Home > Cover Story (Page 195)

ยืดอายุตลาดคลองถม ความอยู่รอดคนหาค่ำกินเช้า

 ค่ำวันเสาร์สุดสัปดาห์ของใครหลายคนที่พากันหาความสุขเพื่อผ่อนคลายเรื่องเครียดจากการทำงาน บางคนใช้เวลาส่วนใหญ่ในวันหยุดกับครอบครัว กับเพื่อน หรือคนรู้ใจ แต่มีคนกลุ่มหนึ่งเฝ้ารอให้ถึงราตรีกาลของวันเสาร์ด้วยใจจดจ่อ ผู้ค้าแผงลอยตลาดคลองถม ตลาดคลองถม หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันดีในนาม ตลาดมืด ตลาดไฟฉาย พื้นที่ที่เต็มไปด้วยของแปลก ของสะสมหายาก แหล่งที่รวบรวมร้านค้าเครื่องยนต์ เครื่องมือช่าง ของใช้ในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า โดยมีให้เลือกทั้งมือหนึ่ง มือสอง ถึงมือสาม สี่ ซึ่งกินพื้นที่ของถนนหลายสายด้วยกัน ตั้งแต่ถนนเสือป่า ถนนพลับพลาไชย ถนนมหาจักร ถนนยมราชสุขุม ถนนศรีธรรมราช ถนนเจ้าคำพร ถนนหลวง ถนนวรจักร และถนนเจริญกรุง ที่มีผู้ค้ามากกว่า 2,000 ราย ปักหลักตั้งแผงลอยขายสินค้าตั้งแต่ช่วงเย็นของวันเสาร์กระทั่งเช้าวันอาทิตย์  เสน่ห์ที่สามารถดึงดูดใจนักชอป นักสะสมได้เป็นอย่างดี คงหนีไม่พ้นเรื่องของสินค้าที่มีความแปลก หายาก ซึ่งของเก่าเหล่านี้มีคุณค่าในตัวเอง ส่วนในเรื่องการตรวจสอบว่าของจริงหรือของเก๊นั้น คงต้องอาศัยชั่วโมงบินของแต่ละคน ว่าจะช่ำชองมากน้อยเพียงใด หรืออาจเรียกได้ว่าใครจะซื้อสินค้าจากตลาดคลองถมนั้น ต้องยอมรับว่า “ตาดีได้ ตาร้ายเสีย” นักชอปบางกลุ่มอาจอาศัยความคุ้นชินจากการที่พ่อค้าแม่ขายเห็นหน้าบ่อยๆ ที่ช่วยสร้างความเชื่อใจมากขึ้น และนั่นช่วยให้ง่ายต่อการหาของที่ต้องการ กระนั้นตลาดคลองถมหรือตลาดมืด ก็ยังเป็นหมุดหมายของนักชอปยามราตรี  การค้าที่ปราศจากการตลาด

Read More

ชัยชนะของ Shinzo Abe และความหวังครั้งใหม่ของ “Abenomics”

 ผลการเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่นเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลภายใต้การนำของ Shinzo Abe สามารถกลับมาครองเสียงข้างมากได้อย่างท่วมท้น สะท้อนมิติมุมมองและเป็นประหนึ่งฉันทามติของประชาชนชาวญี่ปุ่น ที่มุ่งหมายให้ Shinzo Abe นำพาประเทศไปสู่การฟื้นตัวครั้งใหม่ภายใต้กรอบโครงแนวความคิด Abenomics ได้เป็นอย่างดี ชัยชนะของ Shinzo Abe และพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP: Liberal Democratic Party) ในด้านหนึ่งเกิดขึ้นจากข้อเท็จจริงที่ว่า Abenomics กำลังเป็นความหวังเดียวของญี่ปุ่นในการพลิกฟื้นกลับคืนมาสู่หนทางการเติบโตทางเศรษฐกิจอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ก็เป็นภาพสะท้อนความล้มเหลวของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ที่ไม่สามารถนำเสนอนโยบายเพื่อให้เกิดทางเลือกอื่นๆ และเป็นเหตุให้พรรคฝ่ายค้านต้องพ่ายแพ้ยับเยิน และผู้นำพรรคฝ่ายค้านอย่าง Banri Kaieda แห่งพรรค DPJ (Democratic Party Of Japan) ต้องกลายเป็น ส.ส.สอบตกในพื้นที่ของตัวเองและต้องประกาศสละตำแหน่งประธานพรรคไปโดยปริยาย ความอ่อนแอของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ในด้านหนึ่งอาจหมายถึงความสามารถของ Shinzo Abe ในการผลักดันมาตรการตามแนวทางของ Abenomics ให้บรรลุถึงเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น แต่ในทางกลับกันก็สุ่มเสี่ยงที่จะผิดพลาดจากกลไกในการตรวจสอบที่ด้อยประสิทธิภาพ  ยังไม่นับรวมถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านจะต้องเร่งสังคายนาและสร้างความแข็งแกร่งภายในพรรค เพื่อเรียกคืนความนิยมให้กลับมา ซึ่งทำให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านอาจสูญเสียโอกาสในการนำเสนอนโยบายหลักมากขึ้นไปอีก ประเด็นที่น่าสนใจและประเมินกันต่อไปจากผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดของญี่ปุ่นนี้ก็คือ จำนวนประชาชนที่เดินทางออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเสียง อยู่ในระดับที่ถือว่าต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีผู้ออกมาใช้สิทธิเพียงร้อยละ 53.3 ของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด

Read More

ยุคดิจิตอลต้องสู้ด้วยทุน ทีวีธันเดอร์เตรียมเข้า mai

 สมรภูมิดิจิตอลทีวีได้ปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ของวงการผู้ผลิตสื่อให้แปลกแตกต่างออกไปอย่างที่ไม่มีวันเหมือนเดิม ควบคู่กับการช่วงชิงพื้นที่และทรัพยากรทางการผลิตกันอย่างเอิกเกริกด้วยมุ่งหมายที่จะต้องยืนให้อยู่ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและเขม็งเกลียวที่พร้อมจะผลักให้ผู้ประกอบการบางรายล้มหายไปจากหน้าจอโดยปริยาย ล่าสุดบริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVT ผู้ประกอบธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์และรายการบันเทิงชั้นนำ และให้บริการรับจ้างผลิตรายการและจัดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงธุรกิจบริหารศิลปิน และผลิตและจำหน่ายหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กได้ยื่นไฟลิ่งกับ ก.ล.ต. แล้วเพื่อนำเสนอขายหุ้นไอพีโอ 200 ล้านหุ้น โดยคาดหวังจะเป็นผู้นำธุรกิจด้านการผลิตคอนเทนต์และผลิตรายการที่มีมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ประเด็นสำคัญของการยื่นขอเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ของทีวี ธันเดอร์ อยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่า การเปิดทีวีดิจิตอลที่มีมากถึง 24 ช่อง ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ส่งผลให้บริษัทฯ มีการเติบโต และเป็นที่มาของการเตรียมตัวเพื่อระดมทุนสำหรับขยายกำลังการผลิตรายการโทรทัศน์และลงทุนในระบบการถ่ายทำรองรับทีวีดิจิตอล เพื่อการขยายตัวของบริษัทฯ ในอนาคต รวมถึงการพัฒนาสู่การเป็นผู้ผลิตที่มีมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ภัทรภร วรรณภิญโญ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVT ระบุว่าทางบริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) และได้ยื่นแบบคำขอให้รับหุ้นสามัญของบริษัทฯ เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Read More

