Content

ยามาฮ่าคว้ารางวัลสุดยอดแบรนด์แห่งปี

มร.เท็ตสึยะ อินะมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด (ขวา) รับรางวัล “ซุปเปอร์แบรนด์ ประจำปี 2014” (Superbrands 2014) ถือเป็นรางวัลที่ได้มาตรฐานสูงสุดด้านแบรนด์ระดับโลก จากซุปเปอร์แบรนด์ (Thailand Superbrands Council) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระด้านการวัด และประเมินแบรนด์ที่เป็นเลิศด้านการสร้างแบรนด์ที่ผู้บริโภคทั่วประเทศให้ความไว้วางใจมากที่สุด โดยมีนายปรีชา แก่นพรหม ผู้อำนวยการ ซุปเปอร์แบรนด์ ประเทศไทย เป็นผู้มอบรางวัลฯ พร้อมแสดงความยินดีที่แบรนด์รถจักรยานยนต์ยามาฮ่าสามารถครองใจผู้บริโภคทั่วประเทศ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ณ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด

Read More

แอลจีสานต่อแคมเปญออนไลน์ “Displaying Dreams” เปิดโลกสมจริงสร้างรอยยิ้มให้เยาวชน

บริษัท แอลจี อีเล็คทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย คุณอลงกรณ์ ชูจิตร (ซ้าย) รองกรรมการ ผู้จัดการ และคุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี (ที่ 2 จากซ้าย) หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นต์และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน มอบ LG CURVED OLED มูลค่า 359,900 บาท ให้แก่สถานสงเคราะห์เด็กพิการและทุพพลภาพปากเกร็ด (บ้านนนทภูมิ) โดยเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญออนไลน์ Displaying Dreams ที่มุ่งเติมเต็มความฝันและสร้างความสุขให้แก่เยาวชน ผ่าน LG CURVED OLED

Read More

ศรีลังกา บนจุดตัดของความมั่งคั่ง

 สำหรับผู้คนที่เคยผ่านตาภาพยนตร์เรื่อง Grand Hotel Budapest ซึ่งนำเสนอความเป็นไปของโรงแรมในท้องถิ่นห่างไกลในนครสมมุติบนเทือกเขา Alpine ที่เต็มด้วยเรื่องราวและผู้คนที่ดำเนินผ่านช่วงเวลาแห่งความสุข-ทุกข์ ท่ามกลางวัฏจักรของความรื่นรมย์และตกต่ำ ภาพของโรงแรม Grand Hotel ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในเมือง Nuwara Eliya บนเขตทิวเขาและไร่ชาของศรีลังกาอาจให้ความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน ความเป็นไปของ Grand Hotel Nuwara Eliya จากเดิมที่เป็นเรือนพักตากอากาศของข้าหลวงใหญ่อังกฤษประจำศรีลังกา ก่อนจะเปลี่ยนสถานะมาสู่การเป็นโรงแรมในปี 1891 หรือเมื่อ 123 ปีที่แล้ว เพื่อรองรับผู้สัญจรผ่านทางและนักธุรกิจชาจากต่างแดน สะท้อนความมั่งคั่งและอดีตที่รุ่งเรืองของสถานที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุที่เป็นพื้นที่ในเทือกเขาสูงทำให้พื้นที่แห่งนี้มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 16 องศาตลอดทั้งปี และเป็นแหล่งเพาะปลูกและผลิตชาที่กว้างใหญ่ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของศรีลังกา ทำให้ Nuwara Eliya เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างพลวัตทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง รูปทรงของอาคารในแบบ Elizabethan ได้รับการบูรณะให้กลับฟื้นคืนมีชีวิตชีวา เป็นลมหายใจใหม่ที่พราวเสน่ห์และดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากมายหลั่งไหลเข้ามาเสพและเก็บรับห้วงยามแห่งความสุนทรีย์ ควบคู่กับการศึกษา เรียนรู้มิติในเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมชาติ ขณะเดียวกันวิถีที่ดำเนินไปใน Grand Hotel Nuwara Eliya ก็มีความน่าสนใจไม่แตกต่างจากภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูหรูหราอลังการ หากแต่ลึกลงไปในจิตใจของผู้คนในที่แห่งนี้ กลับเต็มไปด้วยความละเอียดประณีตในการหลอมรวมและการดูแลจิตวิญญาณของผู้คนได้อย่างลงตัว ผลของการเป็นไร่และแหล่งผลิตชาที่กว้างใหญ่ ทำให้ในอดีตที่ผ่านมามีการนำชาวทมิฬจากถิ่นอื่นเข้ามาเป็นแรงงานในไร่ชาในพื้นที่

