Home > Cover Story (Page 170)

“พีที” จัดเต็มโค่นแชมป์ ปูพรม “กาแฟพันธุ์ไทย”

  “พีทีจี เอ็นเนอยี” กำลังเร่งรุกตลาดครั้งใหญ่ ทั้งธุรกิจน้ำมันและธุรกิจนอนออยล์ หลังปรับภาพลักษณ์องค์กร เปิดสถานีบริการน้ำมัน “พีที” รูปโฉมใหม่ ยกเครื่องร้านสะดวกซื้อ “แมกซ์มาร์ท” และขยายธุรกิจร้านกาแฟ “พันธุ์ไทย” จนแซงหน้าคู่แข่งขึ้นแท่นเบอร์ 2 และตั้งเป้าหมายใหม่ โค่นแชมป์ค่ายน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง ปตท. ตามแผนเบื้องต้น นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า ในปี 2560 บริษัทตั้งงบลงทุนรวม 5,000 ล้านบาท  แบ่งเป็นงบลงทุนขยาย-ปรับปรุงสถานีบริการน้ำมัน 3,000 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจนอนออยล์ อีก 2,000 ล้านบาท โดยเร่งขยายสถานีบริการน้ำมันครบ 1,500 แห่งในปี 2559 และขยายเพิ่มอีก 350 สาขา ในปี 2560 เพื่อก้าวสู่การเป็นเบอร์

Read More

ดัน Social Enterprise ปฏิวัติแนวคิดธุรกิจใหม่

   Social Enterprise หรือ “วิสาหกิจเพื่อสังคม” ยังเป็นความพยายามของหลายฝ่าย เพื่อปฏิวัติแนวคิดใหม่ในการประกอบธุรกิจ ไม่ใช่ “ต้นทุน” บวก “กำไร” แต่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งในและนอกกระบวนการดำเนินธุรกิจ หรือ Corporate Social Responsibility–CSR  In and Out Process  ต้องถือว่าปี 2558 ประเทศไทยเกิดแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ เมื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มี เทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. เป็นประธาน ได้พิจารณารายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม  เวลานั้น บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธาน สปช. คนที่ 1 นำเสนอหลักการและเหตุผลตอนหนึ่งว่า กรอบแนวคิดของวิสาหกิจเพื่อสังคมเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ที่จะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ซึ่งเป็นแนวทางส่งเสริมการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในภาคเอกชนให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างเกื้อกูลกัน ภายใต้รูปแบบองค์กรทางสังคม

Read More

“ออมสุข” ต่อยอดโรงเรียนชาวนา พลิกชีวิต อยู่รอด อยู่ได้ อยู่ดี

  การจับมือกันระหว่างบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กับมูลนิธิพุทธเศรษฐศาสตร์ของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) จัดตั้ง บริษัท ออมสุข วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจซื้อสินค้าเกษตร ข้าว และพืชอินทรีย์อื่นๆ น่าจะเป็นก้าวย่างสำคัญของบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ ในฐานะภาคเอกชนที่ผลักดันให้เกิดบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise อย่างเต็มรูปแบบ  เป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมเกษตรกรทางภาคเหนือที่ปลูกข้าวและทำเกษตรอินทรีย์ สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ให้เกษตรกร สามารถพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม ดูแลธรรมชาติ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 2 องศา และช่วยบรรเทาภัยพิบัติจากธรรมชาติ แน่นอนว่า เมื่อบริษัทเอกชนรายใหญ่อย่าง “บางจาก” เข้ามาสนับสนุนทั้งเงินทุนและช่องทางต่างๆ โดยเริ่มต้นทุนจดทะเบียนก้อนแรก 10 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนการถือหุ้นระหว่างบางจากและมูลนิธิพุทธเศรษฐศาสตร์ 40 : 60 ย่อมหมายถึงโอกาสและความเป็นไปได้สูงขึ้น หลังจากมูลนิธิพุทธเศรษฐศาสตร์เข้าไปบุกเบิกแนวทางเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดเชียงรายเมื่อ 7 ปีก่อนพร้อมๆ กับการก่อตั้งศูนย์วิปัสสนาสากล “ไร่เชิญตะวัน” ท่าน ว.วชิรเมธี เคยกล่าวในธรรมบรรยายครั้งหนึ่งว่า

