Home > Cover Story (Page 184)

TOA ดันนวัตกรรมปลุกตลาดสี มุ่งเป้ารุกอาเซียนเพิ่มรายได้

 ตลาดสีทาบ้านเป็นอีกตลาดหนึ่งที่มีการแข่งขันกันอย่างอย่างรุนแรงและดุเดือด ท่ามกลางแรงซื้อในตลาดที่ค่อนข้างหดตัว จากภาวะหนี้สินครัวเรือนที่ขยับขึ้นสูง และสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวและยังไม่มีสัญญาณบวก และทำให้บริษัทผู้ประกอบการต่างต้องเร่งส่งเสริมการขายช่วงท้ายปีอย่างหนักหน่วง TOA ดูจะเป็นตัวอย่างของกรณีดังกล่าวได้ดี และเริ่มกลยุทธ์การตลาดด้วยการส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้ชื่อ TOA Note and Clean ที่เชื่อว่าจะเป็นนวัตกรรมที่นำตลาดสีให้เกิดความแปลกแตกต่างจากคู่แข่งขันรายอื่นๆ ไปมากทีเดียว ภายใต้สโลแกน “Note & Clean เขียนได้ ลบได้” ทีโอเอ ประเมินว่าผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และเป็นการสร้างสีให้เป็นมากกว่าสี ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประเด็นว่าด้วยความสวยงามหรือทนทานแบบเดิม แต่กำลังจะสร้างผนังทาสีที่ต่อเติมจินตนาการของผู้คนอีกด้วย “ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน TOA Note and Clean กำลังสร้างให้เกิดพื้นที่เชื่อมโยงและเป็นพื้นที่สื่อสารของคนได้ TOA Note and Clean จะเป็นส่วนหนึ่งของเวทีแสดงความคิดและความสร้างสรรค์ เป็นประสบการณ์ beyond expectation” พงษ์เชิด จามีกรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ มุมมองของ TOA เชื่อว่า “ทีโอเอ

Read More

RC Cola ในมือชาคริต อัศววศิน

 การเปิดตัวเครื่องดื่มน้ำอัดลมภายใต้แบรนด์ RC Cola บนหน้าจอโทรทัศน์ตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายน 2558 นับเป็นการทำการตลาดในรอบ 48 ปีของแบรนด์น้ำดำที่ใครหลายคนมองว่าเป็นตำนาน  เมื่อ RC Cola ปัดฝุ่นตัวเองอีกครั้งและปล่อยสโลแกนเดิม “จิบเดียว จับใจ” ไว้เบื้องหลัง แล้วหวังสร้าง Loyalty ด้วยคำว่า “ความรู้สึกดีๆ ที่ไม่เคยเปลี่ยน” พร้อมกับปล่อยสปอตโฆษณาที่เสมือนการฟื้นความหลังของกลุ่มคนวัย 30 บวก  ข้อสงสัยที่ว่าทำไม RC Cola ถึงกลับมาทำการตลาดใหม่ ก่อนหน้านี้หายไปไหน และอีกหลายประเด็นทำให้ “ผู้จัดการ 360  ํ” ต้องหาคำตอบกับแบรนด์น้ำอัดลมในตำนานอย่าง RC Cola และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับมาในครั้งนี้มี “มือปืนรับจ้าง” ฉายาที่สื่อหลายสำนักเรียกขานผู้อยู่เบื้องหลังอย่าง ชาคริต อัศววศิน ที่ปรึกษาการตลาดอาวุโส “มีการเปลี่ยนแปลงในองค์กรเป็นจุดเริ่มต้น และเรามีดี มีของดีก็ควรกลับมา” ชาคริตขยายความต่ออีกว่า แบรนด์ RC Cola ไม่เคยหายไปไหน เพียงแต่มุ่งเน้นไปที่ช่องทาง Traditional Trade มากกว่า

Read More

เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของ RC Cola อเมริกันดีเอ็นเอ 110 ปี

 ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังซบเซาและชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในไตรมาส 3/2558 ว่าอาจขยายตัวเพียง 2.8% แม้รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาแล้วก็ตาม หากแต่ตัวแปรสำคัญที่จะชี้วัดความอยู่รอดของเศรษฐกิจไทยคือการส่งออก ที่มีแนวโน้มหดตัวและติดลบอย่างต่อเนื่อง กระนั้นแม้สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยโดยรวมจะไม่สู้ดีนัก หากแต่การแข่งขันของสินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศยังคุกรุ่นและดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีคู่แข่งทั้งหน้าเก่าและใหม่ลงสนามประลองกำลัง ที่มีความพร้อมในด้านงบประมาณการตลาด และชั้นเชิงทางกลยุทธ์ที่สร้างขึ้นเพื่อจูงใจผู้บริโภค และหนึ่งในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดดังที่ปรากฏให้เห็นอยู่เนืองๆ นั้น คงหนีไม่พ้นตลาดเครื่องดื่ม โดยเฉพาะตลาดน้ำดำซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองรองจากตลาดเครื่องดื่มประเภทนม แน่นอนว่าความหอมหวานของมูลค่าส่วนแบ่งการตลาดและการแทรกตัวของคู่แข่งหน้าใหม่ที่คืบคลานเข้ามาในตลาดอย่างช้าๆ ที่อาจทำให้ผลประโยชน์ในระดับภูมิภาคถูกเบียดบังและลดทอนลง นับเป็นเหตุผลที่ดีที่สุดในเวลานี้ ที่ปลุก RC Cola แบรนด์น้ำอัดลมที่เว้นวรรคจากการทำตลาดมานานถึง 48 ปีให้ตื่นจากการจำศีล แม้ว่าที่ผ่านมา RC Cola จะไม่ได้หายหรือหยุดกระบวนการผลิตและจำหน่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ หากแต่ RC โฟกัสเพียงตลาดในระดับภูมิภาคหรือพื้นที่รอบนอกเท่านั้น และถึงตอนนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะกลับเข้าสู่เกมอีกครั้ง เมื่อตลาดน้ำดื่มประเภทโคล่ามีมูลค่าการตลาดปี 2557 สูงถึง 44,000 ล้านบาท โดยที่อันดับหนึ่งยังคงเป็นโค้ก ที่ได้ส่วนแบ่งการตลาดไปสูงถึง 50% เป๊ปซี่ 30% เอส 12% บิ๊กโคล่า 6% และน้องใหม่อย่าง RC Cola ที่เพิ่งเดินเกมรุกในตลาดพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ส่วนแบ่งการตลาดไปเพียง

Read More

“เอฟวายไอ” จุดพลุ ทีซีซีเร่งปลุก “พระราม 4”

 ทันทีที่โครงการอาคารสำนักงาน “เอฟวายไอ เซ็นเตอร์” จิ๊กซอว์ใหม่ชิ้นแรกตามแผนปลุกย่านพระราม 4 ของ “เจริญ สิริวัฒนภักดี” เปิดตัวในไตรมาสแรก หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินกลางปี 2559 การโหมโรงเปิดเกมขยายอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ชุดใหญ่จะเริ่มต้นขึ้น พร้อมๆ กับการเดินหน้าเชื่อมต่อบิ๊กโปรเจ็กต์บริเวณหัวมุมถนนพระรามสี่ตัดกับถนนวิทยุ เนื้อที่อีกกว่า 92 ไร่ ตามแผนเบื้องต้น สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในฐานะเจ้าของที่ดิน กำหนดผังพัฒนาโครงการ 92 ไร่ เป็นโครงการมิกซ์ยูส ประกอบด้วยอาคารที่อยู่อาศัย โรงแรม อาคารสำนักงานให้เช่า ศูนย์การค้า ศูนย์การศึกษา ศูนย์สุขภาพ และศูนย์วัฒนธรรม ซึ่งปณต สิริวัฒนภักดี ลูกชายคนเล็กของเจริญ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของโปรเจ็กต์ เคยระบุว่า บริษัทวางแนวทางพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์ต้นแบบสำหรับคุณภาพชีวิตคนเมืองครบวงจรและเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ พื้นที่รวม 62 ไร่  ส่วนอีก 30 ไร่ เป็นพื้นที่เปิดโล่ง โครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่สีเขียว รวมทั้งสองส่วนใช้เงินลงทุนหลายหมื่นล้านบาท  สำหรับเอฟวายไอเซ็นเตอร์ หรือ

