Home > เจแอลแอล

เจแอลแอล เปิดให้บริการที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เจแอลแอล (NYSE: JLL) ประกาศเปิดให้บริการที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรองรับความต้องการที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับบริการให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับอาคารอัจฉริยะในภูมิภาค บริการที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของเจแอลแอล ที่ขยายไปสู่ระดับภูมิภาคในครั้งนี้นำทีมโดย นายอดัม สตาร์ค หัวหน้าหน่วยธุรกิจบริการด้านระบบอาคารอัจฉริยะและการจัดการประสิทธิภาพสินทรัพย์ของเจแอลแอล ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้ย้ายมาประจำการที่กรุงเทพฯ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตตามความต้องการในภูมิภาคที่กำลังขยายตัว บริการที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของเจแอลแอล (JLL Technology Advisory) เป็นบริการให้คำปรึกษาเฉพาะทางที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ นำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้ในการแก้ปัญหาที่ท้าทายและซับซ้อนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนไปสู่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ บริการดังกล่าวยังได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือสนับสนุนแก่บริษัทผู้พัฒนาโครงการและนักลงทุน ที่กำลังอยู่ระหว่างการออกแบบและพัฒนาเมืองอัจฉริยะและอาคารอัจฉริยะอีกด้วย นายไมเคิล แกลนซี่ กรรมการผู้จัดการประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเจแอลแอล กล่าวว่า “เทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะได้เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงตัวเลือกในการเพิ่มประสิทธิภาพของอสังหาริมทรัพย์ มาเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ ทั้งนี้ในขณะที่ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีพัฒนาการมากขึ้นและกลายเป็นภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ความสามารถของเราในการเปลี่ยนนวัตกรรมระดับโลกมาเป็นบริการความช่วยเหลือที่ดำเนินการได้จริงและให้ผลลัพธ์สูง จะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าของเราทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคนี้ ที่ต้องการพัฒนาให้สินทรัพย์ของตนสามารถรองรับอนาคต และประเมินประสิทธิภาพด้วยหลากหลายวิธีที่สามารถวัดผลได้” นายอดัม มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี และเป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับในวงการอาคารอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยสร้างเสริมจุดแข็งให้กับบริการที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของ เจแอลแอล ในประเทศไทย ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาของนายอดัม ได้แก่ การพัฒนากลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีให้กับ 101 Collins Street ที่นครเมลเบิร์น หนึ่งในอาคารแรกๆ ในออสเตรเลียที่ได้รับการรองมาตรฐาน SmartScore ระดับแพลทตินัม และการให้บริการที่ปรึกษาแก่โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่น

Read More

เจแอลแอล เผยดีมานด์พื้นที่เช่าสำนักงานในไทย สะท้อนเทรนด์การทำงานแห่งโลกอนาคต

เจแอลแอล เผยดีมานด์พื้นที่เช่าสำนักงานในไทย สะท้อนเทรนด์การทำงานแห่งโลกอนาคต การออกแบบพื้นที่ทำงานให้สอดคล้องกับการดึงดูดบุคลากรคุณภาพ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความยั่งยืน นับเป็นปัจจัยสำคัญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เจแอลแอล (NYSE: JLL) ประเทศไทย  เผยบทวิเคราะห์จากผลสำรวจ Future of Work 2024 ที่เจาะลึกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโลกของการทำงาน ตั้งแต่เรื่องเทคโนโลยี การออกแบบ ไปจนถึงแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG: Environmental, Social, and Governance) จากการวิเคราะห์ของเจแอลแอลพบว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ผู้เช่าพื้นที่สำนักงานในไทยหันมาย้ายไปเช่าอาคารสมัยใหม่มากกว่าอาคารที่เช่าอยู่ในปัจจุบันมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งคาดว่า แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อเนื่องไปถึงปี 2571 โดยมีแรงหนุนจากการเปิดตัวอาคารสำนักงานใหม่ระดับพรีเมียมในย่านธุรกิจหลัก การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับองค์กรบริษัทในการทบทวนกลยุทธ์ Future of Work เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงาน พร้อมทั้งปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ESG ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง “พื้นที่สำนักงานรูปแบบใหม่ที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมากสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภูมิทัศน์ของสถานที่ทำงาน” นายไมเคิล แกลนซี่ กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล ประจำประเทศไทยและอินโดนีเซีย กล่าว “นอกจากนี้ ยังนับเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับองค์กรต่าง ๆ

Read More

ความหลากหลายของซัพพลายเชนหนุนอุตสาหกรรมการผลิตไทยโตต่อเนื่อง

เทรนด์ซัพพลายเชนหนุนอุตสาหกรรมการผลิตไทยโตต่อเนื่อง ความหลากหลายของซัพพลายเชนกำลังเพิ่มโอกาสให้ตลาดการผลิตไทย โดยเทรนด์นี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อนักลงทุนเริ่มมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในหลากหลายปัจจัยรวมถึงการเลือกที่ดินที่เหมาะสม การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain หรือ ซัพพลายเชน) ได้ถูกคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นแบบก้าวกระโดดในช่วงทศวรรษหน้า โดยจะมีการกระจายโรงงานการผลิตและแหล่งผลิตไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย รวมไปถึงทำเลอุตสาหกรรมต่างๆในประเทศไทย โดยข้อมูลของเจแอลแอล (NYSE: JLL) ระบุว่าฐานการผลิตอย่างประเทศไทยจะกลายเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์จากเทรนด์นี้ เนื่องจากขีดความสามารถในการผลิตที่หลากหลายซึ่งสามารถเสริมฐานการผลิตใหญ่อย่างจีน อย่างไรก็ดี บริษัทต่าง ๆ จะต้องมีความยืดหยุ่นในการพิจารณาเลือกทำเลที่ตั้งและทางเลือกในการระดมทุน เพื่อสร้างความได้เปรียบท่ามกลางความผันผวนของซัพพลายเชนในปัจจุบัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทต่าง ๆ เริ่มมองหาการย้ายฐานการผลิตนอกประเทศจีน สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แนวโน้มการย้ายฐานการผลิตไปประเทศใกล้เคียงอื่น ๆ ก่อให้เกิดกระแสกลยุทธ์ “China+1” โดยที่บริษัทต่าง ๆ พากันเพิ่มฐานการผลิตเพิ่มเติมนอกประเทศจีน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของซัพพลายเชนโดยลดการพึ่งพาประเทศใดเพียงประเทศเดียว “ประเทศไทยได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนที่สำคัญในการปฏิรูปซัพพลายเชนจากประเทศจีน โดยมีผู้มาลงทุนจำนวนมากในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า แนวโน้มนี้ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจาก ปี 2566 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยมียอดขายที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมสูงสุดในรอบ 17 ปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว” นายไมเคิล แกลนซี่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์

Read More