Read More

โสตศึกษาบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่

  ในห้วงยามที่ประเทศไทยยังคงถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกแห่งความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ที่ไม่ใช่เพียงประชาชนคนไทยเท่านั้น หากแต่เป็นโลกที่สูญเสียพระมหากษัตริย์นักพัฒนาอีกด้วย ขณะที่น้ำตายังไม่แห้งเหือดและเอ่อล้นรื้นรินดวงตาอยู่ทุกครั้งเมื่อปรากฏภาพพระราชกรณียกิจในสารคดีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงตรากตรำทำงานแก้ปัญหาทุกข์เพื่อสุขของประชาชนมิเว้นวาย ปัญหาส่วนใหญ่ของเกษตรกรไทยที่ดูจะเป็นปัญหาสะสมมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร ปัญหาการใช้ที่ดินอย่างที่ไม่สามารถสร้างประโยชน์ได้สูงสุด  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทาน “ทฤษฎีใหม่” เพื่อเป็นแนวทางการแก้ปัญหา โดยนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์เข้ากับการทำการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้เกษตรกรส่วนใหญ่มีที่ดินทำกินเฉลี่ยประมาณครอบครัวละ 10-15 ไร่ จึงทรงคิดคำนวณจำแนกการใช้พื้นที่ดินเพื่อการดำเนินชีวิต โดยมีเป้าหมายหลักคือ ทำอย่างไรให้มีข้าวปลาอาหารเพียงพอตลอดปีจากผืนดิน เพื่อที่จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายไปกับค่าอาหารและของกินของใช้ต่างๆ และมีรายได้เพียงพอสำหรับจับจ่ายใช้สอยสิ่งจำเป็น นอกจากนั้นยังมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย เมื่อมีความมั่นคงในชีวิต ก็ดำเนินชีวิตด้วยความรัก ความสามัคคีเอื้ออาทรกัน  จากนั้นทรงมีพระราชดำริให้ทดลอง “ทฤษฎีใหม่” ขึ้นครั้งแรกที่วัดมงคลชัยพัฒนา เมื่อปี พ.ศ.2532 โดยพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อซื้อที่ดินจำนวน 15 ไร่ ใกล้วัดมงคลชัยพัฒนา ทดลองทำทฤษฎีใหม่ จากนั้นขยายโครงการไปยังที่อื่นๆ อีก อย่างไรก็ตาม หลักการของเกษตรทฤษฎีใหม่ คือการแบ่งพื้นที่การเกษตรออกเป็น 4 ส่วน ตามอัตราส่วน 30:30:30:10 คือ ขุดสระหรือบ่อเพื่อกักเก็บน้ำสำหรับทำการเกษตร 30% ของพื้นที่ ส่วนที่สองคือ การปลูกข้าว 30% ของพื้นที่

Read More

ข้าว: ความมั่นคงทางอาหาร และสังคมไทย

  “... ข้าวต้องปลูก เพราะอีก 20 ปีประชากรอาจจะ 80 ล้านคน ข้าวจะไม่พอ ถ้าลดการปลูกข้าวไปเรื่อยๆ ข้าวจะไม่พอ เราจะต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศ เรื่องอะไร ประชาชนคนไทยไม่ยอม คนไทยนี้ต้องมีข้าว แม้ข้าวที่ปลูกในเมืองไทยจะสู้ข้าวที่ปลูกในต่างประเทศไม่ได้ เราก็ต้องปลูก...”  กระแสพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2536 นอกจากจะเป็นมิ่งขวัญและให้ความสำคัญแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวแล้ว ยังสะท้อนพระวิสัยทัศน์ที่ลุ่มลึกในมิติของความมั่นคงทางอาหารอย่างหาที่เปรียบมิได้ เป็นความมั่นคงในมิติที่แตกต่างออกไปจากความนึกคิดของบรรดาขุนศึกนายพลและผู้มีอำนาจในการบริหารประเทศในปัจจุบัน ซึ่งเติบโตมาท่ามกลางมิติของความมั่นคงแบบเดิม ที่เน้นย้ำเรื่องการมีอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้สร้างสมดุลแห่งความหวาดระแวง และอาจจะไม่มีความเข้าใจเลยจนพร้อมจะกล่าวล้อเล่นด้วยการไล่ชาวนาไปขายปุ๋ยแทน เมื่อถูกถามว่าจะแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำแต่ราคาปุ๋ยแพงอย่างไร สติปัญญาในการแก้ปัญหาราคาข้าวที่ดำเนินอยู่ในห้วงเวลาปัจจุบันกลายเป็นการผลิตซ้ำมาตรการที่คณะผู้บริหารชุดปัจจุบันพยายามจะชี้ว่ามีความผิดพลาดในอดีต แต่แล้วในที่สุดก็ด้อยความสามารถที่จะคิดหาวิธีในการแก้ไข เยียวยาให้ไปสู่มิติใหม่ที่ไปไกลกว่าเดิม ข้อเท็จจริงของความคืบหน้าในการแก้ปัญหาว่าด้วยเรื่องข้าวในปัจจุบัน ก็คือ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการให้ทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ และกลไกของ คสช. ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบโรงสีและโกดังข้าว ควบคู่กับการพบเกษตรกร พร้อมกับมาตรการช่วยเหลือและรักษาเสถียรภาพราคาข้าว มาตรการที่ว่านี้ประกอบด้วย สินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาตันละ 13,000 บาท จากฐานการคำนวณที่ว่า ข้าวในปัจจุบันมีราคาอยู่ระหว่างตันละ 9,700-12,000 บาท จึงควรมีราคาเฉลี่ยที่ตันละ 11,000 บาท  โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