Read More

พระราม 4 บูม “อสังหา-รีเทล” พรึ่บ

 แลนด์ลอร์ดรายใหญ่อย่าง “เครืออรรถกระวี” ประกาศปัดฝุ่นที่ดินของตระกูล ผุดโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ “สวนเพลิน มาร์เก็ต” แม้เหตุผลข้อหนึ่งเกิดจากเงื่อนไขใหม่ในกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่มากไปกว่านั้น ทำเลย่านพระราม 4 มีการพัฒนาศักยภาพมากขึ้นและสามารถยกระดับเป็นเขตธุรกิจใจกลางเมือง (Central Business District: CBD) แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ  โดยเฉพาะโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “มิกซ์ยูส” รวมมูลค่าหลายหมื่นล้านบนถนนพระราม 4 จะทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่กลางปี 2559 เริ่มจากโครงการเอฟวายไอ เซ็นเตอร์ (FYI Center) ของบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริเวณสี่แยกถนนรัชดาภิเษกตัดพระราม 4 จะมีทั้งอาคารสำนักงานสูง 12 ชั้น และโรงแรมขนาด 239 ห้อง มูลค่าโครงการกว่า 5,000 ล้านบาท ส่วนโครงการ 92 ไร่ หัวมุมถนนพระราม 4 ตัดถนนวิทยุ หรือที่ดิน ร.ร.เตรียมทหารเดิม

Read More

“โชว์ ดีซี” ดิ้นอีกรอบ ปั้นแลนด์มาร์ค “พระราม 9”

 3 ปีก่อน “โชว์ ดีซี คอร์ป” เปิดตัวในฐานะบริษัทร่วมลงทุนระหว่างนักลงทุนชาวไทยกับชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยวางแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในตลาดเกิดใหม่ในอาเซียน ประเดิมโครงการแรกในประเทศไทย ใช้ชื่อ “SHOW DC” มูลค่าเงินลงทุนประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาท แต่โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างอย่างเงียบๆ จนกระทั่งปี 2558 “โชว์ ดีซี” กลับมาเผยโฉมอีกครั้งและเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ใหม่อย่างสิ้นเชิง ปรับรูปแบบจากเดิมจะเป็นศูนย์การกระจายสินค้าครบวงจรธุรกิจรูปแบบใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ จับกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ประกอบด้วยศูนย์ค้าปลีก ศูนย์ค้าส่ง ศูนย์บริการ ศูนย์โชว์รูม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์โลจิสติกส์ คลังจัดเก็บและจัดส่งสินค้า รองรับทุกระดับการค้าขายในกลุ่มธุรกิจแฟชั่น สินค้าตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ไอที เครื่องเสียงเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอุปโภคบริโภค และครัวกลางสำหรับธุรกิจอาหารและภัตตาคาร เพื่อรองรับการเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)  กลายเป็น “ศูนย์การค้าและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร” หรือ Show Destination Center ภายใต้แนวคิด “Shop & Enjoy” ในเนื้อที่ทั้งโครงการ 27

Read More

จับกระแส WellBeing เทรนด์ยอดนิยมที่กลายเป็นเงิน

 ความตื่นตัวในการรักษาสุขภาพพลานามัยและสร้างเสริมสุขภาวะของผู้คนในสังคมไทย ดูเหมือนจะเป็นกระแสที่ดำเนินอยู่ต่อเนื่องยาวนานและมีแนวโน้มที่จะพัฒนาต่อไปอีกได้ไกล ไม่ใช่เฉพาะในประเด็นว่าด้วยพัฒนาการของกิจกรรมที่มีรูปแบบหลากหลายมากขึ้น และแพร่กว้างไปยังกลุ่มชนทุกระดับสังคมเท่านั้น หากแต่ยังประกอบส่วนด้วยมิติเชิงพาณิชย์ที่น่าจับตามองด้วย เพราะก่อนหน้านี้ สถานที่ออกกำลังกายหรือที่เรียกโดยรวมว่า fitness center นั้น มักจะเลือกทำเลที่ตั้งให้อยู่ใกล้อาคารสำนักงาน หรือแม้แต่ฝังตัวอยู่ในศูนย์การค้า โดยหวังว่าจะสามารถยึดกุมกลุ่มเป้าหมายและฐานลูกค้าได้กว้างขวาง ซึ่งดูเหมือนจะประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง มูลค่าการตลาดของธุรกิจฟิตเนสเซ็นเตอร์ในประเทศไทยได้รับการประเมินว่ามีมูลค่าสูงถึงประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยมีฐานสมาชิกผู้ใช้บริการไม่น้อยกว่า 2 แสนราย และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 10-15% ต่อปี สอดรับกับกระแสสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การแข่งขันในธุรกิจฟิตเนสก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้นไม่แพ้กัน และมีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ พยายามเบียดแทรกเข้ามาในสังเวียนนี้อย่างต่อเนื่องและทำให้ ฟิตเนส เฟิร์สท์ ซึ่งอยู่ในฐานะผู้นำตลาดในปัจจุบันไม่สามารถนิ่งนอนใจ เพราะนอกจากจะมีฟิตเนสรายใหญ่อย่าง เวอร์จิ้น แอคทีฟ ฟิตเนส รุกคืบเข้ามาแล้วยังมีผู้ประกอบการรายอื่นๆ พร้อมเข้าปันส่วนแบ่งนี้ด้วย อย่างไรก็ดี ประเด็นว่าด้วยค่าสมาชิกและค่าบริการรวมถึงการแทรกเสริมเพื่อชักชวนให้ซื้อแพ็กเกจสุขภาพหลายรูปแบบของ fitness center เหล่านี้ดูจะเป็นกรณีที่รบกวนใจกลุ่มลูกค้าไม่น้อยเลย ยังไม่นับรวมถึงกรณีการล้มหายไปของ California WOW แบรนด์ฟิตเนสชื่อดังที่ติดตามมาด้วยประเด็นการฉ้อโกงในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสั่นคลอนภาพรวมของธุรกิจนี้ไปโดยปริยาย ปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจฟิตเนสประการหนึ่ง นอกจากจะอยู่ที่ความครบครันพรั่งพร้อมของอุปกรณ์ และผลของการออกกำลังกายแล้ว ความหลากหลายของคลาสออกกำลังกาย ก็นับเป็นปัจจัยหนุนเสริมซึ่งทำให้ในช่วงที่ผ่านมาฟิตเนสแต่ละแห่งต้องเติมโปรแกรมโยคะหรือมวยไทย ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในคลาสออกกำลังกายด้วย ข้อเท็จจริงด้านหนึ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กับฟิตเนสเซ็นเตอร์เหล่านี้ก็คือ ความพยายามสร้างโปรแกรมการออกกำลังกายที่มีความหลากหลายเพื่อสนองตอบกับความต้องการของผู้ใช้บริการ