Jazz Night By The River ความรื่นรมย์ก่อนสิ้นปี

 สายลมหนาวแผ่วเบาที่เริ่มโชยพัดมาให้สัมผัสได้ในช่วงเวลาก่อนสิ้นปีเช่นนี้ อาจทำให้ค่ำคืนของผู้คนในเมืองหลวงที่ต้องเผชิญกับวิถีการทำงานหนักหน่วงได้รับการบรรเทาให้ผ่อนคลายมากขึ้น และมีจำนวนไม่น้อยที่กำลังเฝ้าคอยโอกาสที่จะเดินทางท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนประจำปี ก่อนการกลับมาเผชิญกับข้อเท็จจริงที่รอคอยอยู่ในปีหน้า สำหรับผู้คนที่ยังต้องทำงานจนถึงสิ้นปี และยังไม่มีโปรแกรมจะไปท่องเที่ยวที่ไหนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ อาจหาโอกาสแวะเวียนมาย่านถนนพระอาทิตย์ เพื่อเข้าร่วมรับชมมหกรรมดนตรี Jazz ภายใต้ชื่อ “Bangkok Jazz Night By The River” ณ สวนสันติชัยปราการ ซึ่งจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคมนี้ โดยมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าของงาน และทำให้บรรยากาศละแวกถนนพระอาทิตย์ พระสุเมรุ ดูมีชีวิตชีวา และมีสีสันท้าทายสายลมหนาวได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย วัตถุประสงค์ของการจัดงานมหกรรมดนตรี Jazz สุดยิ่งใหญ่แห่งปีในครั้งนี้ ในด้านหนึ่งเป็นไปเพื่อเทิดพระเกียรติในพระปรีชาสามารถด้านการดนตรี Jazz ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการทรงเครื่องดนตรีและทรงพระราชนิพนธ์เพลง โดยพสกนิกรชาวไทยน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญาว่า “อัครศิลปิน” ขณะเดียวกันดนตรี Jazz ถือเป็นดนตรีที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ด้วยเหตุที่ดนตรี Jazz มีจังหวะที่สามารถผสมผสานดนตรีของแต่ละชาติแต่ละภาษาแต่ละท้องถิ่น ทำให้ดนตรี Jazz มีความหลากหลายและเข้าถึงคนทุกกลุ่มทั่วโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดนตรี Jazz กลายเป็นดนตรีที่มีผู้ฟังชื่นชอบอยู่ทั่วโลกและกลายเป็นภาษาสากลที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ไม่ยากนัก สำหรับประเทศไทย ดนตรี Jazz อาจจะไม่ได้รับความนิยมเท่ากับดนตรีในสไตล์อื่นๆ แต่ประเทศไทยก็มีเมล็ดพันธุ์ทางดนตรี Jazz ที่สามารถประกาศก้องให้กับนานาชาติได้รับรู้ถึงความสามารถในระดับนานาชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิ

Read More

ซินจ่าว ซาปา ทักทายเมืองแห่งสายหมอก

 AEC Leisure อากาศเย็นปะทะใบหน้าทันทีที่ก้าวลงจากรถ ทะเลสาบกว้างกลางเมืองฉายภาพสะท้อนภูเขาน้อยใหญ่ที่โอบล้อมเมืองอยู่โดยรอบ ม่านหมอกที่แผ่คลุมเมืองและภาพชาวเขาเผ่าต่างๆ ในชุดประจำเผ่าที่สร้างสีสันและชูธรรมชาติรอบข้างให้งดงามมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมสถานที่แห่งนี้จึงเป็นหนึ่งหมุดหมายสำคัญในแผนที่ท่องเที่ยวของใครหลายคน “ซาปา” เมืองแห่งขุนเขาและสายหมอก สถานที่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนอยากไปเยือน ยิ่งเข้าช่วงฤดูหนาวอย่างนี้ด้วยแล้ว เชื่อแน่ว่า ซาปาจะเป็นจุดหมายของหลายๆ คนที่ต้องการสัมผัสลมหนาว สายหมอก และธรรมชาติที่งดงาม ห่างจากกรุงฮานอยเมืองหลวงของเวียดนามไปทางทิศเหนือประมาณ 350 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของเมือง “ซาปา” (SaPa) ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดลาวไก (Lao Cai) จากฮานอยเราสามารถเดินทางมายังซาปาได้ทั้งทางรถยนต์และรถไฟ แต่ที่ได้รับความนิยมและสะดวกสบายที่สุดเห็นจะเป็นการใช้บริการรถไฟตู้นอน สามารถหาซื้อตั๋วรถไฟได้ตามโรงแรมหรือบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่าย รถไฟจะออกจากฮานอยช่วงหัวค่ำ และมาถึงจังหวัดลาวไกตอนเช้า จากลาวไกต้องต่อรถตู้เพื่อเดินทางไปซาปาอีกราวๆ 1 ชั่วโมง พลันที่ก้าวลงจากรถอากาศหนาวเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของซาปาก็เข้ามาทักทายผู้มาเยือนแทบจะในทันที ด้วยความที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,650 เมตร และเป็นดินแดนแห่งขุนเขาจึงทำให้ซาปาเป็นเมืองที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี ยิ่งช่วงฤดูหนาวบางปีที่หนาวจัดที่นี่จะถูกปกคลุมด้วยหิมะ สร้างภาพงามที่หลายคนอยากมาสัมผัสด้วยตัวเอง ในอดีตซาปาคือเมืองตากอากาศของเจ้านายชั้นสูงชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาปกครองเวียดนามในยุคอาณานิคม แต่ความจริงเมืองและผู้คนต่างตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่มาก่อนที่ชาวตะวันตกจะเดินทางมาพบ ซึ่งทุกวันนี้เรายังคงได้เห็นร่องรอยของเจ้าอาณานิคมที่ทิ้งไว้ ทั้งสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนและการวางผังเมืองแบบเฟรนช์โคโลเนียล และที่โดดเด่นเห็นจะเป็น “โบสถ์คาทอลิก” เก่าแก่กลางเมืองที่ยังใช้งานมาถึงปัจจุบัน จากเมืองตากอากาศสมัยอาณานิคมนานวันเข้าซาปาก็กลายเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากขึ้น ทั้งชาวเวียดนามเองที่มักจะหาเวลาในช่วงวันหยุดมาพักผ่อนที่นี่ รวมถึงนักท่องเที่ยวชาติต่างๆ ด้วยเช่นกัน เมื่อมีการขยายตัวด้านการท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ นานา ทั้งโรงแรมที่พักหลายระดับ ร้านอาหารหลากสัญชาติ