Read More

พระราชดำริคืนชีวิตชาวม้ง พลิกไร่ฝิ่นสู่พืชออร์แกนิค

  พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้เคยพระราชทานไว้ในวันเปิดการสัมมนาการเกษตรภาคเหนือ ณ สำนักงานเกษตรภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2524 ความว่า  “...คำว่าชาวบ้านนี้ จะเรียกชาวบ้านก็ได้ ชาวเขาก็ได้ ก็เป็นชาวบ้านทั้งนั้น เคยไปถามชาวเขา พูดถึงเรื่องว่าจะทำโครงการอย่างไร อะไร เราก็ช่วยกันนะ เขาบอกว่า หมู่เฮาก็เป็นคนไทยเหมือนกัน ก็หมายความว่า เป็นคนไทยเป็นชาวบ้านทั้งสิ้น ช่วยกันทำ เขาก็อยากอยู่ในกฎหมาย ทำงานสุจริต หรือถ้าเราทำอะไรที่มีเหตุผล เขาก็จะช่วยรักษาป่า 3 อย่างให้เรา”  ชาวไทยภูเขา หรือชาวเขา ที่ตั้งรกรากอยู่ในประเทศไทยส่วนใหญ่อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศเพื่อนบ้าน มีจำนวนประมาณ 500,000 คน แม้จะเป็นชนกลุ่มน้อย แต่มีวัฒนธรรมประเพณีเก่าแก่ของตนเอง ซึ่งยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ลักษณะการดำรงชีพของชาวเขาที่ร่อนเร่ไปตามเทือกเขาสูงห่างไกล รูปแบบของเกษตรกรรมจึงเป็นการทำไร่เลื่อนลอย ไร่ข้าวโพด รวมไปถึงการปลูกฝิ่น ซึ่งจะมีการแผ้วถางป่าเพื่อทำการเกษตรในรูปแบบของตัวเองเนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจในการรักษาสมดุลทางธรรมชาติ แม้ว่าในยุคสมัยหนึ่งการปลูกฝิ่น การค้าฝิ่น จะยังเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎหมาย จนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายและมีการออกกฎหมายห้ามตั้งแต่การผลิตและการค้า แต่ชาวเขาในช่วงเวลานั้นก็ยังไม่ยอมเลิกปลูกฝิ่น ทั้งเหตุผลในเรื่องราคาสูง เป็นแหล่งรายได้อย่างดีของชาวเขาที่สามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ และเป็นการยากที่เจ้าหน้าที่จากภาครัฐจะเข้าไปควบคุมดูแลได้ทั่วถึง เนื่องจากพื้นที่เป็นยอดเขาสลับซับซ้อน

Read More

“กรีนมาร์เก็ต” เพชรบูรณ์โมเดล ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