Read More

เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง จากนักมวยเงินแสน สู่นักธุรกิจเงินล้าน

  เมื่อครั้งยังโลดแล่นอยู่บนสังเวียนผ้าใบ ชัยชนะในการชกถือเป็นเป้าหมายสำคัญของเจริญทอง เกียรติบ้านช่อง ยอดนักมวยไทยที่เคยคว้าแชมป์มาแล้วหลายต่อหลายรุ่น แม้ปัจจุบันจะแขวนนวมและร้างราเวทีมวยที่เต็มไปด้วยการแข่งขันมานาน หากแต่บนสังเวียนธุรกิจ เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง กลับมาลงนวมอีกครั้งในนาม เจริญ ชูมณี โดยมีเป้าหมายในการดำเนินกิจการต่างไปจากนักธุรกิจคนอื่นๆ ที่มุ่งเน้นไปที่กำไร ผลตอบแทนอันมหาศาล แต่เป็นความสุขใจที่ได้สืบทอดและมีส่วนในการเผยแพร่ศิลปะมวยไทยให้กับคนรุ่นใหม่ได้ศึกษา ในนาม “เจริญทอง มวยไทย ยิม” เจริญทอง มวยไทย ยิม นับเป็นผลงานชิ้นโบแดงของเจริญ ชูมณี หรือ “ครูเป็ด” ในฐานะนักธุรกิจ ซึ่งเจริญทองผันตัวเองจากนักชกเงินแสนมาเป็นนักธุรกิจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 แม้ว่าแรกเริ่มนั้น เจริญทอง มวยไทย ยิม จะดำเนินธุรกิจในลักษณะค่ายมวยที่ส่งนักชกรุ่นใหม่ลงสู่สังเวียนผ้าใบตามรอยของตน หากแต่ในภายหลังมีการปรับเปลี่ยนจากการเป็นค่ายมวยสู่รูปแบบของยิม ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจการออกกำลังกายในแบบมวยไทยได้เข้ามาสัมผัส เมื่อมองในตลาดภาพรวมความต้องการของผู้บริโภค เทรนด์การดูแลสุขภาพเป็นกระแสที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้รูปแบบการออกกำลังกายมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้ง ฟิตเนส โยคะ พิลาทีส หรือ Body Combat  ซึ่งการฟุตเวิร์กบนสังเวียนธุรกิจของเจริญทอง นับว่าทำได้ไม่เลวเลย เมื่อตัดสินใจหยิบเอาเทรนด์นี้มาเป็นแนวการสร้างธุรกิจของตน นับว่าเป็นการออกหมัดที่เข้าเป้าและตรงจุด แม้ในช่วงแรกที่เริ่มชก เจริญทองจะออกหมัดไม่ตรงนัก หากแต่การมีปณิธานในเรื่องที่ต้องการเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย

Read More

ECLIPSE YOGA PILATES สุขภาวะที่แตกต่างและเพลิดเพลิน

  หากใครที่กำลังมองหาสตูดิโอโยคะ เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะและความรื่นรมย์ทางจิตใจ แต่ไม่ต้องการความจำเจกับบทเรียนและการฝึกหัดอาสนะในแบบเดิมๆ เชื่อว่า Eclipse Yoga Pilates อาจเป็นทางเลือกของคำตอบที่น่าสนใจไม่น้อยเลย  เพราะเพียงแค่ย่างก้าวแรกที่ผ่านพ้นจากโลกภายนอกเข้าไปสู่สตูดิโอแห่งนี้ ก็สามารถสัมผัสได้ถึง mood และ tone ที่เป็นกันเอง ไม่แข็งเกร็งเหมือนสตูดิโอโยคะแห่งอื่นๆ ที่อาจทำให้นักเรียนน้อยมือใหม่ต้องคอยกังวลใจกับการจัดวางอากัปกิริยาให้เหมาะสม  แนวความคิดที่เป็นประหนึ่งฐานรากของ Eclipse Yoga Pilates ในด้านหนึ่งอยู่ที่ความพยายามกลับไปหาปรัชญาพื้นฐานของโยคะที่แม้จะมีอาสนะคอยกำกับ แต่ก็ดำเนินไปอย่างไม่จำเป็นต้องยึดติดกับท่วงท่าหรือถูกกำหนดโดยกรอบของสภาวะแวดล้อม หากดำเนินไปอย่างอิสระจากการกำหนดรู้ภายใน  “โยคะในสตูดิโอ โดยทั่วไปมีข้อจำกัดหลายประการ แต่โยคะที่แท้จริงคือการไม่ผูกมัดหรือถูกจำกัดอยู่ในกรอบ ซึ่ง Eclipse Yoga Pilates พยายามทำลายกำแพงความคิดที่ติดยึดกับรูปแบบเดิมๆ ให้เปิดรับการนำเสนอสิ่งนี้ ซึ่งนี่เป็นจุดต่างสำคัญที่ทำให้ Eclipse Yoga Pilates เป็นสตูดิโอที่มีเสน่ห์และเปิดกว้างสำหรับทุกเพศทุกวัย” ครูบี สกุลยา หิรัญพรกุล หนึ่งในคุณครูโยคะของ Eclipse Yoga Pilatesบอก “ผู้จัดการ 360  ํ”  ความแตกต่างอีกประการหนึ่งที่ทำให้ Eclipse Yoga Pilates แตกต่างจากสตูดิโอโยคะแห่งอื่นๆ น่าจะอยู่ที่การนำโยคะมาผนวกกับ Physical

Read More

Bawah โมเดลดูแลชุมชน บนนิคมอุตสาหกรรมทวาย

 การเข้ามารับสัมปทานในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) นั้นต้องทำมากกว่าการศึกษาถึงความเป็นไปได้ของโครงการรวมไปถึงผลกระทบต่อชุมชนบริเวณใกล้เคียง เมื่อโครงการข้างต้นจำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการพัฒนามหาศาล แม้จะเคยผ่านงานอย่างนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดมาแล้ว หากแต่ อิตาเลียนไทยยังต้องพยายามทำความเข้าใจธรรมชาติของชาวทวาย ดูเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกครั้งที่มีการพัฒนาพื้นที่เพื่อภาคอุตสาหกรรม จำเป็นต้องมีการเวนคืนที่ดิน ซึ่งในส่วนนี้เองที่อาจจะส่งผลกระทบต่อชาวชุมชน  Relocation Area คือพื้นที่ที่ภาครัฐจัดสรรเพื่อรองรับการอพยพย้ายถิ่นฐานของประชาชน โดยมีรายงานระบุว่า รัฐบาลเมียนมามีพื้นที่ต้องจัดการ 3 พื้นที่หลัก คือ 1. ปะกอว์ซูน (Pagaw Zoon) ขนาด 2,160 ไร่ เพื่อรองรับการย้าย 10 หมู่บ้าน 2,300 ครอบครัว 2. บาวาห์ (Bawah) พื้นที่ 1,855 ไร่ รองรับการย้าย 5 หมู่บ้าน 1,850 ครอบครัว และ 3. ปันดินอิน (Pandin in) มีเพียงชาวประมงพื้นถิ่นเพียง 52 ครอบครัว ขณะที่ผู้รับผิดชอบโครงการสร้าง

Read More