Read More

วิชา พูลวรลักษณ์ 10 ปี ยึดเบ็ดเสร็จ

 “อีก 10 ปี เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จะมีสาขาในทุกจังหวัดของประเทศไทย” เป้าหมายของวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป แผนปูพรมสาขาโรงภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในทุกจุดของประเทศไทย แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หาใช่เรื่องยากสำหรับเจ้าพ่อโรงหนังที่สร้างปรากฏการณ์ “Big Surprise” ในวงการอยู่ตลอดเวลา  ตั้งแต่การปลุกปั้นแบรนด์ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” เอาชนะคู่แข่ง สร้างเมืองหนังครั้งแรก ในรูปแบบ Stand Alone Complex เริ่มที่สาขาปิ่นเกล้า ก่อนมาคว้าทำเลสี่แยกรัชโยธิน ผุดสุดยอดเมืองหนัง ที่สร้างความชัดเจนในฐานะผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นำ “บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)” เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยถือเป็นหุ้นโรงภาพยนตร์รายแรกรายเดียวในตลาดหุ้นไทย และการทุ่มทุนควบรวมกิจการ “อีจีวี” ฮุบส่วนแบ่งตลาดเกือบ 80% สร้างเครือข่ายความเป็นอาณาจักรบันเทิงอย่างครบวงจร มีทั้งโรงหนัง คาราโอเกะ โบว์ลิ่ง ฟิตเนส ลงทุนนับพันล้านบาทซื้อสิทธิ์แฟรนไชซี “แมคโดนัลด์” ในเมืองไทย

Read More

“เมเจอร์” ทศวรรษที่ 3 ปรับสูตรสยายปีก

 “วิชา พูลวรลักษณ์” ทุ่มทุนสร้างอาณาจักรธุรกิจเอ็นเตอร์เมนต์ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ แต่ประสบการณ์และบทเรียนตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ปรับเปลี่ยนบิสสิเนสโมเดลจาก “Total Entertainment Lifestyle Company” สู่ความเป็นเมืองหนังและศูนย์รวมความบันเทิงระดับโลก ที่มีเป้าหมายใหญ่ชัดเจนมากขึ้น ภายใต้ 2 กลยุทธ์หลัก  ด้านหนึ่ง ปูพรมสาขาโรงภาพยนตร์เพื่อเป็นสะพานต่อยอดธุรกิจภาพยนตร์ อีกด้านหนึ่ง ปลุกปั้นธุรกิจภาพยนตร์ลงสาขาที่จะมีมากถึง 1,000 โรง ทั้งในและต่างประเทศ   ความสำเร็จของวิชา  คือ “โรงหนังโต หนังโต รายได้โตดับเบิ้ลอีกหลายเท่า” ที่สำคัญ เป้าหมายการก้าวเข้าสู่ปีที่ 21 ไม่ใช่แค่ตลาดในประเทศไทย แต่ขยายสู่สมรภูมิต่างประเทศ ทั้งตลาดอาเซียนและเอเชีย หลังชิมลางครั้งแรกเมื่อ 5 ปีก่อน โดยร่วมถือหุ้นในบริษัท พีวีอาร์ (PVR) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอินเดีย ตั้งบริษัทร่วมทุนดำเนินธุรกิจโรงภาพยนตร์และโบว์ลิ่ง แต่ดีลครั้งนั้นวิชาไม่ได้เข้าบริหารโดยตรง  จนล่าสุด ในปี 2557 บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)

