Home > Cover Story (Page 187)

จาก “เมกา” สู่ “เวสต์เกต” “อิเกีย” ลุยสูตรสำเร็จ

 “อิเกีย” ตัดสินใจล้มแผนทุ่มทุนผุดสาขา 2 ในโครงการ “เมกาบางใหญ่” หันมาเช่าพื้นที่บิ๊กโปรเจ็กต์ “เซ็นทรัลพลาซาเวสต์เกต” ซึ่งค่ายซีพีเอ็นประกาศจะเป็น “ซูเปอร์รีจินัลมอลล์” แห่งเซาท์อีสต์เอเชีย ในเนื้อที่ 100 ไร่ พื้นที่มากกว่า 500,000 ตารางเมตร พลิกกลยุทธ์เปลี่ยนจาก “คู่แข่ง” ฝั่งตรงข้าม เป็น “พันธมิตร” และ “แม็กเน็ต” ชิ้นสำคัญที่เสริมจุดขายซีพีเอ็นอย่างแข็งแกร่ง มีการวิเคราะห์กันว่า สาเหตุสำคัญอาจเกิดจากอิคาโน่กรุ๊ป บริษัทแม่ของอิเกียและสยามฟิวเจอร์ดีเวลลอปเมนท์ ในฐานะพันธมิตรร่วมทุนโครงการเมกาบางนา ที่ใช้เม็ดเงินมากกว่า 12,000 ล้านบาท ไม่สามารถกว้านซื้อที่ดินผืนใหญ่ แม้พยายามไล่เก็บที่ดินหลายแปลงแล้วก็ตาม จากเดิมตั้งเป้าผุดโครงการ “เมกาบางใหญ่” บริเวณหัวมุมทางแยกต่างระดับบางใหญ่ เพื่อเปิดอิเกียสโตร์ สาขา 2 และพัฒนาโครงการศูนย์การค้าครบวงจร “เมกาบางใหญ่” รูปแบบเดียวกับเมกาบางนา มีทั้งห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ร้านอาหารและร้านค้านับร้อย เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งต้องการเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 250 ไร่  ส่วนโครงการเมการังสิต ตามแผนปักหมุดอยู่บริเวณจุดตัดมอเตอร์เวย์กับถนนรังสิต-นครนายก คาดว่าจะสามารถหาที่ดินแปลงใหญ่ขนาด

Read More

“เจริญ” เปิดศึกระลอกใหม่ ไล่บี้เป้าหมายยึดตลาดรีเทล

 เจริญ สิริวัฒนภักดี ประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจนตั้งแต่เปิดตัวบิ๊กโปรเจ็กต์ “เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์” ต้องการเป็นผู้นำธุรกิจศูนย์การค้าในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ภายใน 10 ปี โดยเร่งสร้างและขยายแบรนด์ค้าปลีกในอาณาจักร เพื่อผุดสาขาทั้งในไทยและบุกทุกประเทศของภูมิภาค แต่ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เจริญต้องปรับกระบวนทัพหลายรอบและดูเหมือนว่า ปี 2558 จะเป็นก้าวย่างสำคัญในการเปิดศึกค้าปลีกระลอกใหม่อย่างเต็มรูปแบบ   จากเดิม “ทีซีซีแลนด์” ที่มีวัลลภา และโสมพัฒน์ ไตรโสรัส เป็นผู้กุมบังเหียนหลักและแบ่งแยกทีมดูแลแบรนด์ค้าปลีกแต่ละแบรนด์ เจริญสั่งปรับโครงสร้างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กลุ่มรีเทล โดยจัดตั้งบริษัทลูก ทีซีซีแลนด์ แอสเสท เวิลด์ รวมการบริหารงานกลุ่มค้าปลีกทุกแบรนด์และอยู่ภายใต้นโยบายการบริหารของทีซีซีแลนด์  ประกอบด้วย 1. เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์  2. เกตเวย์ เอกมัย 3. เซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ 4. พันธุ์ทิพย์  ซึ่งล่าสุดมี 3 สาขาที่ประตูน้ำ งามวงศ์วาน และบางกะปิ 5.

