วันอาทิตย์, มิถุนายน 21, 2026
Home > Cover Story > สังคม-เทรนด์โลก-ผู้บริโภคเปลี่ยน หนุนตลาดอาหารอนาคตขยายตัว

สังคม-เทรนด์โลก-ผู้บริโภคเปลี่ยน หนุนตลาดอาหารอนาคตขยายตัว

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างสังคมของไทยที่เข้าสู่สังคมสูงวัยแบบเต็มตัว บวกกับเทรนด์การดูแลสุขภาพที่มุ่งเป้าไปที่การมีอายุยืนแบบไม่ติดเตียง หรือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากกว่าการรักษา เป็นปัจจัยหลักที่สร้างให้เกิดการขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมอาหารอนาคตให้มีการขยายตัวมากขึ้น

ข้อมูลจากงานวิจัยของ IMARC Group (2023) พบว่า แนวโน้มตลาดอาหารอนาคต หรืออาหารจากพืชทั่วโลกจะมีอัตราการเติบโต 12.11% ในช่วงปี 2566-2571 และนอกจากนี้ Forbes ยังคาดการณ์ว่าตลาด Future Food ของโลกในปี 2568 จะมีมูลค่าสูงถึง 3.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับปี 2563

นอกจากนี้ บทวิเคราะห์ของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ระบุว่า แนวโน้มอาหารโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม สุขภาพและความยั่งยืน ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพและแหล่งที่มาของอาหารมากขึ้น ภาวะโลกาภิวัตน์ที่ชะลอตัวลงช่วยกระตุ้นให้เกิดความต้องการอาหารท้องถิ่นและกระบวนการจัดหาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่โปร่งใส ตลอดจนความตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมส่งผลให้ร้านอาหารต้องปรับตัวโดยใช้ทุกส่วนของวัตถุดิบในการสร้างสรรค์เมนูที่ยั่งยืน ประกอบกับปัญหาขยะอาหารเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญที่ระบบอาหารโลกต้องเผชิญ

แนวคิด Zero Waste และ Circular Food ซึ่งมุ่งเน้นการลดและนำเศษอาหารกลับมาใช้ใหม่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความพยายามในการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบสนองต่อเทรนด์และความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

อาหารแห่งอนาคตจึงเป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและจิตสำนึกรักษ์โลก ผู้บริโภคมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ผ่านการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมอาหารควรต้องศึกษาเทรนด์และตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเมนูอาหารโดยนำเข้าเทรนด์เหล่านี้มาปรับใช้และการคำนึงถึงคุณภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งการริเริ่มและการสื่อสารประเด็นเหล่านี้อย่างชัดเจนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบทางการตลาด

“เทรนด์ของโลกเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ทุกคนใส่ใจต่อสุขภาพของตัวเองมากขึ้น จากข้อมูลเกี่ยวกับอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ทั่วโลกมองว่าตลาดนี้มีมูลค่ามากกว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์หรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การให้ความสำคัญเกี่ยวกับการป้องกันสุขภาพ โดยเฉพาะการสร้างสมดุลลำไส้ ซึ่งนี่ไปสอดคล้องกับอาหารอนาคต” ดร.ภณธกร วงศ์เจริญ กรรมการสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ศูนย์นวัตกรรมอาหารเครือบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) อธิบาย

อาหารอนาคตปัจจุบันสามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม 1. Functional Food เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐาน และยังมีสัดส่วน 90% ของอาหารอนาคต 2. อาหารนวัตกรรมใหม่ หรือกลุ่มโปรตีนทางเลือก ที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิต หรือมาจากแหล่งใหม่ๆ เช่น โปรตีนพืช โปรตีนจากแมลง หรือเนื้อเพาะเลี้ยง 3. อาหารอินทรีย์ หรือ Organic Food ที่เพาะปลูก ผลิตโดยปราศจากสารเคมี และ 4. อาหารทางการแพทย์ สำหรับผู้ป่วยเฉพาะโรค

ดร.ภณธกร ขยายความให้เห็นภาพว่า เทรนด์อาหารอนาคตเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยเฉพาะการที่ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย “ปัจจัยผู้สูงอายุในประเทศไทยมีมากกว่า 24% ของประชากรทั้งประเทศ คือ 14 ล้านคน แต่จะทำอย่างไรให้อยู่อย่างมีอายุที่ยืนขึ้น จากงานวิจัยจะพบว่า การขาดโปรตีนเป็นปัญหาหลักของผู้สูงวัย ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งหากไม่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะเสี่ยงได้รับบาดเจ็บจนอาจเกิดภาวะโรคแทรกซ้อนได้ง่าย”