Read More

คนนอก-มืออาชีพ-Nobody ชื่อ พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ

 ตลอด 80 ปี ที่บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่คร่ำหวอดอยู่ในวงการธุรกิจเครื่องดื่มน้ำเมามาอย่างยาวนาน เป็นที่รู้กันว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นเป็นเพราะการบริหารงานของคนในตระกูลภิรมย์ภักดี สืบเนื่องมาจนกระทั่งถึงทายาทรุ่นที่ 4  กระทั่งมีแนวนโยบายใหม่ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนอน-แอลกอฮอลล์ หลังจากสภาพของตลาดเครื่องแอลกอฮอล์ในประเทศซบเซาลง ผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจกับสุขภาพตัวเองมากขึ้น จนกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่สิงห์ไม่อาจปล่อยผ่านอย่างไม่สนใจได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทุกตัวจะประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค กระนั้นถึงแม้ผลิตภัณฑ์บางตัวจะไปไม่รอดแต่ก็ยังอยู่ภายใต้การบริหารของสิงห์เอง อาจเป็นเพราะการเปลี่ยนผ่านเจนเนอเรชั่นของสิงห์มาสู่รุ่นที่ 4 ทำให้รูปแบบการบริหารงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่คนในตระกูลภิรมย์ภักดีเช่นเดิม ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของวงการธุรกิจที่มักมีการดึงตัวผู้บริหารระดับมืออาชีพที่มีประสบการณ์เข้ามาบริหารงาน เพราะคาดหวังในประสบการณ์ที่ติดตัวมาน่าจะนำมาใช้ประโยชน์ที่หมายถึงผลกำไรที่จะตามมาต่อธุรกิจ  แต่ความเป็นมืออาชีพอาจทำให้ภาพลักษณ์ของตระกูลภิรมย์ภักดีถูกบดบังบนพื้นที่ของหน้าสื่อธุรกิจ ถ้าเช่นนั้นหากใครคนนั้นจะเป็นแค่ Nobody ที่จะทำให้ภาพลักษณ์ไม่โดดเด่นเกินหน้าเกินตาทายาทสิงห์ อาจเป็นเรื่องที่ดีกว่า ล่าสุดเมื่อตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท บุญรอดฟาร์ม จำกัด เป็นบุคคลที่ไม่ได้มีนามสกุล “ภิรมย์ภักดี” ต่อท้าย แต่ป็นผู้ที่เคยดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการการตลาดในประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อย่าง พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นหน้าใหม่ในวงการธุรกิจไทย คนนอกที่เพิ่งมาใหม่อย่างพงษ์รัตน์อาจนำประสบการณ์ด้านการตลาดที่เคยทำงานร่วมกับ ททท. มาใช้ซึ่งดูจะเอื้อประโยชน์ต่อบุญรอดฟาร์มเชียงราย หรือปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น สิงห์ ปาร์ค เชียงราย ที่สิงห์พัฒนาขึ้นเพื่อหวังให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเกษตรเชิงนิเวศแห่งใหม่ อีกทั้งเป้าประสงค์ที่หวังจะต่อยอดธุรกิจในเชิงอุตสาหกรรมทางการเกษตร ภายใต้ผลิตภัณฑ์แบรนด์ “บุญรอดฟาร์ม”  แต่ความท้าทายที่พงษ์รัตน์ต้องเจอคงไม่ใช่เพียงแค่การบริหารจัดการพื้นที่กว่า 8,600 ไร่ ของสิงห์ ปาร์ค ที่มีแผนจะพัฒนาโครงการพูล วิลล่า จำนวน 20 หลัง