Read More

String of Pearls ไข่มุกบนจานหยกมังกร

 ข่าวการเยือนประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ของ Xi Jinping ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นปรากฏการณ์ในแบบพิธีทางการทูตทั่วไปแล้ว การเดินทางเยือนดังกล่าว ยังเป็นกรณีที่บ่งชี้ถึงทิศทางและเข็มมุ่งแห่งวิสัยทัศน์ที่จีนกำหนดเป็นแนวนโยบายสำหรับอนาคตใหม่นี้ด้วย แม้ว่านักวิเคราะห์และผู้สันทัดกรณีจำนวนไม่น้อยจะให้ความสนใจและเฝ้ามองการพบกันของ Xi Jinping ผู้นำจีนและ Narendra Modi นายกรัฐมนตรีอินเดีย ในฐานะที่ต่างเป็นมหาอำนาจขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย แต่นัยความหมายของการเยือนมัลดีฟส์และศรีลังกา ก็มีความสำคัญไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากความมุ่งหมายของจีนในการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจ การเมืองในระดับนานาชาติ ผ่านกรอบโครงความคิดว่าด้วย 21st Century Maritime Silk Route ดูจะเอื้อประโยชน์และจุดประกายความคิดที่สอดรับกับสถานการณ์ความเป็นไปที่เกิดขึ้นในศรีลังกาอย่างเด่นชัด เพราะหลังจากที่ Mahinda Rajapaksa สามารถสร้างเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศด้วยการยุติสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 3 ทศวรรษได้สำเร็จในปี 2009 และกำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้งเพื่อก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2010 ได้ประกาศแนวทางในการพัฒนาศรีลังกาให้ฟื้นคืนจากบาดแผลของประวัติศาสตร์สู่อนาคตใหม่ ภายใต้แนวนโยบายที่ได้รับการเรียกขานว่า Mahinda Chintana ด้วย “จินตภาพแห่งมหินทะ” ดังกล่าวนี้ ประกอบส่วนไปด้วยแนวความคิดที่จะพัฒนาและสร้างให้ศรีลังกาเป็น Regional 5 Hub หรือศูนย์กลางของกิจกรรม 5 ประการของภูมิภาค ไล่เรียงตั้งแต่การเป็นศูนย์กลางของการเดินสมุทร ศูนย์กลางของการเดินอากาศ ศูนย์กลางของความรู้ ศูนย์กลางด้านพลังงาน