Read More

“พาราไดซ์พาร์ค” จุดพลุ เสริมเขี้ยวเล็บรุกแนวรบใหม่

 การเปิดตัวห้างสรรพสินค้า โตคิว พาราไดซ์ พาร์ค นอกจากเป็นบิ๊กแองเคอร์ชิ้นใหม่ของศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค ยังหมายถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรุกแนวรบย่านกรุงเทพตะวันออก ที่เต็มไปด้วยยักษ์ค้าปลีก โดยเฉพาะการประกาศผุดโครงการ “บางกอกมอลล์” ของกลุ่มเดอะมอลล์ เนื้อที่ 100 ไร่ มูลค่าลงทุนมากกว่า 20,000 ล้านบาท ในปี 2561  แน่นอนว่า โตคิวสาขา 2 ถือเป็นการขยายการลงทุนครั้งใหม่ หลังจากกลุ่มโตคิว ญี่ปุ่น เข้ามาเปิดสาขาในเมืองไทยแห่งแรกเมื่อ 30 ปีก่อนที่ศูนย์การค้ามาบุญครอง หรือ “เอ็มบีเค” ยุคปัจจุบัน โดยครั้งนี้กลุ่มโตคิวร่วมทุนกับบริษัท พาราไดซ์ รีเทล จำกัดในเครือบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัท พีที รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด สัดส่วนการร่วมทุน 50:50  เป็นผู้บริหารห้างสรรพสินค้าโตคิว สาขาพาราไดซ์ พาร์ค แยกออกจากห้างโตคิว สาขาเอ็มบีเค  ทาคาชิ

Read More

ไบโอฟาร์ม จากผู้ด้อยโอกาส สู่ผู้นำยาไทย

 “เราเป็นผู้ด้อยโอกาสด้านยามาก่อน แต่ตอนนี้เมื่อเราเป็นผู้นำนวัตกรรม ผมมองว่ายาสำคัญต่อประชาชนที่ต้องช่วยกันดูแลความเจ็บป่วยของคนไทย เราเองช่วยกันดูแล โครงการตู้ยา Biopharm เพื่อชุมชน คือหนึ่งในโครงการที่เราได้ทำตอบแทนสังคม และอยากให้คนไทยถึงยาดี ราคาถูกและมีคุณภาพ” คำกล่าวของเศกสุข  เกษมสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคอลส์ จำกัด ที่กล่าวในโครงการ จัดตู้ยา พร้อมยาสามัญประจำบ้าน เพื่อมอบให้กับชุมชนและโรงเรียนในต่างจังหวัดที่ขาดแคลน ถือเป็นการแสดงจุดยืนในการให้บริการยาที่มีคุณภาพ และให้อุปกรณ์ยาพื้นฐานเบื้องต้นได้เข้าถึงแหล่งชุมชน 100 ชุมชน พร้อมทั้งเป็นการเผยแพร่แบรนด์ไปยังกลุ่มผู้บริโภคมากขื้น หากย้อนไปเมื่อปี 2517 ไบโอฟาร์มได้เริ่มก่อตั้งธุรกิจ และเริ่มจากการเป็นตัวแทนนำเข้ายาจากต่างประเทศ เพื่อทำการจำหน่ายให้กับกลุ่มโรงพยาบาล หลังจากที่ราคายาต่างประเทศสูงขึ้น ในช่วงสามสิบกว่าปีที่แล้ว บริษัทฯ จึงได้คิดที่จะตั้งโรงงานไบโอแลปขึ้นผลิตยาเอง เพื่อให้ได้ยาที่ราคาถูกลง และมีคุณภาพทัดเทียมกับยาต้นแบบจากต่างประเทศ เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ไบโอแลปถือเป็นโรงงานผลิตยาแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้มาตรฐาน Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme (PIC/S) ซึ่งหมายถึงการมีหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดี ผลิตยาตามข้อกำหนดอนุสัญญาระหว่างประเทศ มาประมาณ 2 ปีแล้ว นอกจากมาตรฐาน GMP โดยได้ผลิตยาทั้งสิ้น 9

