Home > พลังงาน (Page 2)

บ้านปูฯ เข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานลม มุ่งเน้นการบริหารกระแสเงินสด และการลงทุนระยะยาวในเวียดนาม

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เข้าซื้อ โรงไฟฟ้าพลังงานลม El Wind Mui Dinh โดยการซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เปิดดำเนินการแล้วในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการลงทุนในระยะยาวของบริษัทฯ ในเวียดนาม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตและมีการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก สอดคล้องกับกลยุทธ์ Greener & Smarter ของบ้านปูฯ ซึ่งมุ่งเน้นที่จะขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน โดยมีมูลค่าการลงทุนจำนวน 66 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเทียบเท่าประมาณ 2,065 ล้านบาท โดยการลงทุนในครั้งนี้มาจากกระแสเงินสดของบ้านปูฯ และ บ้านปู เพาเวอร์ในสัดส่วนที่เท่ากัน ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าวอยู่ในระหว่างการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องในสัญญา และการได้รับอนุมัติจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 โดยเป็นการลงทุนผ่านบริษัท BRE Singapore Pte. Ltd. (BRES) บริษัทย่อยที่บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 50 ผ่านบริษัท บ้านปู

Read More

บ้านปูฯ เปิดตัว BANPU NEXT ชูพอร์ตพลังงานสะอาด ปรับกระบวนทัพทางธุรกิจ เพื่อก้าวสู่ทศวรรษใหม่

บ้านปูฯ เปิดตัว BANPU NEXT ชูพอร์ตพลังงานสะอาด เสริมทัพด้วยเทคโนโลยี ปรับกระบวนทัพทางธุรกิจ เพื่อก้าวสู่ทศวรรษใหม่ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เตรียมก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ของการดำเนินธุรกิจ ประกาศจัดตั้ง บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด (BANPU NEXT) มุ่งลงทุนและพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงาน เดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่ตอบรับกับเทรนด์พลังงานแห่งโลกอนาคต ซึ่งมุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลัก ESG (Environment, Social and Governace) ที่สนับสนุนการผลิตและการใช้พลังงานสะอาด รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้อย่างชาญฉลาด เสริมความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ Greener & Smarter ผลักดันให้บ้านปูฯ เป็นผู้ให้บริการสมาร์ทโซลูชั่นด้านพลังงานอย่างครบวงจร นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การจะขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนนั้น บริษัทฯ ต้องปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ด้านพลังงาน 3Ds ซึ่งประกอบด้วย

Read More

บ้านปูฯ เน้นกลยุทธ์บริหารกระแสเงินสด ตอบโจทย์การเติบโตในช่วงเศรษฐกิจโลกผันผวน

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งสร้างความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ด้านการบริหารกระแสเงินสดจากทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน กระแสเงินสดจากการลงทุน และกระแสเงินสดจากการบริหารจัดการทางการเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทฯ มีเสถียรภาพทางการเงินอยู่ในระดับที่มั่นคง สนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่าการบริหารกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง จะทำให้บริษัทฯ สามารถรับมือกับสภาวะความไม่แน่นอนของตลาดโลกได้ สำหรับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เนื่องด้วยสภาวะความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์พลังงาน บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่เน้นการบริหารแผนงานระยะสั้นมากขึ้น ด้วยการลดต้นทุนการผลิตในธุรกิจถ่านหิน เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ตลอดจนเลือกพื้นที่การผลิตที่มีต้นทุนต่ำ และการใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการพัฒนาพื้นที่เหมืองใต้ดิน เพื่อนำไปสู่การผลิตที่ราบรื่น ขณะที่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติได้ใช้ความได้เปรียบจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำ ในการสร้างกำไรในช่วงที่ราคาก๊าซธรรมชาติยังอ่อนตัวอยู่ และใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เพื่อลงทุนเจาะหลุมก๊าซเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เตรียมความพร้อมรองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ทางด้านกระแสเงินสดจากการลงทุน บริษัทย่อยในอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และจีน รวมถึงบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ที่บริษัทฯ ได้เข้าไปลงทุนมีผลการดำเนินงานที่ดีและมีการบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำส่งเงินปันผลให้บริษัทฯ ได้อย่างสม่ำเสมอ โดยโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี โรงไฟฟ้าหงสา

Read More

นโยบายพลังงาน เฟืองตัวใหม่ปลุกเศรษฐกิจไทย?