Read More

ศรีลังกา เวทีประลองกำลังครั้งใหม่จีน-ญี่ปุ่น

 ขณะที่สังคมไทยกำลังให้น้ำหนักกับการคืนความสุขให้กับประชาชน และวาทกรรมบนแท่น Podium อีกฟากหนึ่งในมหาสมุทรอินเดีย ประเทศเล็กๆ ที่มีจำนวนประชากรประมาณ 22 ล้านคน กำลังให้การต้อนรับผู้นำระดับสูงของชาติมหาอำนาจสำคัญ 2 รายในเวลาไล่เรียงกัน การเดินทางเยือนศรีลังกาอย่างเป็นทางการของ Shinzo Abe นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 7-8 กันยายน ติดตามมาด้วยการเยือนของ Xi Jinping ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-17 กันยายน ได้สะท้อนภาพที่น่าสนใจในกลเกมยุทธศาสตร์และการพัฒนาที่กำลังจะเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงถึงความมุ่งหมายของศรีลังกาที่จะสร้างแรงบันดาลใจและความรุ่งเรืองครั้งใหม่ผ่านโครงการ Colombo Port City ซึ่งจะเป็นประหนึ่งจุดเชื่อมต่อที่สำคัญสำหรับการเดินทางใน 21st Century Maritime Silk Route ที่หลายฝ่ายกำลังให้ความสนใจ อภิมหาโครงการลงทุนขนาด 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐนี้ ถือเอาโอกาสการเดินทางเยือนศรีลังกาของ Xi Jinping ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นปฐมฤกษ์ในการเริ่มต้นก่อสร้างโครงการเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา และกลายเป็นหมุดหมายที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเริ่มต้นปลุกพลังทางเศรษฐกิจของศรีลังกาให้กลับมาคึกคักอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน Colombo Port City จึงเป็นประหนึ่งไฮไลต์ของการเยือนศรีลังกาโดยผู้นำจีนในครั้งนี้ และกำลังจะเป็นการพลิกเปลี่ยนภูมิทัศน์ของศรีลังกาไปตลอดกาล โครงการที่ประกอบส่วนไปด้วยอาคารสำนักงาน กลุ่มโรงแรม อพาร์ตเมนต์