Read More

จับตา ปตท. ผนวก ราชบุรีโฮลดิ้ง พลังงานไทยในอาเซียน

 ภายใต้สถานการณ์ที่ประเทศไทยมีความต้องการใช้พลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อสภาพอากาศทั้งไทยและทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อเทียบกับแหล่งพลังงานภายในประเทศที่มีอยู่อย่างจำกัด จำเป็นอย่างยิ่งที่ไทยต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ด้วยวิกฤตด้านพลังงานที่ไทยกำลังเผชิญอยู่ ทำให้หลายหน่วยงานออกมาตรการหรือกิจกรรมเพื่อรณรงค์การประหยัดพลังงาน รวมไปถึงการหาช่องทางที่จะนำพลังงานทดแทนทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานจากขยะ มาใช้ หรืออีกหนึ่งทางเลือกคือการมองแหล่งพลังงานตามแนวตะเข็บชายแดนหรือประเทศเพื่อนบ้าน เช่นที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เพิ่งจรดปากกาลงนามความร่วมมือลงทุนด้านพลังงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา แม้หลักใหญ่ใจความของบันทึกความเข้าใจดังกล่าว จะมีเนื้อหาเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนโครงการด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองรับความต้องการใช้พลังงานของประเทศ เสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต และสร้างความเข็มแข็งในการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศร่วมกัน ดูเหมือนบันทึกความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นไปเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่สองบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน มากกว่าจะเป็นดั่งสโลแกนที่ได้ยินจนคุ้นหูว่า “พลังไทย เพื่อไทย”  แน่นอนว่าความร่วมมือของทั้งสองบริษัทจะได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอย่าง ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ที่นอกจากจะเป็นประธานในงานและพยานคนสำคัญแล้ว ยังให้ความเห็นที่เสมือนเป็นแรงสนับสนุนแก่บริษัทพลังงานและบริษัทไฟฟ้าของไทยที่เป็นไปเพื่อรองรับอนาคตของประเทศ การศึกษาเพื่อดำเนินโครงการด้านพลังงานที่สำคัญและเป็นทิศทางพลังงานในอนาคตที่จำเป็นของไทย ทั้งก๊าซธรรมชาติเหลว และถ่านหิน “พลังความร่วมมือของแต่ละบริษัทจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนที่อยู่ในไทยและในต่างประเทศได้ทั้งในวันนี้และอนาคต ที่สำคัญที่สุดคือเป็นการแสดงถึงศักยภาพของบริษัทพลังงานและบริษัทไฟฟ้าของไทย ที่สามารถสร้างโครงข่ายพลังงานในระดับชาติ ด้วยความมุ่งมั่นในบทบาทหน้าที่สร้างเสถียรภาพความมั่นคงด้านพลังงาน สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืนด้านพลังงานของสังคมไทย” แนวความคิดดังกล่าวดูเหมือนจะตรงกับสโลแกนของ คสช. ที่ว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” การขยับของสองบริษัทที่มีธงนำด้านพลังงาน

Read More

ฝันของ Medical Hub กลางสมรภูมิอุตสาหกรรมยาไทย

  ความเจ็บป่วยเป็นสิ่งธรรมดาของมนุษย์ และเมื่อเจ็บป่วยก็ต้องพยายามหาทางแก้ไข บำบัด เพื่อความอยู่รอด ยาถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญต่อมนุษย์  ธุรกิจยาเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างใหญ่ และมีมูลค่าสูงถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี ทั้งนี้ได้แบ่งเป็นตลาดยาในโรงพยาบาลประมาณ 80% และเป็นตลาดร้านขายยา ประมาณ 20% โดยที่ตลาดโรงพยาบาลนั้นแบ่งเป็นโรงพยาบาลรัฐ 80% โรงพยาบาลเอกชน 20% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดยานั้นยังคงเน้นไปที่โรงพยาบาลรัฐเป็นส่วนใหญ่ และเป็นการใช้รักษาโรคต่อเนื่อง เช่น ยาเบาหวาน  ยาความดันโลหิต ยาโรคหัวใจ เป็นต้น ท่ามกลางการแข่งขันอย่างรุนแรงทั้งผู้ผลิตไทยและต่างชาติ ปัจจุบันบริษัทผลิตยาในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ บริษัทผู้ผลิตยาข้ามชาติ (MNCs หรือ Multinational Companies)  อาทิ ยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น และบริษัทยาที่ผลิตในประเทศ  ซึ่งส่วนมากจะเป็นยาสามัญทั่วไป ในขณะเดียวกัน ที่ผ่านมาพบว่ายอดขาย 70% ของตลาดยามาจากบริษัทข้ามชาติเพราะมักจะเป็นยาที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ มีพื้นฐานมาจากการวิจัยพัฒนา ซึ่งมีการนำเข้าก็มี 2 แบบคือ การให้