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจไทยที่ดัชนีชี้วัดหลากหลายสะท้อนภาพความตกต่ำไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การส่งออกที่ติดลบ การชะลอตัวลงของกำลังซื้อในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่สถานการณ์ราคาพืชผลทางการเกษตรก็ยังไม่มีแนวโน้มจะกระเตื้องขึ้น หรือแม้กระทั่งการท่องเที่ยวที่ซบเซาจากผลของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จนนำไปสู่ข้อกังขาว่ารัฐบาลประยุทธ์ 2 จะนำพารัฐนาวาฝ่าคลื่นลมของปัญหาทางเศรษฐกิจที่รุมเร้า ไม่ให้เกิดเป็นวิกฤตได้อย่างไร ความเคลื่อนไหวของกลไกรัฐภายหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นประหนึ่งการเริ่มต้นบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการของรัฐบาลประยุทธ์ 2 จึงได้รับการจับตามองเป็นพิเศษว่าจะนำเสนอมาตรการหรือขับเคลื่อนองคาพยพของสังคมเศรษฐกิจไทยไปในแนวทางที่ได้แถลงนโยบายไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถก่อให้เกิดพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมให้จับต้องได้มากน้อยเพียงใด ประการสำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือจะสามารถพยุงหรือฉุดสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซานี้ให้ตื่นฟื้นขึ้นมาได้หรือไม่ การประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยการระบุว่ากำลังจะปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย 2561-2580 (Power Development Plan: PDP2018) ทั้งที่แผนดังกล่าวเพิ่งผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 และผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 จึงเป็นจังหวะก้าวที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับการปรับกระบวนทัศน์ของรัฐบาลประยุทธ์ 2 ที่อาจมีผลเกี่ยวเนื่องกับความเป็นไปของทั้งพลังงานและเศรษฐกิจไทยในอนาคต ก่อนหน้านี้ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้แสดงบทบาทนำในการใช้กลไกของนโยบายด้านพลังงานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ด้วยการขยายระยะเวลาในการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ภาคครัวเรือน (กลุ่มร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร) และตรึงราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) สำหรับรถโดยสารสาธารณะต่อไปอีก 2 เดือน (สิงหาคม-กันยายน

Read More

เขื่อนแตกใน สปป.ลาว กับความมั่นคงพลังงานไทย?

ประเด็นว่าด้วยความมั่นคงด้านพลังงานของไทย หรือ energy security ดูจะเป็นกรณีที่ถูกท้าทายและตั้งคำถามอีกครั้งหลังจากเกิดเหตุการณ์ เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ในเมืองสนามชัย แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว แตกเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตประชาชนและทรัพย์สินจำนวนมาก แต่อาจเทียบไม่ได้ต่อความเชื่อมั่นในการเปิดให้กลุ่มทุนพลังงานจากนานาประเทศเข้าแสวงประโยชน์บนแผ่นดินของ สปป.ลาว ในอนาคต ภายใต้ความมุ่งหมายที่จะสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของไทย ซึ่งสอดรับกับยุทธศาสตร์ของ สปป.ลาว ว่าด้วยการเป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” ทำให้ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มทุนจากไทย โดยความร่วมมือกับกลุ่มหลากหลายสัญชาติ ต่างเข้าลงทุนในโครงการสร้างเขื่อนตามแนวลำน้ำโขงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างเอิกเกริก ควบคู่กับโรงผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะถ่านหินด้วย ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจประการหนึ่งอยู่ที่ ตามแผนการพัฒนา สปป.ลาว ไปสู่การเป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” สปป.ลาว มีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว 42 แห่งและอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 53 แห่ง ซึ่งหากการดำเนินการก่อสร้างเป็นไปตามกรอบเวลาที่วางไว้ ภายในปี 2563 สปป.ลาว จะมีจำนวนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำมากถึง 90 แห่งและมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 26,000 เมกะวัตต์ต่อปี ขณะที่ประชากรจำนวน 7 ล้านคนของ สปป.ลาว มีความต้องการใช้ไฟฟ้าประมาณ 1,579 เมกะวัตต์เท่านั้น เป้าหมายของโรงผลิตไฟฟ้าใน

Read More

พลังงานไทยบน Solar Roof แสงสะท้อนที่หักเหของนโยบายรัฐ

จากประเด็นข่าวเรื่อง “กฟผ. เสนอเรื่องให้ กกพ. จัดเก็บค่าระบบสำรองไฟฟ้า ที่ 100-200 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่ผลิตไฟฟ้าใช้เองจาก Solar Roof Top ที่ถูกโพสต์ และแชร์ไปบนโลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา สร้างความแปลกใจ รวมไปถึงความไม่พอใจจากประชาชนไม่น้อย ความคิดเห็นส่วนใหญ่แสดงออกมาในเชิงลบ และต่อว่าต่อขานผู้บริหาร กฟผ. ถึงนโยบายนี้ ว่าไม่ยุติธรรมต่อผู้ที่หันมาใช้พลังงานทางเลือก ทั้งที่ภาครัฐควรจะสนับสนุนส่งเสริม ให้ประชาชนใช้พลังงานสะอาด ทั้งเพื่อเป็นการลดภาวะโลกร้อน และประหยัดพลังงานหลัก หลังจากกระแสธารของข่าวนี้ที่ถูกส่งต่อและแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว วันถัดมา ผู้บริหารระดับสูงของ กฟผ. ออกมาแก้ไขความดังกล่าวว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน “กฟผ. ไม่ได้เสนอการจัดเก็บค่าไฟฟ้าสำรองต่อ กกพ. แต่อย่างใด กรณีการจัดเก็บค่าไฟฟ้าสำรองนั้นเป็นเพียงการยกตัวอย่างกรณีที่ต่างประเทศใช้ดำเนินการเท่านั้น” สหรัฐ บุญโพธิภักดี โฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อธิบาย แม้ว่าจะมีการแก้ไขความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนให้ถูกต้องแล้ว กระนั้นก็ไม่อาจลดทอนความเคลือบแคลงใจที่ประชาชนมีไปได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จากกรณีดังกล่าวทำให้เราต้องย้อนกลับมาดูว่า ภาครัฐมีนโยบายในเรื่องพลังงานทดแทน หรือพลังงานสะอาดอย่างไร “ความมั่นคงด้านพลังงานเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของทุกประเทศในอาเซียน โดยหน่วยงานด้านพลังงานระหว่างประเทศคาดว่า ความต้องการพลังงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 37 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี

Read More

เปิดประมูลโรงไฟฟ้า ภาพสะท้อนพลังงานไทย

การเปิดประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก ตามประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในแบบ SPP hybrid firm หรือการผสมผสานเชื้อเพลิงตั้งแต่ 1 ประเภทขึ้นไป รวม 300 เมกะวัตต์ (MW) ของกระทรวงพลังงานและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในด้านหนึ่งกำลังเป็นภาพสะท้อนทิศทางธุรกิจพลังงานของไทยที่น่าสนใจไม่น้อย เนื่องเพราะภายหลังการเปิดให้ผู้สนใจยื่นเสนอขายไฟฟ้าเมื่อวันที่ 16-20 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่านอกจากจะมีผู้สนใจเป็นจำนวนมากแล้ว ยังถือเป็นสนามประลองกำลังของผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่พร้อมจะนำไปสู่การแข่งขันด้านราคาให้ต่ำกว่าราคาประกาศของ กกพ. ที่กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าแบบ Feed in Tarif (FiT) ที่ 3.66 บาทต่อหน่วย จากผลของจุดแข็งด้านวัตถุดิบป้อนโรงไฟฟ้าของผู้ประกอบการแต่ละราย และทำให้ยอดพลังงานไฟฟ้าที่ยื่นประมูลเสนอขายมียอดรวมกว่า 2,000-4,000 เมกะวัตต์ ทะลุเกินยอด 300 เมกะวัตต์ (MW) ที่ กกพ. ประกาศรับซื้อไปไกลมาก ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจจากการเปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าดังกล่าวอยู่ที่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประมูลที่มีมากกว่า 150 ราย สามารถจำแนกออกได้เป็น 9 กลุ่มใหญ่ๆ ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มบริษัท บี.กริม

Read More

พระบิดาแห่งพลังงานไทย พลิก “วิกฤตน้ำมัน”

  แม้ราคาน้ำมันหลายเดือนที่ผ่านมาอยู่ในช่วงขาลง แต่ยอดการใช้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเติบโตทางเศรษฐกิจและปริมาณการใช้รถยนต์ของคนไทย ต้องสูญเสียเม็ดเงินนำเข้า ทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปหลายแสนล้านบาท เนื่องจากประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันดิบในสัดส่วนมากกว่า 80% ของการจัดหาน้ำมัน หรือผลิตได้ในประเทศเพียง 17% ยิ่งตลาดน้ำมันโลกผันผวน เกิดวิกฤตราคาพุ่งพรวด นั่นหมายถึงการสูญเสียเม็ดเงินจำนวนมหาศาล  ทั้งหมดล้วนอยู่ในพระวิสัยทัศน์ด้านพลังงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งในหนังสือ “72 ปี แก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวัง” เล่าว่า พระองค์ทรงรับสั่งมาตั้งแต่ พ.ศ.2504 แล้วว่าค่ารถจะแพง แปลว่าน้ำมันจะแพง และรับสั่งให้ทดลองผลิตแอลกอฮอล์ทำน้ำมันเชื้อเพลิง ทำเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ดีโซฮอล์ ในสวนจิตรลดา “ตอนนั้นทรงมีพระราชปรารภว่าเมืองไทยกำลังเห่อปลูกต้นยูคาลิปตัส ที่ไหนๆ ก็ปลูกหมด ยูคาลิปตัส 3 ปี จึงจะตัดได้ ท่านรับสั่งว่า ระหว่าง 3 ปีเขาจะเอาอะไรกิน แต่ถ้าเผื่อปลูกอ้อย ปลูกทุกปีขายได้ทุกปี เอาอ้อยมาทำแอลกอฮอล์ เอาแอลกอฮอล์มาผสมเบนซิน เราก็ทดลองผสมตั้งแต่ 10% ทั้งเบนซิน ทั้งน้ำมันดีเซล ใช้ได้ รถยนต์ของโครงการส่วนพระองค์ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์และดีโซลฮอล์” การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเชื้อเพลิงชีวภาพของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา จึงเริ่มต้นจริงจังในปี 2528

Read More