Read More

ยิ้มให้ได้…เมื่อภัยมา

 ข่าวคราวว่าด้วยการคาดการณ์เหตุภัยภิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ในด้านหนึ่งได้ส่งผลย้ำเตือนและกระตุ้นสติให้กับสังคมไม่ให้ดำเนินชีวิตท่ามกลางความประมาท แต่ในอีกมิติหนึ่งของสังคมไทยข่าวในลักษณะเช่นนี้ดูจะมีค่าเพียงกระแสให้หยิบยกมาพูดคุย และตื่นตระหนกก่อนที่จะมลายหายไปพร้อมกับสายลมยามบ่ายอย่างง่ายดาย โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สังคมไทยได้เผชิญกับปัญหาและวิกฤตการณ์จากทั้งฝีมือมนุษย์และจากธรรมชาติ อยู่ไม่น้อย แต่ทุกครั้งและทุกเหตุการณ์กลับปรากฏการผลิตซ้ำ โดยปราศจากมาตรการป้องกันแก้ไขอย่างจริงจัง ปรากฏการณ์ที่เผชิญอยู่เบื้องหน้า อาจส่งผลให้เกิดคำวิพากษ์วิจารณ์มากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสวิจารณ์ต่อกลไกที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโดยตรง แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าก็คือในฐานะที่มีโอกาสจะเป็นผู้ประสบภัย เราจะเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายนี้อย่างไรกันดี การเตรียมความพร้อมในลักษณะของการซ้อมหนีภัย หรือการจำลองเหตุการณ์ที่มีความจำเป็นต้องอพยพคน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นภายหลังจากที่เราประสบกับเหตุการณ์สึนามิที่ชายฝั่งทะเลอันดามันเมื่อปลายปี 2547 เท่านั้น และแม้เวลาจะล่วงเลยไปเกือบจะ 10 ปีในปัจจุบันก็ยังไม่มีการจัดสรรพื้นที่เพื่อจัดเตรียมสำหรับการรองรับการอพยพผู้ประสบภัยอย่างจริงจัง แต่ลำพังการป้องกันและการเตรียมความพร้อมอย่างเดียวคงไม่เพียงพอสำหรับการหลีกหนีจากเหตุเภทภัยหรอกนะคะ ดังจะเห็นได้จากกรณีดินโคลนถล่มที่เมืองฮิโรชิมา เมื่อไม่นานมานี้ หากเราศึกษาความเป็นไปจากญี่ปุ่นสักหน่อย ก็จะพบว่าญี่ปุ่นในฐานะประเทศที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับพิบัติภัยสูงชาติหนึ่งเขาเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับเรื่องเช่นนี้ไว้ค่อนข้างดีทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นการเตรียมตัวอย่างมีระบบในทุกระดับกันเลยละ เพราะสถานที่ราชการของญี่ปุ่นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียน และศาลาประชาคมของแต่ละพื้นที่ได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแรงและอยู่ในชัยภูมิที่พร้อมแปลงสภาพเป็นศูนย์อพยพ ศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดเหตุไม่พึงประสงค์หรือเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งสถานที่เหล่านี้จะมีชุดเครื่องยังชีพทั้งอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นจัดเตรียมไว้ให้กับผู้ประสบภัยในเบื้องต้น ก่อนที่จะมีการระดมความช่วยเหลือเข้ามาเพิ่มเติมในเวลาต่อมา ถนนสายหลักของญี่ปุ่นหลายสายได้รับการออกแบบให้มีความกว้างและปลอดสายไฟ เพราะถูกกำหนดให้เป็นเส้นทางฉุกเฉินสำหรับการลำเลียงอุปกรณ์ เครื่องมือยังชีพและหน่วยแพทย์ ซึ่งคงไม่มีชาวญี่ปุ่นคนใดกล้าแม้แต่จะคิดที่จะนำพาหนะไปจอดบนเส้นทางสัญจรที่มีความสำคัญโดยเฉพาะในยามฉุกเฉินหรอกนะคะ ขณะเดียวกัน กิจกรรมการฝึกซ้อมอพยพหนีภัย เป็นกิจกรรมสำคัญของสังคมญี่ปุ่น ที่ถือปฏิบัติตั้งแต่ระดับนักเรียนโรงเรียนอนุบาล ไล่เรียงไปจนถึงชั้นมัธยม และติดตามต่อเนื่องไปจนถึงเมื่อเข้าทำงานในหน่วยงานน้อยใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน ขณะที่การเตรียมอุปกรณ์ยังชีพฉุกเฉินเป็นเรื่องราวปกติที่แทบทุกครัวเรือนของญี่ปุ่นจะต้องมีการตระเตรียมให้สมดุลกับจำนวนสมาชิกในครอบครัวอีกด้วย การเตรียมเครื่องยังชีพของแต่ละครัวเรือนสำหรับกรณีภัยพิบัติฉุกเฉินนี่ล่ะคะ ที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการคิดและค้นคว้าวิจัย เพื่อพัฒนานวัตกรรมในการผลิตอาหารพร้อมปรุง หรือแม้กระทั่งไม่ต้องปรุงแต่พร้อมบริโภคอย่างหลากหลาย ซึ่งทำให้ครอบครัวชาวญี่ปุ่นพร้อมเผชิญหน้ากับเหตุภัยพิบัติได้นานกว่า 3-5 วันได้เป็นอย่างดี ยังไม่นับรวมหน่วยงานที่พร้อมจะให้และกระจายข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันและแจ้งเตือนอุบัติภัย ที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ ในฐานะที่เป็นมาตรการป้องกันผลกระทบไม่พึงประสงค์ ที่มีนัยความหมายมากกว่าการติดตามสถานการณ์กันไปแบบการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งย่อมเสี่ยงต่อการตกอยู่ในสภาพ “ไม่ทันการณ์” หรือแม้แต่ “หลังสถานการณ์” ได้อย่างง่ายดายดังที่มีประจักษ์พยานให้ได้เห็น เรื่องที่น่าสนใจก็คือภายใต้นิยามของคำว่า

