Home > Cover Story (Page 209)

ฟาสต์ฟู้ดพลิกโฉม “แมคโดนัลด์” สั่ง 3 แผนยึดลูกค้า

 ตลาดฟาสต์ฟู้ดกำลังพลิกโฉมอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่การแย่งชิงลูกค้าระหว่าง 3 กลุ่มธุรกิจ ไก่ทอด แฮมเบอร์และพิซซ่าแบบเดิมๆ แต่ธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน หรือ Quick Service Restaurant (QSR) มูลค่ากว่า 29,000 ล้านบาท กำลังขยายสัดส่วนและมีกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ รุกคืบเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่นและร้านเบเกอรี่ตามไลฟ์สไตล์และเทรนด์ของคนรุ่นใหม่  เจ้าตลาดแฮมเบอร์เกอร์อย่าง “แมคโดนัลด์” ซึ่งรวมถึงเจ้าตลาดไก่ทอดอย่าง “เคเอฟซี” ต้องปรับตัวอย่างหนัก ทั้งในเชิงการตลาด การเข้าถึงลูกค้าและการดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการให้ได้มากที่สุด สิ่งที่เห็นชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา คือการสร้างเมนูอาหารใหม่ๆ เปลี่ยนบรรยากาศและความรู้สึกมากกว่าอาหารฟาสต์ฟู้ด กลายเป็นอาหารประจำวันของกลุ่มลูกค้า บวกกับการบริการที่สะดวกและรวดเร็ว  ล่าสุด แมคโดนัลด์เปิดเกมรุกฉลองปี 2557 ก่อนคู่แข่ง สร้างไอคอน “Happy” เพื่อหวังเป็น “อาวุธ” ชิ้นใหม่ สร้างความแตกต่าง สร้างสีสันความสนุกสนาน และสร้างแม่เหล็กดูดจับกลุ่มครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักมากกว่า 50% นอกเหนือจากกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มวัยทำงาน โดยเฉพาะ “เด็ก” ที่กลายเป็นคนสำคัญที่สุดในครอบครัวยุคใหม่และมีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อมากกว่าทุกคนในครอบครัว  เพชรรัตน์ อุทัยสาง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แมคไทย

Read More

“โรนัลด์” เปลี่ยนยุคสู่ “แฮปปี้”

 แมคโดนัลด์ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2491 (ค.ศ. 1948) โดยพี่น้องดิ๊กและแมคโดนัลด์ เปิดเป็นร้านแฮมเบอร์เกอร์ชื่อว่า “แมคโดนัลด์” แบบไดร์ฟทรูในเมืองซานเบอร์นาร์ดิโนในรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่เริ่มใช้ระบบการบริการอย่างรวดเร็วในปี พ.ศ. 2491 ต่อมาขายกิจการให้เรย์มอนด์ อัลเบิร์ด คร็อก และกลายเป็นต้นกำเนิดของร้านอาหารแบบฟาสต์ฟู้ด ปัจจุบันมีสาขากว่า 34,000 สาขาใน 118 ประเทศทั่วโลก ให้บริการลูกค้ามากกว่า 69 ล้านคนต่อวัน ในประเทศไทย แมคโดนัลด์เปิดสาขาแรกเมื่อปี พ.ศ. 2528 ที่ห้างโซโก้ หรืออมรินทร์พลาซ่าในปัจจุบัน แมคโดนัลด์ได้สร้างตัวการ์ตูนในดินแดนหรรษา “แมคโดนัลด์แลนด์” มีโรนัลด์ แมคโดนัลด์ และเพื่อนๆ ของเขาอาศัยและเล่นด้วยกัน ที่นั่นเต็มไปด้วยต้นไม้พันธุ์แปลกๆ ดอกไม้สีสวยๆ บ้านที่น่าอยู่และน่าตื่นเต้น การผจญภัย และความสนุกสนานรื่นเริง  สำหรับตัวตลก “โรนัลด์ แมคโดนัลด์ (Ronald Mcdonald)” เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1963 โดยนักแสดงตลก Willard Scott

Read More

ตลาดตู้เติมเงินออนไลน์ แข่งขันเดือด

 ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือได้เข้ามามีบทบาทในสังคมไทย หรืออาจจะกล่าวได้ว่า เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการดำรงชีวิตเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จากยอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือที่เติบโตจากจำนวนผู้ใช้ที่มีมากกว่า 60 ล้านราย จากยอดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมกับธุรกิจตู้เติมเงินออนไลน์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เติบโตตามมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยมูลค่าการตลาดที่สูงกว่าสองแสนล้านบาท  วิโรจน์ ฤกษ์ศิริวรรณ อุปนายกสมาคมธุรกิจหยอดเหรียญไทย เปิดเผยว่า จากแนวโน้มผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2553 รวมถึงการเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี 2G สู่ 3G ในปัจจุบัน ส่งผลให้ค่าบริการอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์เคลื่อนที่เติบโตกว่าบริการด้านเสียง หรือการพูดคุยผ่านโทรศัพท์  ซึ่งจะมีน้อยลง ทั้งนี้ คาดว่ามูลค่าตลาดค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปีนี้อาจสูงถึงประมาณ 213,000 ล้านบาท โดยเป็นสัดส่วน 85 % : 15% โดยเป็นระบบพรีเพด (เติมเงิน) ถึง 181,050 ล้านบาท และโพสต์เพด (รายเดือน) 31,950 ล้านบาท   “การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากระบบ 2G ไปสู่ 3G จะทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับออนไลน์มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 100–150% เช่นเดียวกับตู้บริการออนไลน์ยังเป็นธุรกิจที่สดใส ธุรกิจนี้จะมีมูลค่ามหาศาล