  แม้ว่าจังหวัดเพชรบูรณ์จะมีสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆ และเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะพื้นที่เขาค้อ ภูทับเบิก อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ซึ่งความนิยมที่ทวีสูงขึ้นทำให้อุตสาหกรรมที่เติบโตเพื่อรองรับการขยายจำนวนของนักท่องเที่ยวเป็นไปแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะพื้นที่ภูทับเบิก จากเดิมที่เคยเป็นสถานที่ที่ถูกจัดสรรให้ชาวเขาใช้สำหรับการเพาะปลูกพืชผักเมืองหนาว หากแต่เหล่านายทุนที่มองเห็นกำไรที่คาดว่าจะได้รับ ทำให้เกิดการเปลี่ยนมือเจ้าของที่ดินทำกิน แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่จะสามารถซื้อขาย แต่เป็นลักษณะของเอกสารสิทธิ์ครอบครองเพื่อใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยและทำกินเท่านั้น จากทิวเขาสีเขียวขจี ที่มีแปลงกะหล่ำปลีปลูกเรียงรายทอดยาวเป็นระเบียบ ถูกแปรสภาพเป็นรีสอร์ต เกสต์เฮ้าส์หลังเล็กๆ สีสันสดใสตัดกับสีของธรรมชาติอย่างชัดเจน  กระนั้นเมื่อรัฐบาลภายใต้การนำของ คสช. เข้ามาควบคุมดูแลอย่างจริงจังและตรวจสอบความถูกต้อง ถึงการรุกล้ำผืนป่าภูทับเบิก กรณีดังกล่าวเคยปรากฏให้เห็นถึงการออกแอคชั่นของภาครัฐเมื่อครั้งภารกิจทวงคืนผืนป่าจากพื้นที่เขาใหญ่ ปรากฏการณ์เดียวกันกำลังดำเนินไปบนพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์อย่างภูทับเบิก แม้ว่าภาพข่าวที่แสดงออกมาจะเป็นไปในเชิงติดลบ กระนั้นภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดเพชรบูรณ์กลับมีนโยบายนำร่องซึ่งสอดคล้องกับนโยบายประชารัฐของรัฐบาลเพื่อมุ่งหวังให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานราก โครงการกรีนมาร์เก็ต จังหวัดเพชรบูรณ์ จึงถือกำเนิดขึ้นจากการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างปี พ.ศ.2556-2558 พบว่า ผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยในปี พ.ศ.2557-2558 มีผู้ป่วยเพิ่มเป็นสองเท่าจากปี พ.ศ.2556 โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยมะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ในส่วนของผู้มารับบริการของโรงพยาบาลเพชรบูณ์ พบว่าผู้ป่วยมะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ใหญ่ สูงเป็นอันดับ 1 และ 2 ของมะเร็งทั้งหมด และสาเหตุของมะเร็งตับส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการที่ผู้ป่วยได้รับสารเคมีหรือสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ส่วนมะเร็งลำไส้ใหญ่เกี่ยวข้องกับการบริโภคอาหารหรือได้รับสารกระตุ้นในระบบทางเดินอาหาร  ปัจจุบันเกษตรกรบางกลุ่มเริ่มมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น และเริ่มมองเห็นช่องทางการหลุดพ้นจากบ่วงความยากจน วงจรการเกษตรแบบเดิมๆ ที่รังแต่จะสร้างภาระหนี้สินที่ไม่รู้จบ และหันมาหาทางเลือกใหม่ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ลดต้นทุน และสามารถให้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและดีกว่า อีกทั้งเทรนด์การบริโภคของประชาชนในช่วงนี้จะเน้นหนักและใส่ใจต่อสุขอนามัยมากขึ้น กรีนมาร์เก็ต

Read More

เศรษฐกิจพอเพียง จาก “ปรัชญา” สร้าง “ธุรกิจชุมชน”

  “การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกินพอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นอันพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย จะเกิดความไม่สมดุล ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เรื่องแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงในปี 2517 หรือเมื่อ 50 ปีก่อน ได้รับการพัฒนากลายเป็นปรัชญาสำคัญของประเทศ ภายใต้แนวคิด “3 ห่วง 2 เงื่อนไข”  คือ “พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน” บนเงื่อนไข “ความรู้” และ “คุณธรรม” แม้ในช่วงแรกๆ หลายภาคส่วนยังไม่เข้าใจและเข้าถึง “แก่น” แต่การที่ประเทศไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจหลายครั้งด้วยแนวคิดดังกล่าว ย่อมถือเป็นข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด ส่งผลให้หลายๆ ธุรกิจน้อมนำแนวคิดปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” สร้างรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจไม่แสวงหากำไรจนเกินควร คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด มีคุณภาพ และมีส่วนร่วมในการสร้างการเติบโตของประเทศชาติ เพราะเมื่อเศรษฐกิจประเทศมั่นคง ประชาชนเข้มแข็ง จะส่งผลถึง “กำไร” ขององค์กรธุรกิจด้วย ดังทรงมีพระราชดำรัสถึงเรื่อง “ขาดทุน คือ กำไร  Our