Read More

รีเฟรชแบรนด์ “ยำยำ” ความสุขจากความอร่อย

 อาจจะเรียกได้ว่าเป็นบะหมี่สำเร็จรูปเจ้าแรกของไทย บะหมี่สำเร็จรูป ยำยำหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของ Ajinomoto Corp ที่ได้ผลิตครั้งแรกในปี 2514 และได้เติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 40 ปี พร้อมการแตกโปรดักส์ไลน์ เส้นบะหมี่รสชาติ ต่างๆ อาทิ ยำยำรสหมูสับ ยำยำผัดขี้เมา ยำยำรสต้มยำ รสสุกี้ และรวมถึงยำยำในรูปคัพ   แม้ที่ผ่านมา ยำยำ จะมีการปรับปรุงรสชาติและรูปโฉมซอง เพื่อให้ถูกใจผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา และล่าสุด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา “ยำยำ”  รีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบทศวรรษ โดยปรับโลโก้และแพ็กเกจใหม่ที่ใหญ่ขึ้น พร้อมชูคอนเซ็ปต์ ส่งความสุขที่มาจากความอร่อย โดยเพิ่มรอยยิ้มเข้าไปในโลโก้ เพื่อสื่อถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของยำยำในการส่งความสุขจากความอร่อยสู่ผู้บริโภค สดใส มีชีวิตชีวา และทันสมัยมากขึ้น เป็นจุดเน้นของรูปโฉมภาพลักษณ์ใหม่ของ ยำยำจัมโบ้ ชึ่งเป็น Sub-brand หลักของยำยำ ที่มีจุดเด่นเรื่องปริมาณเต็มอิ่มเต็มความอร่อย โดยการปรับโลโก้และแพ็กเกจ พร้อมออกแคมเปญยำยำจัมโบ้ ความสุขคำโต เพื่อสื่อถึงภาพรวมของแบรนด์ว่า “ยำยำจัมโบ้” ให้ความสุขที่ใหญ่กว่ารวมทั้งทำการตลาดแบบครบวงจรควบคู่ไปกับแคมเปญ “ยำยำจัมโบ้ ความสุขคำโต” (More for

Read More

นิทรรศการจอร์จส์ บราค

 เมื่อจอร์จส์ บราค (Georges Braque) ถึงแก่กรรมในวันที่ 31 สิงหาคม 1963 รัฐบาลฝรั่งเศสจัดพิธีศพให้โดยมีอองเดร มัลโรซ์ (André Malraux) รัฐมนตรีวัฒนธรรมในขณะนั้นกล่าวคำสดุดี ถือเป็นจิตรกรคนเดียวที่รัฐให้ความสำคัญ จอร์จส์ บราคเกิดในปี 1882 ที่อาร์จองเตย (Argenteuil) พ่อเป็นช่างทาสี แต่ชอบเขียนรูปตอนวันหยุด เป็นรูปทิวทัศน์สไตล์อิมเพรสชั่นนิสต์ เมื่อครอบครัวย้ายไปเมืองเลอ อาฟวร์ (Le Havre) จอร์จส์ บราคชอบไปเตร็ดเตร่แถวท่าเรือ ถึงกระนั้นก็เข้าเรียนที่ Ecole supérieure d’art และเรียนเป่าขลุ่ยในเวลาเดียวกัน เขาเดินทางไปปารีสในปี 1900 ฝึกงานกับจิตรกรที่รับตกแต่งภายใน แล้วกลับมาเลอ อาฟวร์เพื่อรับราชการทหาร เมื่อออกประจำการ จึงเป็นจิตรกรเต็มตัว ในปี 1902 ไปปารีสอีก พำนักย่านมงต์มาร์ทร์ (Montmartre) จึงได้พบกับมารี โลรองแซง (Marie Laurencin) เขาพาเธอไป Bateau-Lavoir ซึ่งเป็นศูนย์รวมอาร์ติสต์ดังอย่างปาโบล ปิกัสโซ