Read More

“มาม่า” พลิกกลยุทธ์ บุก “ราเมน” สู้วิกฤต

 การเปิดตัวธุรกิจร้านอาหารราเมนญี่ปุ่น “KAIRI KIYA (ไคริคิยะ)” ของ “ไทยเพรซิเดนท์ฟู้ดส์” เป้าหมายหนึ่งเป็นการเปิดกลยุทธ์แก้พิษเศรษฐกิจและปัญหาหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง ที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มรากหญ้าอย่างจังจนภาพรวมตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท เติบโตติดลบ และยอดขาย “มาม่า” เติบโตต่ำสุดในรอบ 42 ปี “มาม่า ซองละ 6 บาท ราเมน ชามละ 150 บาท เพิ่มมูลค่าตัวนี้ดีกว่า!!” เวทิต โชควัฒนา ในฐานะกรรมการรองผู้อำนวยการบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และกรรมการบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” กล่าวกับ “ผู้จัดการ360  ํ”  แน่นอนว่า หากเปรียบเทียบสถานการณ์การเติบโตทางธุรกิจ เวทิตยอมรับว่าตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือ “บะหมี่ซอง” ราคาซองละ 6 บาท มีลูกค้าระดับรากหญ้าเป็นกลุ่มหลักและเป็นสินค้าทั่วไปที่แมสมากๆ  แม้มาม่าพยายามใช้กลยุทธ์เพิ่มมูลค่าสินค้าหลากหลายรูปแบบ เช่น ออกสินค้ากลุ่มพรีเมียมอย่างมาม่าราเมง บะหมี่อบแห้ง “เมนดาเกะ”

Read More

“แฟมิลี่มาร์ท” ติดปีกแฟรนไชส์ ฝ่าด่านสมรภูมิล้อมกรอบ

  สงครามคอนวีเนียนสโตร์ 3 ค่ายยักษ์ เปิดศึกช่วงชิงทำเลผุดสาขาใหม่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะเบอร์ 2 อย่าง “แฟมิลี่มาร์ท” กำลังเจอโจทย์หินล้อมกรอบ ทั้งเบอร์ 1 เซเว่น-อีเลฟเว่น ที่เร่งปูพรมสาขาถี่ยิบทุกพื้นที่ แถมเบอร์ 3 มาแรง “ลอว์สัน 108” ซึ่งทุนญี่ปุ่นประกาศรุกตลาดต่อเนื่อง อาศัยจุดขายความแปลกใหม่ฉีกตลาดร้านสะดวกซื้อและเตรียมเปิดศึกแฟรนไชส์ในเร็ววันด้วย  ยังไม่นับค่าย “เทสโก้โลตัส” หลังเปิดโมเดลคอนวีเนียนสโตร์ “ร้าน 365” ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ประเดิม 5-6 สาขาในทำเลใจกลางเมือง เช่น ประตูน้ำ ทองหล่อ ตลาดมหาสิน-บางนา ด่านสำโรง และสาขามหาวิทยาลัยศรีปทุม ขณะนี้กำลังวางทิศทางขยายธุรกิจอย่างเข้มข้น  ส่วนค่ายซีพี นอกจาก “เซเว่น-อีเลฟเว่น” ยังมี “ซีพีเฟรชมาร์ท” ที่พยายามพัฒนาและแตกไลน์ร้านสไตล์คอนวีเนียนสโตร์โฉมใหม่ ล่าสุด เปิดตัวร้านซีพีเฟรชมาร์ท คอนเซ็ปต์ Modern Home Meal Solution จับคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการปรุงอาหารมื้อง่ายๆ

