Home > วิหาร อี่ ทง เทียน ไท้

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา เจ้าสัวสายมู ผู้มีเทพยึดเหนี่ยวจิตใจ

“สหพัฒน์จะไม่ทำธุรกิจที่เกี่ยวกับอบายมุข...” คำกล่าวนี้เหมือนเป็นข้อบัญญัติสำคัญของลูกหลานตระกูลโชควัฒนา สืบทอดกันมาตั้งยุคนายเทียม โชควัฒนา และลูกชาย โดยเฉพาะเสี่ยบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ที่เกิดและเติบโตมาพร้อมๆ กับบริษัท สหพัฒนพิบูล ระยะเวลากว่า 70 ปี ตั้งแต่เข้ามาจับธุรกิจช่วยนายเทียมเมื่อปี 2495 บุณยสิทธิ์ หรือลีบุ้นเซี้ยง เป็นลูกชายคนที่ 3 ของนายเทียมและนางสายพิณ ซึ่งในประเทศจีนเชื่อกันว่า ถ้ามีลูกชาย 3 คนติดกันถือเป็นโชคดี เพราะทุกคนจะเป็นกำลังหลักของครอบครัว ขณะที่นายเทียมเป็นทั้งนักการตลาดผู้ปลุกปั้นสินค้าไทย แข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติ และนักธุรกิจคุณธรรมที่ส่งต่อรุ่นลูกหลาน ซึ่งถ้าใครมีโอกาสเยี่ยมเยือนอาคารสำนักงานใหญ่ของสหพัฒนพิบูลจะเห็นข้อความคุณธรรมประจำตระกูล 60 ข้อคิดในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท เช่น ลูกจงจำไว้ว่า การไม่ต่อสู้ในบางกรณีกลับเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่กว่าการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย ลูกจงอย่าเลือกของที่ชอบ ด้วยความอยากของลูก แต่จงเลือกด้วยสติปัญญาและพิจารณาถึงประโยชน์และโทษของมันเสียก่อน ลูกจงอย่าโกรธคนไม่ดี ที่จริงเขาก็อยากดีเหมือนกัน แต่เขาไม่เข้าใจว่า อะไรเป็นความดี…อะไรคือไม่ดี ลูกจะตำหนิ ติเตียนใคร ก็จงดูตนเองเสียก่อน อย่าให้เขาย้อนว่าเราได้ ลูกจะเห็นว่า ผู้มีสัมมาคารวะ จะพบแต่ความเจริญ การอ่อนน้อม เป็นคุณสมบัติของสุภาพบุรุษ การยกมือไหว้ผู้อื่นได้ คือการทำลาย ตัวกู-ของกู หลายคนบอกว่า การสั่งสอนเหล่านี้ส่งผลให้เสี่ยบุณยสิทธิ์ยึดถือเทพเจ้าแห่งความดี จนกลายเป็นที่มาของการก่อสร้าง วิหาร อี่ ทง

Read More

ชวนสักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ณ วิหาร “อี่ ทง เทียน ไท้” อีกหนึ่งแลนด์มาร์คของกบินทร์บุรี

ถ้าใครมีโอกาสได้ผ่านไปแถวอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี อยากขอเชิญชวนให้ไปสักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ณ วิหาร “อี่ ทง เทียน ไท้” พื้นที่แห่งความศรัทธาของ “บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” ที่สร้างขึ้นเพื่อหวังให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน สำหรับวิหาร “อี่ ทง เทียน ไท้” ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์กบินทร์บุรี ตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน “องค์พระโพธิสัตว์กวนอิม” โดยตัววิหารจำลองแบบมาจากหอบูชาฟ้าหรือหอสักการะฟ้าเทียนถาน ในกรุงปักกิ่ง ที่จักรพรรดิราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ซิง ใช้เป็นสถานที่บวงสรวงเทพยดาเพื่อขอพรให้ฝนฟ้าตกตามฤดูกาล โดยออกแบบผังอาคารวิหารเป็นวงกลมตามอาคารต้นแบบ หลังคาซ้อน 3 ชั้น มุงด้วยกระเบื้องสีเขียว ซึ่งเป็นกระเบื้องหลังคาโซลาร์เซลล์ที่ผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษชนิดฟิล์มบางประกบด้วยกระจกเทมเปอร์ 2 ชั้น ตัววิหารประกอบด้วยชั้นใต้ดินและชั้นโถงประดิษฐานองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม โดยชั้นใต้ดินจะมีเสาทั้งหมด 25 ตัน และชั้นโถงจะมีเสาทั้งหมด 24 ต้น เรียงรายรอบอาคารวิหาร โดยแบ่งเป็นวงใน 12 ต้น มีความหมายถึงเดือนทั้ง 12 เดือน และวงนอก 12 ต้น

Read More