Read More

จาก “ต้มยำกุ้ง” ถึง “หนี้ครัวเรือน” ย้ำปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง

  ขณะที่รัฐบาลพยายามสร้างความเชื่อมั่นในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ หลังเจอผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหาการส่งออกติดลบ การบริโภคภายในประเทศหดตัว และที่สำคัญ คือ วิกฤตหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงสุด แม้มีมาตรการกระตุ้นออกมาหลายรอบ แต่ยังไม่เห็นผลชัดเจนนัก จนดูเหมือนว่า วิกฤตครั้งนี้ทางออกเหนือมาตรการทั้งปวงที่จะช่วยประเทศไทยและคนไทยก้าวผ่านพ้นมรสุม คือ การยึดหลักปฏิบัติตามปรัชญาแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” ล่าสุด นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาเรียกร้องให้คนไทยมั่นใจศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศและเปลี่ยนความโศกเศร้าของประชาชนเป็นพลังสามัคคีของคนทั้งประเทศ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า โดยน้อมนำหลักปรัชญาและสืบสานพระปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไปใช้เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณ  เพราะวิกฤตเศรษฐกิจหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ปัญหาหลักอยู่ที่ความไม่สมดุลของการพัฒนา จนขาดภูมิคุ้มกันและต้องพึ่งพิงปัจจัยภายนอก เมื่อเศรษฐกิจโลกย่ำแย่ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่อง ทำให้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวคิดที่ทันสมัยทุกยุค  หรือแม้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 เปลี่ยนจากยุค 1.0 เน้นภาคเกษตรกรรม ยุค 2.0 เน้นอุตสาหกรรมเบา ยุค 3.0 เน้นภาคอุตสาหกรรมหนัก และยุค 4.0 ซึ่งเป็นโมเดลล่าสุดที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ Value-Based Economy หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เปลี่ยนแนวคิดจาก

Read More

พระบิดาแห่งพลังงานไทย พลิก “วิกฤตน้ำมัน”

  แม้ราคาน้ำมันหลายเดือนที่ผ่านมาอยู่ในช่วงขาลง แต่ยอดการใช้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเติบโตทางเศรษฐกิจและปริมาณการใช้รถยนต์ของคนไทย ต้องสูญเสียเม็ดเงินนำเข้า ทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปหลายแสนล้านบาท เนื่องจากประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันดิบในสัดส่วนมากกว่า 80% ของการจัดหาน้ำมัน หรือผลิตได้ในประเทศเพียง 17% ยิ่งตลาดน้ำมันโลกผันผวน เกิดวิกฤตราคาพุ่งพรวด นั่นหมายถึงการสูญเสียเม็ดเงินจำนวนมหาศาล  ทั้งหมดล้วนอยู่ในพระวิสัยทัศน์ด้านพลังงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งในหนังสือ “72 ปี แก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวัง” เล่าว่า พระองค์ทรงรับสั่งมาตั้งแต่ พ.ศ.2504 แล้วว่าค่ารถจะแพง แปลว่าน้ำมันจะแพง และรับสั่งให้ทดลองผลิตแอลกอฮอล์ทำน้ำมันเชื้อเพลิง ทำเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ดีโซฮอล์ ในสวนจิตรลดา “ตอนนั้นทรงมีพระราชปรารภว่าเมืองไทยกำลังเห่อปลูกต้นยูคาลิปตัส ที่ไหนๆ ก็ปลูกหมด ยูคาลิปตัส 3 ปี จึงจะตัดได้ ท่านรับสั่งว่า ระหว่าง 3 ปีเขาจะเอาอะไรกิน แต่ถ้าเผื่อปลูกอ้อย ปลูกทุกปีขายได้ทุกปี เอาอ้อยมาทำแอลกอฮอล์ เอาแอลกอฮอล์มาผสมเบนซิน เราก็ทดลองผสมตั้งแต่ 10% ทั้งเบนซิน ทั้งน้ำมันดีเซล ใช้ได้ รถยนต์ของโครงการส่วนพระองค์ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์และดีโซลฮอล์” การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเชื้อเพลิงชีวภาพของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา จึงเริ่มต้นจริงจังในปี 2528

Read More