Saturday, October 1, 2022
Home > Cover Story > Bosch ก้าวข้ามขีดจำกัดในอุตสาหกรรมไทย เจาะตลาดใหม่พร้อมกลยุทธ์รอบด้าน

Bosch ก้าวข้ามขีดจำกัดในอุตสาหกรรมไทย เจาะตลาดใหม่พร้อมกลยุทธ์รอบด้าน

ภายหลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย สภาพเศรษฐกิจโดยรวมส่งสัญญาณดีขึ้น เห็นได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มประกาศเปิดตัวโครงการใหม่ รวมไปถึงโครงการโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐ ความก้าวหน้าในธุรกิจก่อสร้างเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดเครื่องมือช่างปีนี้มีมูลค่าสูงขึ้น

โดยตลาดเครื่องมือช่างมีมูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท คิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าตลาดรวมวัสดุก่อสร้างทั้งหมด 500,000 ล้านบาท และยังถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 5 เปอร์เซ็นต์

แน่นอนว่างานนี้ เจ้าตลาดอย่าง Bosch ย่อมต้องแสดงศักยภาพ เมื่อล่าสุดมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ด้วยมุ่งมั่นที่จะทำให้บริษัทตัวเองเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมไทย อีกทั้งยังเจาะตลาดเครื่องมือไร้สาย ที่ปัจจุบันกำลังเป็นกระแส เพราะสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป คนว่างงาน การทำงานที่บ้าน ทำให้ผู้คนเริ่มมองหาเครื่องมือที่สามารถซ่อมบำรุงอุปกรณ์ต่างๆ ภายในที่อยู่อาศัยด้วยตัวเอง พึ่งพาช่างฝีมือน้อยลง หรือแม้แต่ช่างมืออาชีพที่เริ่มมองหาตัวช่วยที่ตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน

บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด ตอกย้ำกลยุทธ์การตลาดและนโยบายการเติบโตของธุรกิจภายใต้แนวคิด Bosch We Go Beyond : ก้าวข้ามขีดจำกัดไปกับบ๊อช โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันสินค้าออกไปสู่กลุ่มผู้ใช้ในตลาดอย่างทั่วถึง ด้วยเครื่องมือไฟฟ้าและอุปกรณ์เสริมของบ๊อชมาพร้อมกับนวัตกรรม BITURBO รวมไปถึงแอปพลิเคชัน BeConnected ที่สามารถตอบโจทย์ครบทุกเรื่องเครื่องมือช่าง

ธีรทัศน์ ประเสริฐเมธากุล ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายเครื่องมือไฟฟ้า บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด มองภาพรวมตลาดเครื่องมือไฟฟ้าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาว่า สถานการณ์การล็อกดาวน์ส่งผลให้ความต้องการของตลาดลดลง แต่ปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นตั้งแต่มีการเปิดประเทศและเปิดรับนักท่องเที่ยว ตลอดจนการขยายตัวของโครงการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในเรื่องการก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรมกลับมาเดินหน้าอย่างเต็มที่ ทำให้ความต้องการของตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้ง แม้จะยังมีปัจจัยที่น่าเป็นห่วงในระยะยาว เรื่องอัตราเงินเฟ้อ แต่เรายังเชื่อมั่นว่า นโยบายการดำเนินธุรกิจของบ๊อชจะสามารถผลักดันให้ธุรกิจและพันธมิตรเติบโตไปต่อได้

สำหรับแผนการตลาดของ “บ๊อช” ซึ่งเป็นนโยบายเครื่องมือไฟฟ้าบ๊อชทั่วโลก เราให้ความสำคัญและมองความต้องการของผู้ใช้งานเป็นหลัก หรือเรียกว่า User Centric โดยแบ่งออกเป็น 3 เรื่องใหญ่ๆ ได้แก่ สินค้าและบริการหลังการขายที่ครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานให้มากยิ่งขึ้น และช่องทางการจัดจำหน่ายไม่ว่าจะเป็นร้านค้า Traditional Trade และ Modern Trade รวมถึงร้านค้าออนไลน์ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้ง่าย และที่สำคัญการส่งเสริมการทำการตลาดทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ที่เราจะทำการตลาดควบคู่กันไปในทุกมิติ

“เครื่องมือไฟฟ้าบ๊อช ไม่ได้เป็นเครื่องมือที่ถูกที่สุด แต่เราสามารถการันตีได้ว่าเครื่องมือบ๊อช คือเครื่องมือที่คุ้มค่าที่สุด เราให้ความสำคัญมากในเรื่องความปลอดภัยและเรื่องนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานทำงานได้สะดวกง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงบริการหลังการขาย เพราะหัวใจสำคัญของบ๊อชคือลูกค้าเป็นหลัก ธีรทัศน์ กล่าวเสริม