แม้ว่าเทรนด์อาหารอนาคตจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ ทั้งด้านการบริโภคในประเทศและการส่งออก ในขณะเดียวกันไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้นที่เริ่มมองเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ด้านสุขภาพ ประเทศในเอเชียเริ่มขยับตัวเพื่อให้ทันต่อกระแส และมองหาโอกาสทางธุรกิจเช่นกัน นี่จึงกลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของผู้ประกอบการในไทย

“ความท้าทายของอุตสาหกรรมนี้ทั้งในเอเชียและในประเทศ มี 3 ด้าน คือ 1. เทคโนโลยีการผลิต ที่ไทยยังขาดแคลน และยังพึ่งพิงเทคโนโลยีการผลิตแบบเดิมๆ เช่น การเก็บวิตามินให้ทนต่อความร้อน หรือการเก็บรักษากลิ่นให้คงเดิม ไทยยังไม่ได้พัฒนาในด้านนี้ ทำให้ยังไม่สามารถเพิ่มศักยภาพการแข่งขันจนสู้กับตลาดต่างชาติได้ 2. การวิจัย ผู้ประกอบการไทยยังต้องการการซัปพอร์ตอย่างมาก โดยเฉพาะในเชิงลึก การสนับสนุนจากภาครัฐ และภาคเอกชนจึงมีส่วนสำคัญ แต่ต้องหาให้เจอว่าจะส่งเสริมกันอย่างไร และ 3. ซัปพลายเชน ด้านส่วนประกอบอาหาร ไทยเรายังคงเป็นครัวโลก และมียุทธศาสตร์ที่ดี มีพืชสมุนไพรมากมาย แต่จะทำอย่างไรให้นำสิ่งเหล่านี้มาเปลี่ยนเป็นส่วนประกอบอาหารอย่างยั่งยืน และแข่งขันได้ในตลาดสากล” ดร.ภณธกร ให้ทัศนะ

ส่วนหนึ่งของการเสริมศักยภาพด้านการแข่งขันบนเวทีโลก แม้ว่าไทยจะมีความแข็งแกร่งและยังเป็นครัวโลก กระนั้นแท้จริงแล้วอุตสาหกรรมอาหารอนาคตยังต้องเผชิญกับเงื่อนไขบางอย่างที่ยังไม่สามารถแข่งขันได้อย่างสมบูรณ์

“มาตรฐานอาหารปลอดภัยของส่วนประกอบอาหารโดยเฉพาะFunctional Food อาหารทางการแพทย์ เป็นหัวใจหลักที่จะส่งเสริมให้ศักยภาพในการแข่งขันของไทยแข็งแกร่งขึ้น ปัจจุบันเรามีพืชสมุนไพรมากมาย แต่จะทำอย่างไรให้ปลอดภัยและได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยา ซึ่งปัจจุบันมีการทำ Positive List รายการสารสำคัญที่เป็นส่วนประกอบอาหาร ซึ่ง อย. ตั้งเป้าจัดทำไว้จำนวน 150 รายการภายในปี 2570 แต่ปัจจุบันมี Positive List ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 7 รายการเท่านั้น”

โดย Positive List เป็นก้าวสำคัญที่มีบทบาทในการผลักดันการขึ้นทะเบียนสารสำคัญต่างๆ และยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเพิ่มโอกาสของอาหารอนาคต ทั้งในแง่ของการเติบโต การขยายตลาดทั้งไทยและต่างประเทศ หากทำได้ตามแผนงานที่ตั้งเป้าไว้ จะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารอนาคตของไทยให้บรรลุเป้าหมายด้านมูลค่าเพิ่ม 500,000 ล้านบาท ซึ่งผลที่จะตามมาคือ การผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตระดับโลก ดึงดูดการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ช่วยเพิ่มมูลค่าทางการค้าและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

นอกจากการปลดล็อกกฎระเบียบเกี่ยวกับสารประกอบต่างๆ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทยแล้ว ดร.ภณธกร ยังมองว่า งานแสดงสินค้าเกี่ยวกับส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสารสกัด อย่างงาน Fi Asia-Vitafoods Asia 2025 จะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยให้สามารถยกระดับตัวเองและธุรกิจเพื่อไปสู่เวทีโลกได้

“งาน Fi Asia-Vitafoods Asia 2025 นี้เหมือนเป็นสปริงบอร์ด หรือสะพานเชื่อมระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ รวมไปถึงการเข้าถึงงานวิจัย จนนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเสิร์ฟไปสู่มือผู้บริโภค” ดร.ภณธกร ทิ้งท้าย

อาหารอนาคต เทรนด์ที่เกิดขึ้นโดยที่ผู้บริโภคแทบไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน แต่ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวัน ผ่านอินฟลูเอนเซอร์ นักรีวิวอาหารเครื่องดื่ม ผู้บริโภคชาวไทยที่ชอบลองของใหม่ จึงกลายเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมนี้อย่างแท้จริง.