SCG: ถึงเวลาเปลี่ยนควาญช้าง ความเป็นไปในยุคหลัง กานต์ ตระกูลฮุน
การประกาศแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่แทนผู้บริหารท่านเดิมที่กำลังจะเกษียณอายุขององค์กรชั้นนำอย่าง SCG เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจให้ภาพของแบบแผนพิธีการที่ต้องดำเนินให้ถูกต้องอย่างเป็นทางการ มากกว่าที่จะเป็นดัชนีชี้วัดทิศทางหรือการเปลี่ยนผ่านขององค์กรอย่างที่อาจเกิดขึ้นในองค์กรธุรกิจแห่งอื่นๆ เหตุที่เป็นดังนี้ก็เนื่องเพราะก่อนหน้านี้ รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ต่อจากกานต์ ตระกูลฮุน ภายใต้แผนสืบทอดผู้นำ หรือ Succession plan มาตั้งแต่เมื่อปี 2554 หรือกว่า 4-5 ปีที่ผ่านมาแล้ว ช่วงเวลาที่ทอดยาวดังกล่าวทำให้รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส เป็นว่าที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ที่มีโอกาสในการเตรียมตัว และผ่านกระบวนการบ่มเพาะ ทดสอบ ภายใต้แรงกดดันและประสบการณ์ที่ท้าทายหลากหลายมากที่สุดคนหนึ่ง ขณะที่ความรู้และประสบการณ์ในเอสซีจีในช่วงที่ผ่านมาของเขา ก็ถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมในการบริหารและผลักดันยุทธศาสตร์องค์กรในยุคที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้นนี้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ว่าด้วยการเพิ่มสัดส่วนรายได้ ด้วยการมุ่งพัฒนานวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products & Services: HVA) ซึ่งถือว่าเป็นเข็มมุ่งในการบริหารองค์กรในอนาคต ดูเหมือนว่าบทบาทของรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส จะได้รับการบ่มเพาะและเตรียมตัวมาอย่างดี โดยเฉพาะจากข้อเท็จจริงที่ว่าเขาถูกส่งไปเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจกระดาษ (เอสซีจี แพคแกจจิ้ง) ซึ่งถือเป็นกระบวนการสร้างประสบการณ์บริหารอย่างครอบคลุม ยืดหยุ่น และมีนัยความหมายสอดคล้องกับจังหวะก้าวของเอสซีจีในช่วงเริ่มต้นศตวรรษที่สองอย่างมาก เพราะขณะที่ธุรกิจกระดาษกำลังขับเคลื่อนท่ามกลางปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ธุรกิจกระดาษของ SCG จะต้องสร้าง “โอกาสทางการตลาด” ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจึงอยู่ที่ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมและความแตกต่าง โดยเฉพาะการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษเพื่อใช้กับสินค้าประเภทอาหาร
Read More