บ๊อช มีกลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานมืออาชีพรวมไปถึงผู้ใช้งานระดับองค์กรต่างๆ ซึ่งหนึ่งในอาวุธสำคัญของแผนกลยุทธ์การทำตลาดแบบครบวงจรของบ๊อช คือการผนึกกำลังกับตัวแทนจำหน่ายและการสื่อสารตลาดโดยใช้อินฟลูเอนเซอร์ช่วยรีวิว เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์และโปรโมตสินค้าให้เป็นที่รับรู้กับผู้ใช้ ซึ่งล่าสุดบริษัทฯ นำทีมผู้บริหารและผู้จัดการผลิตภัณฑ์ในทุกหมวดสินค้า จัดงานใหญ่ส่งท้ายปีภายใต้ชื่องาน Bosch We Go Beyond : ก้าวข้ามขีดจำกัดไปกับบ๊อช ซึ่งแน่นอนว่าบ๊อชเป็นผู้นำในการเสนอเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งจะนำพาผู้ใช้ก้าวข้ามขีดจำกัด หรืออุปสรรคในการทำงานที่ผ่านมา

ช่วงเวลา 7 เดือนแรกของปีนี้ Bosch ให้ความสำคัญกับตลาดเครื่องมือไร้สายอย่างมาก โดยเฉพาะกิจกรรมทางการตลาด นั่นทำให้ภาพรวมของตลาดเครื่องมือประเภทไร้สายเติบโตขึ้นถึง 35 เปอร์เซ็นต์ สอดคล้องกับการพัฒนาแบตเตอรี่ ProCORE ที่บ๊อชพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มกำลังแรงขึ้นกว่า 87 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เครื่องมือมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับเครื่องมือมีสายปกติ

การพัฒนาและการรุกตลาดเครื่องมือไร้สายในครั้งนี้ น่าจะช่วยตอบโจทย์การทำงานของอุตสาหกรรมในทุกระดับ เพื่อให้สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดในบางสถานการณ์ หรือบางพื้นที่ที่ไม่มีกระแสไฟฟ้า

บ๊อช เริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 หากนับถึงปัจจุบันบ๊อชสร้างความหลากหลายในธุรกิจถึงสี่ด้าน ได้แก่ โซลูชันส์แห่งการขับเคลื่อนเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค และเทคโนโลยีพลังงานและอาคาร นอกจากโรงงานผลิตสินค้าที่อยู่ในธุรกิจโซลูชันส์ถึงสองแห่ง บ๊อชยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนาของตัวเอง

แน่นอนว่า ก้าวสำคัญของบ๊อชอาจต้องมีผลกับบทพิสูจน์ เมื่อตลาดเครื่องมือช่างมีการแข่งขันที่สูง ขณะที่ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะเปิดใจทดลองแบรนด์ใหม่ๆ

เมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มบริษัท แสงชัย กรุ๊ป ผู้นำเข้า ผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์ในระบบปรับอากาศ รวมไปถึงให้บริการด้านวิศวกรรมแบบครบวงจร เห็นโอกาสการเติบโตในตลาดนี้ ร่วมมือกับ Chervon Group ผู้ผลิตเครื่องมือช่างแบรนด์ SKIL ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือช่างแบรนด์ SKIL เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมรุกตลาดนี้แบบเต็มสูบเช่นเดียวกัน

โดยกลุ่มแสงชัย ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 3,000 ล้านบาท เติบโต 10-15 เปอร์เซ็นต์ ด้านการตลาดพร้อมทุ่มงบถึง 30 ล้านบาท โดยวางเป้ายอดขายปีแรกที่ 10 ล้านบาท และขยายตัวแทนจำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งนี้ SKIL Thailand ตั้งเป้าที่จะติด 1 ใน 5 ในตลาดเครื่องมือช่างและมียอดขายกว่า 300-400 ล้านบาทภายใน 5 ปี

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท พัมคิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ประกาศตัวเร่งเครื่องขยายตลาดเครื่องมือช่างทั้งไทยและต่างประเทศไปเมื่อช่วงต้นปี โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเองและนำเข้า พร้อมกับแผนกวิจัยและพัฒนาสินค้า

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วบริษัทผลิตและนำเข้าเครื่องมือช่างล้วนมองทิศทางของตลาดไม่ต่างกันนัก เมื่อเห็นสัญญาณการขยายตัวของธุรกิจก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น จึงเร่งอัดแคมเปญการตลาดโดยแย่งชิงส่วนแบ่งดังกล่าว งานนี้คงต้องวัดกันที่กึ๋นของผู้บริหาร และคุณสมบัติของเครื่องมือช่างว่าจะช่วยให้งานของช่างฝีมือง่ายและมีประสิทธิภาพขึ้นหรือไม่.

Leave a Reply