Read More

“มารุเซ็น” ความพยายามครั้งใหม่ของ “สิงห์”

 หากจะย้อนเวลาถอยหลังไปในช่วง 10 ปีให้หลัง ตลาดเครื่องดื่มนอน-แอลกอฮอล์ของไทยที่มีสีสันมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นตลาดชาเขียวพร้อมดื่มที่เจ้าตลาดดังอย่างโออิชิ และอิชิตัน จะงัดกลยุทธ์ทางการตลาดมาสู้กันอย่างสนุก ในช่วงเวลาหนึ่งสิงห์เองก็เคยส่งชาพร้อมดื่มหวังแบ่งพื้นที่ทางตลาดของเครื่องดื่มชา แต่ดูการมาในครั้งนั้นที่มาพร้อมกับประสบการณ์อันน้อยนิดเกินไปเมื่อชาเขียวพร้อมดื่มของสิงห์ภายใต้แบรนด์ “โมชิ” ไม่อาจแย่งส่วนแบ่งการตลาดได้แม้แต่น้อย ทำให้สิงห์ต้องยกเลิกการผลิตชาเขียวไปในเวลาอันรวดเร็ว ดูเหมือนว่าในช่วงเวลานั้นสิงห์อาจจะยังไม่พร้อมสำหรับตลาดนอน-แอลกอฮอล์ แต่สิงห์คงยังไม่เข็ดเมื่อครั้งนี้ยักษ์ใหญ่ในตลาดเครื่องดื่มน้ำเมากลับมาอีกครั้งพร้อมด้วยพันธมิตรจากแดนปลาดิบที่เรียกตัวเองว่าเป็น Expert ในด้านชาเขียวจากจังหวัดชิสึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาร่วมทุนพร้อมทั้งสร้างฐานการผลิตบนพื้นที่ของไร่สิงห์ ปาร์ค เชียงราย บริษัท มารุเซ็น ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด เกิดจากการร่วมทุนระหว่างสิงห์ คอร์เปอเรชั่น กับบริษัท Maruzen Tea Japan (มารุเซ็น ที เจแปน) เมื่อหกเดือนก่อน ด้วยทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท โดยสิงห์ถือหุ้น 51% และ Maruzen Tea Japan ถือหุ้น 49% เป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี นับตั้งแต่การก่อตั้งบริษัท ที่ Maruzen Tea

Read More

การรุกคืบของทุนญี่ปุ่นในสยาม ทางรอดหรือทางเลือก

 การลดจำนวนลงของประชากรเกิดใหม่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เมื่อกำลังการซื้อส่วนใหญ่ผูกติดอยู่กับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนในวัยทำงาน ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระบบเศรษฐกิจของดินแดนอาทิตย์อุทัย ภาวะการชะลอตัวของกำลังซื้อในญี่ปุ่นส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่เติบโตเท่าที่ควร โดยที่ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นใช้ระบบเศรษฐกิจแบบ Abenomics ภายใต้การนำของ Shinso Abe อดีตนายกรัฐมนตรีที่เพิ่งประกาศยุบสภาไปเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยโตเกียวได้ประกาศขึ้นภาษีการค้าจาก 5 เปอร์เซ็นต์เป็น 8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประชาชนชะลอการจับจ่าย ผลพวงจาก Abenomics นับเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลใหม่ของญี่ปุ่นที่มาจากการเลือกตั้งวันที่ 14 ธันวาคม 2557 จะต้องเร่งหาทางออกในเรื่องนี้ให้กับบรรดานักธุรกิจและนักลงทุนภายในประเทศ อีกทั้งยังต้องเรียกความน่าเชื่อถือให้กับประเทศเมื่อ Moody’s สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้ปรับลดความน่าเชื่อถือของประเทศญี่ปุ่นลงจาก ‘Aa3’ เหลือ ‘A1’ (เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2557) นับเป็นการปรับลดหนึ่งขั้น หลังจากภาวะเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่สภาวะถดถอยในช่วงไตรมาส 3  การขาดดุลระยะกลางอย่างต่อเนื่องของประเทศญี่ปุ่น และการหดตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ 0.4% ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน (เมษายน – มิถุนายน) ที่ 1.9% ทั้งที่ในไตรมาสแรกของปี ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 1.6%

Read More