ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น สำหรับ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เล่นรายใหญ่ของตลาดเครื่องปรุงรสที่กำลังทรานส์ฟอร์มองค์กร จากผู้ผลิตเครื่องปรุงรส สู่ผู้นำในการสร้างคาม “กินดี มีสุข” ให้กับผู้คน พร้อมกางแผนการดำเนินงานปี 2568 เสิร์ฟ 3 กลยุทธ์พิชิตใจคนรุ่นใหม่
ความสำเร็จของอายิโนะโมะโต๊ะในปี 2567
แต่ก่อนจะไปดูแผนกลยุทธ์ปี 2568 เราจะพาไปดูผลการดำเนินงานในปี 2567 ที่ผ่านมาของ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เรียกได้ว่า เติบโตเกินคาด โดย มร.อิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า
ปี 2567 อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) สร้างผลประกอบการได้ถึง 32,663 ล้านบาท เป็นแท่นอันดับ 6 ของกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตอาหาร จากอันดับ 8 ในปีก่อนหน้า โดยในปีที่ผ่านมาได้เสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพ 248 ล้านมื้อ เติบโต 24% ในกลุ่มนวัตกรรมอาหาร
ผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้หลักและครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงที่สุดคือ ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ 90% รสดี 80% และกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ 50% โดยกลุ่มที่มีการเติบโตที่โดดเด่น คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกรดอะมิโน 30% อาหารแช่แข็ง 80%

ด้านความยั่งยืน อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) ประสบความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอน โดยสามารถลดคาร์บอนได้ 92% สำหรับ Scope 1 และ 2 และยังบรรลุเป้าหมายลดของเสียจากอาหารที่ 82% (1,600 ตัน) ลดการใช้น้ำ 92% และยังจัดทำแคมเปญ Upcycling เก็บกลับพลาสติกได้กว่า 1.5 ล้านชิ้น ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย การปรับเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มสำหรับพนักงานขายและพนักงานโรงงานเป็นเสื้อที่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล และการติดตั้งหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ได้เกือบ 100% ที่โรงงานผลิต

เจาะความสำเร็จแบรนด์ดัง
ด้านนางพนิดา เนื่องรักษา ผู้จัดการหน่วยงาน Household Business เผยว่า ปีที่ผ่านมากลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรมากขึ้น ดังนี้
o สื่อสารด้วย “AjiPanda” ในฐานะ Brand Ambassador ของกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะทั่วโลก เพื่อเป็นตัวแทนความสุขในการกินและชีวิตที่มีสุขภาพดี
o รสดี: พัฒนาสินค้าเพื่อเป็นทางเลือกสุขภาพให้กับผู้บริโภค เช่น “รสดีเมนูแป้งชุบทอดปรุงรสสำเร็จ” สูตรลดการอมน้ำมัน 30% และลดโซเดียม “รสดีมายด์” ลดเกลือลง 15% ให้รสนุ่มนวลเค็มพอดี แต่คงเอกลักษณ์ความเข้มข้น รวมทั้งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้การทำอาหารสะดวกขึ้น เช่น “รสดีซุปก้อน ฮอทพอท รสซุปหม่าล่า”
o เบอร์ดี้: เปิดตัวสูตรเพื่อสุขภาพตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และเปิดตัว “เบอร์ดี้คาเฟ่” แบบขวด PET สุดเทรนดี้ พร้อมหนุนชาวไร่กาแฟไทยอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มธุรกิจใหม่: โดดเด่นด้วยการใช้ AminoScience จัดกิจกรรมเสริมสุขภาพตอบโจทย์ทุกวัย ทุกไลฟ์สไตล์
สำหรับกลุ่มธุรกิจใหม่ นายวันนเรศวร์ สุขีลักษณ์ ผู้จัดการหน่วยงาน Nutrition and Well-Being เผยความสำเร็จไว้ดังนี้
o กลุ่มอะมิโน: ปีที่ผ่านมามีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น “อะมิโนไวทัล วอเตอร์ชาร์จ” เครื่องดื่มชาร์จพลังความสดชื่นกับงานวิ่ง “อายิโนะโมะโต๊ะ อะมิโนไนท์” เสริมการนอน สร้างประสบการณ์หลับลึกแบบ Immersive และ “อะมิโนมอฟ” สำหรับผู้สูงวัย หนุนการท่องเที่ยวไปพร้อมกับสนับสนุนสังคมผู้สูงอายุ
o อาหารแช่แข็งสไตล์ญี่ปุ่นและเมนูพร้อมทาน มีการเปิดตัว “อายิโนะโมะโต๊ะ ควิก มีล” โจ๊กพร้อมทานสูตรต้นตำรับเจาะคนเมือง พร้อมเตรียมเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์หมวดอาหารแช่แข็งสไตล์ญี่ปุ่นที่กินง่ายและดีต่อสุขภาพ

กลุ่มธุรกิจร้านอาหารและร้านค้า: ขับเคลื่อนวงการสตรีทฟู้ดไทยและร้านอาหารให้อร่อย-สะดวก
o คู่ครัวคู่ใจร้านอาหาร: เปิดตัว “ซุปก๋วยเตี๋ยวรสดี แบบน้ำ สูตรซุปกระดูกหมูเคี่ยวนาน” และ “อายิพลัส ผงนัวสูตรเข้มข้น” ที่ช่วยให้ปรุงอาหารได้อร่อยคงที่
New Business Creation: ขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหาร-ไบโอเทค ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย
o สนับสนุนสตาร์ทอัป และสร้างความต้องการในตลาดใหม่ต่อยอดธุรกิจ
ในขณะที่ภาพรวมธุรกิจอาหารปี 2567 สามารถสรุปภาพรวมได้ 3 หัวข้อหลัก คือ 1) ปัญหาเงินเฟ้อส่งผลราคาของวัตถุดิบ ที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน 2) ESG บริษัททั่วโลกกำลังมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือ “Net Zero” และการดำเนินงานตามกรอบมาตรฐาน และ 3) พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค ผู้บริโภคมองหาผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่า มีราคาเหมาะสม หรือโปรโมชั่นที่โดนใจ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่สร้างความท้าทายให้กับทุกธุรกิจ