Read More

WB Organic Farm ธุรกิจสีเขียวของ “สหพัฒน์”

  สหพัฒน์ใช้เวลากว่า 5 ปี ผ่าตัด “แพนเอเซียฟุตแวร์” ยกเครื่องธุรกิจผลิตรองเท้า ซึ่งเป็นกิจการดั้งเดิมตั้งแต่ยุคนายห้างเทียม โชควัฒนา ปรับกระบวนทัพพลิกสถานการณ์จาก “ขาดทุน” เริ่มเห็น “กำไร” และตั้งเป้าให้เป็นหัวขบวนบุกธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยประเดิมเปิดฉากรุกตลาดผลิตภัณฑ์ผักออร์แกนิก “WB Organic Farm” เป็นหัวขบวนแรก ก่อนหน้านี้ ในช่วงการปรับโครงสร้างองค์กรและคณะกรรมการบริหารบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่สร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน มีกระแสข่าวว่า เครือสหพัฒน์มีการเสนอและศึกษาแผนการลงทุนธุรกิจใหม่ 2-3 ธุรกิจ โดยหนึ่งในนั้นน่าจะเป็นธุรกิจพลังงานทดแทน เนื่องจากมีบริษัทในเครือ คือ  บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) หรือ SCG เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ มีบริษัทภายใต้การบริหาร 3 แห่ง มีกำลังติดตั้งมากกว่า 200 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าศรีราชา โรงไฟฟ้าลำพูน และโรงไฟฟ้ากำแพงเพชร  ขณะเดียวกันมีกลุ่มทุนใหม่สนใจเข้าร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากสหพัฒน์มีที่ดินและพื้นฐานการดำเนินธุรกิจด้านพลังงาน รวมทั้งมีโอกาสทำรายได้และกำไรสูง  แต่อาจเป็นเพราะนโยบายด้านพลังงานของรัฐไม่นิ่งหรือสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ยังไม่พ้นจุดเสี่ยงทำให้การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ถูกพับเก็บไว้ก่อน  สุนทรา ฐิติวร ผู้จัดการฝ่ายบริหารธุรกิจ บริษัท แพนเอเซียฟุตแวร์

Read More

ทางแพร่งแห่ง “ผังเมืองกรุงเทพฯ” อนุรักษ์สิ่งเก่าหรือพัฒนาสิ่งใหม่

  กรุงเทพมหานครกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 234 แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ราชธานีที่ 4 ของสยามประเทศ กระนั้นมหานครแห่งสยามเมืองยิ้มก็ยังไม่หยุดพัฒนา  ทัศนียภาพในกรุงเทพฯ แม้จะไม่สวยงามเป็นระเบียบหากเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วในทวีปเอเชียด้วยกัน คงไม่แปลกเพราะสำนักผังเมืองซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการพัฒนากรุงเทพฯ ให้สวยงาม เป็นระเบียบและน่าอยู่ เริ่มงานด้านผังเมืองกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2496 และมี พ.ร.บ. การผังเมืองใช้ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2518 แม้จะยังคงใช้จนถึงปัจจุบันแต่ก็เต็มไปด้วยข้อบกพร่องในเรื่องของการบังคับใช้ เนื่องจากรูปแบบการปกครองในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง ความล้าสมัยของ พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการจัดรูปแบบผังเมืองในบางเรื่อง และทำให้ผู้มีอำนาจหน้าที่พยายามอย่างหนักที่จะผลักดันให้มี พ.ร.บ. การผังเมืองฉบับใหม่ขึ้นมา กระทั่งล่าสุด สนช. มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติการผังเมืองในวาระแรกแล้ว  สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. การผังเมือง มีดังนี้ 1. กำหนดกรอบนโยบายแห่งชาติด้านการผังเมืองและการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีคณะกรรมการนโยบายผังเมืองและการใช้พื้นที่แห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายด้านการผังเมือง โดยบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ โอนกิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ และบุคลากร ฯลฯ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดไปไว้กับสำนักงานคณะกรรมการผังเมืองฯ 2. จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการผังเมืองฯ สังกัดสำนักนายกฯ

Read More