Read More

อายิโนะโมะโต๊ะ เส้นทางความอร่อย

 เมื่อกล่าวถึงอายิโนะโมะโต๊ะ ผู้คนอาจจะนึกถึงผงชูรส ตัวช่วยให้รสชาติอาหารมีความอร่อย และถือเป็นส่วนประกอบสำคัญเพื่อเรียกความมั่นใจในการปรุงอาหารก็ว่าได้ ในขณะที่มีสินค้าไม่กี่ชนิดในประเทศไทยที่จะสามารถทำให้ชื่อยี่ห้อสินค้า กลายเป็นชื่อเรียกของผลิตภัณฑ์ เช่น ผงซักฟอก ถูกเรียกว่าแฟ้บ หรือผ้าอนามัย ถูกเรียกว่า โกเต๊ก “อายิโนะโมะโต๊ะ” ก็เป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่ได้กลายมาเป็นสามัญนามที่หมายความถึงผงชูรสไปแล้ว ทั้งที่ในความเป็นจริง โลกของอายิโน๊ะโมโต๊ะ หาใช่มีแค่ผงชูรสเท่านั้น แต่ทว่า ภายใต้คำว่า อายิโนะโมะโต๊ะ ที่เติบโตใหญ่จากรากฐานดั้งเดิมของผู้ผลิตผงชูรส ที่ใช้กลไกทางเทคโนโลยีทางเคมี ผลิตกรดอะมิโน และสามารถสังเคราะห์สารที่ช่วยให้เกิดในรสชาติในอาหาร และได้บัญญัติศัพท์ เรียกว่า “อูมามิ” (Umami หมายถึงรสชาติอร่อย) Ajinomoto หรือจดทะเบียนในประเทศไทยว่า อายิโนะโมะโต๊ะ เป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น คำว่า “อะจิโนะโมะโตะ” มีความหมายในภาษาอังกฤษคือ “Essence of Taste” หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า “แก่นแท้ของรสชาติ” ซึ่งบริษัทได้ใช้เป็นเครื่องหมายการค้าของผลิตภัณฑ์ผงชูรส บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเขตชูโอเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ความเป็นไปของ อะจิโนะโมะโตะ เริ่มต้นจากการที่ ซูซูกิ ซาบุโระซุเกะ (Suzuki Saburosuke) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ทำสัญญาการใช้สิทธิ์เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผงชูรสจากศาสตราจารย์อิเคดะ คิคุนาเอะ

Read More

ชีวิตสำเร็จรูป ตลาดเส้นแข่งเดือด

           “ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี คนจะหันมาทานบะหมี่เพิ่มขึ้น” เป็นคำกล่าวที่สะท้อนให้เห็นว่าบะหมี่สำเร็จรูปสามารถเป็นตัวชี้วัดภาพรวมภาวะเศรษฐกิจของประเทศได้ จากสินค้าหาซื้อง่าย กินง่าย  มีให้เลือกหลายรสชาติ สะดวกในการกิน และที่สำคัญ ราคาถูก จึงทำให้ตลาดบะหมี่สำเร็จรูปเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่กระนั้น ในปีนี้มีการคาดว่าตลาดบะหมี่สำเร็จรูปจะเติบโตในภาพรวมได้เพียง 5% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปี จากปกติจะเติบโตในอัตราไม่ต่ำกว่า 10% ในขณะที่คนไทยกินบะหมี่โดยมีอัตราเฉลี่ยการบริโภคอยู่ที่ 45 ซองต่อคนต่อปี ในขณะที่การเปิดเผยข้อมูลของสมาคมบะหมี่สำเร็จรูปโลกในญี่ปุ่นได้ระบุว่า จีนถือเป็นประเทศที่มีคนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุด ตามมาด้วยอินโดนีเซีย อันดับ 2 และญี่ปุ่น อันดับ 3 ในขณะที่ไทยอยู่ในอันดับ 8 และเมื่อเทียบกันเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียน จะเห็นว่าอินโดนีเซียนำมาเป็นอันดับหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว ในฐานะชาติที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากสุดในอาเซียน ตามมาด้วยเวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย พม่า กัมพูชา และสิงคโปร์          ผลสำรวจนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลายเป็นอาหารที่คนทั่วโลกขาดไม่ได้ไปแล้ว และคาดว่ายอดขายจะพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา 

Read More