กางแผนปี 2568 ส่ง 3 กลยุทธ์พิชิตใจคนรุ่นใหม่
มร.อิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากความท้าทายของธุรกิจอาหารในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ภาวะเงินเฟ้อ พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค และความใส่ใจเรื่อง ESG เราได้ปรับตัวรับทุกความท้าทายและพัฒนาไปอีกขั้นเพื่อพิชิตใจคนยุคใหม่ ด้วยการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพที่ดีผ่าน “AminoScience” อันเป็นความเชี่ยวชาญหลักของเรา เพื่อสร้างมิติใหม่ให้กับวงการธุรกิจอาหาร โดยในปีที่ผ่านมา อายิโนะโมะโต๊ะ สร้างผลประกอบการด้วยมูลค่ากว่า 32,663 ล้านบาท ขึ้นแท่นเบอร์ 6 ของกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตอาหารในประเทศไทย ประจำปี 2567”
สำหรับในปี 2568 บริษัทฯ มีแผนขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย
1. ขยายตลาดและสร้างการเติบโต อายิโนะโมะโต๊ะพัฒนาผลิตภัณฑ์ปัจจุบันและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ “กินดี มีสุข” มุ่งเสริมแกร่งกลุ่มเครื่องปรุงรสผ่านการปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เป็นมิตรเข้าถึงง่าย โดยใช้ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะสร้างประสบการณ์ความสนุกและความอร่อยในการทำอาหาร พร้อมการสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่นักชิม ปรับการสื่อสารกาแฟเบอร์ดี้ให้ทันสมัยเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์หมวดอาหารแช่แข็งสไตล์ญี่ปุ่นที่กินง่ายและดีต่อสุขภาพ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน แบบ Ready-to-eat เจาะกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบันที่ชีวิตรีบเร่งแต่ยังใส่ใจสุขภาพ นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกรดอะมิโน ที่ใช้นวัตกรรมจาก “AminoScience” เพื่อตอบโจทย์การดำเนินชีวิตของคนในทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ กลุ่มคนที่รักการเล่นกีฬา หรือผู้ที่ใส่ใจด้านสุขภาพและความงาม ด้านเซอร์วิส “แอปพลิเคชัน i-LiveWell – แพลตฟอร์มกินดีมีสุขฉบับมนุษย์เงินเดือน” บริษัทฯ วางแผนผนึกพันธมิตรธนาคาร ประกันสุขภาพ โค้ชสุขภาพ และ telemedicine เป็นต้น

2. หนุนโภชนาการกีฬาให้ทัพนักกีฬาและคนไทย มุ่งสานต่อโครงการ Thailand Victory Project เป็นปีที่ 7 ผ่านการสนับสนุนกีฬาซีเกมส์ 2025 โดยต่อยอดความเชี่ยวชาญในการดูแลโภชนาการกีฬาและจุดแข็งด้าน “AminoScience” จากญี่ปุ่นสู่ไทย มาประยุกต์ใช้ในการสนับสนุนมื้ออาหารแห่งชัยชนะ (Winning Meals® Kachimeshi) ซึ่งเป็นแผนโภชนาการกีฬาที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย ควบคู่กับผลิตภัณฑ์เจลพลังงานอะมิโนไวทัลที่อุดมด้วยกรดอะมิโน นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัว Ajinomoto Victory Canteen ซึ่งเป็นการปรับลุคใหม่ให้กับห้องอาหารของนักกีฬา นำเสนอโภชนาการที่ดี และพื้นที่กิจกรรมสำหรับพัฒนาศักยภาพและปลดล็อกพลังแห่งชัยชนะของทัพนักกีฬาไทย
3. ใช้เทคโนโลยี FarmAI ช่วยลดคาร์บอนสร้างความยั่งยืน ตั้งเป้าลดใช้คาร์บอน พร้อมเพิ่มปริมาณการตรวจสอบกลับ (traceability) จากโครงการ “Thai Farmer Better Life Partner” ขึ้นเป็น 45,000 ตัน หรือประมาณ 30% โดยมีแอปพลิเคชัน FarmAI เป็นเครื่องมือใหม่ที่จะเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการตรวจสอบกลับการดำเนินงานในระบบ ecosystem พร้อมเดินหน้าโมเดล Ajinomoto FD Green one-stop service ด้วยการสร้างเครือข่ายเพื่อการเกษตรกับพาร์ตเนอร์อย่างครบวงจร ผ่านการใช้เทคโนโลยีในการยกระดับการเกษตร เพิ่มผลผลิตและให้ความรู้แก่เกษตรกรมันสำปะหลังและกาแฟเพื่อผลผลิตที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการลดคาร์บอนตามเป้าหมายใน Scope 3
“จากกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง เรามั่นใจว่าอายิโนะโมะโต๊ะจะบรรลุเป้าหมายในการสนับสนุนความ “กินดี มีสุข” แก่สังคมไทยผ่านโภชนาการที่ดี ด้วยนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับแนวทางการดำเนินงานที่ดีและลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งจะช่วยดูแลคุณภาพชีวิตที่ดีแก่คนไทยและสิ่งแวดล้อมให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างยั่งยืน” มร.อิชิโระ ซะกะกุระ กล่าวทิ้งท้าย
