในนามบริษัท กันยงอีเลคทริก (KYE) จำกัด (มหาชน) ไม่ได้เกิดขึ้นบนเส้นทางที่ราบเรียบ หากแต่เป็นประวัติการณ์ความสำเร็จที่ผ่านร้อนหนาวมาอย่างโชกโชน ก่อนที่จะยืนหยัดอย่างมั่นคงในปัจจุบัน ปฐมบทแห่งตำนานการก่อตั้ง KYE เริ่มต้นขึ้นเมื่อชายหนุ่มเชื้อสายจีนที่ชื่อว่า เอี๊ยบ กิมเหลี่ยง จากเกาะฟอร์โมซ่า หรือที่เราเรียกว่า “ไต้หวัน” ในปัจจุบัน ได้อพยพหนีภาวะข้นแค้นจากความยากจนของครอบครัว เดินทางมาสู่ประเทศไทยที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ด้วยแรงบันดาลใจและความหวังที่จะสร้างฐานะและสร้างชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม เอี๊ยบ กิมเหลี่ยง เริ่มต้นชีวิตที่กรุงเทพฯ ในฐานะลูกจ้างในร้านซ่อมจักรยานเล็กๆ แห่งหนึ่ง ก่อนที่จะสั่งสมทุนเปิดร้านขายยางรถยนต์ “Yokohama” จากญี่ปุ่น ก่อนที่จะได้รับการเชิญชวนจากนักธุรกิจญี่ปุ่นให้ผันตัวเข้าสู่ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่กำลังเป็นสินค้าล้ำสมัยในขณะนั้น “ร้านสหกันยงวัฒนา” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายพัดลมและจักรเย็บผ้า ภายใต้ตราสินค้า “มิตซูบิชิ” ตราสินค้าที่ได้รับความไว้วางใจจากชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยเอี๊ยบ กิมเหลี่ยง หรือ “สิทธิผล โพธิวรคุณ” นำสินค้าขึ้นท้ายจักรยาน เพื่อออกแนะนำสินค้าให้เป็นที่รู้จัก ก่อนที่จะได้รับการเรียกขานด้วยสรรพนามใหม่ว่า “นายห้าง” ในเวลาต่อมา เมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น อนาคตของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าจึงมีแววสดใส ในขณะที่การแข่งขันด้านการขายสินค้ายี่ห้อต่างๆ ก็ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งสินค้าที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นเองและจากประเทศตะวันตก

Read More