Read More

จาก “ราชดำริ” สู่ “ริเวอร์ฟรอนท์” “แมกโนเลียส์” เปิดศึกก้าวกระโดด

 แม้สถานการณ์การเมือง ยุทธการ “ชัตดาวน์” ยึดกรุงเทพฯ รอบใหม่มีแนวโน้มยืดเยื้อและไม่มีผู้สันทัดกรณีคาดเดาบทอวสาน จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลายภาคส่วน แต่สำหรับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่อย่าง “แมกโนเลีย ไฟน์เนสท์ คอร์ปอเรชั่น” ของทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ ทายาทเจ้าสัวเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ประกาศเดินหน้าขยายโครงการอย่างต่อเนื่องและตั้งเป้าขึ้น “ท็อปไฟว์” ในตลาดไฮเอนด์ หลังจากกวาดยอดขายโครงการคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ “แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” ในช่วงปี 2556  สเต็ปต่อไป คือการเปิดขายบิ๊กโปรเจ็กต์ริมน้ำเจ้าพระยา มูลค่ากว่า 35,000 ล้านบาท อย่างเป็นทางการภายในต้นปีนี้ เพื่อเผยโฉมบริการเต็มรูปแบบรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558  ธนวันต์ ชัยวัฒนะ กรรมการผู้จัดการบริษัทแมกโนเลีย ไฟน์เนสท์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผย “ผู้จัดการ 360  ํ” ว่า แมกโนเลียต้องการขยายตลาดให้หลากหลายและตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยจับกลุ่มลูกค้าตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไปจนถึงระดับท็อปเอนด์ และเน้นตลาดคอนโดมิเนียมตามพฤติกรรมการปรับตัวของเมืองสมัยใหม่ หลังจากรุกธุรกิจอย่างเงียบๆ ในช่วงที่ผ่านมา  อย่างน้อยตามแผนธุรกิจระยะ  1-3 ปี เปิดตัว 2

Read More

2014 ปีแห่งการรุกรบสมรภูมิค้าปลีกไทย

 นอกเหนือจากการห้ำหั่นกันในสมรภูมิการเมืองไทย เพื่อช่วงชิงอำนาจและผลประโยชน์ที่เห็นประจักษ์อยู่บนท้องถนนนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2013 จวบจนกระทั่งในห้วงเวลาปัจจุบันแล้ว ความเคลื่อนไหวทางธุรกิจที่น่าจับตามองมากเป็นพิเศษ และมีความเคลื่อนไหว ปรับแต่ง เพื่อสร้างเสริมสรรพกำลังกันอย่างต่อเนื่อง คงไม่มีธุรกิจใดมีความน่าตื่นตาตื่นใจมากไปกว่าธุรกิจค้าปลีกไทย ที่กำลังประลองและพร้อมจะรบพุ่งเข้าใส่กันในปีม้าทอง 2014 นี้อย่างแน่นอน ตลอดปี 2013 ที่ผ่านมา เครือเจริญโภคภัณฑ์ ของธนินท์ เจียรวนนท์ ได้วางเข็มมุ่งที่จะปักหมุดและครอบครองพื้นที่สำหรับการขยายอาณาจักรค้าปลีกของกลุ่ม CP ไว้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการรุกของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ที่ทุ่มทุนกว่า 188,000 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้นแม็คโครจากกลุ่มบริษัท เอสเอชวี โฮลดิ้ง เอ็นวี (เอสเอชวี) ประเทศเนเธอร์แลนด์ และบริษัทในเครือเมื่อช่วงต้นปี  ซึ่งกรณีดังกล่าวถือเป็น “จิ๊กซอว์” ตัวสำคัญของธนินท์ เจียรวนนท์ ในการขยายอาณาจักรธุรกิจอาหารของเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือ “ซีพี” อย่างครบวงจรโดยเฉพาะการปรับกระบวนทัพยึดทุกช่องทางค้าปลีก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจำนวนมหาศาล แม้วงการค้าปลีกมองดีลครั้งนี้เป็นการลงทุนที่แพงมาก แต่สำหรับซีพีถือเป็นการลงทุนที่สามารถต่อยอดหลายชั้น เนื่องจากเป็นทั้งผู้ผลิตวัตถุดิบครอบคลุมตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ การเพาะพันธุ์สัตว์ การเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้า การแปรรูปเนื้อสัตว์ เนื้อดิบๆ กึ่งปรุงสุก ปรุงสุก ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป

Read More

เปิดสาแหรกจาก “บุญรอด เศรษฐบุตร” ถึง “ภิรมย์ภักดี” ในปัจจุบัน

 ต้นกำเนิดของ “บุญรอด บริวเวอรี่” และ “สิงห์” กลายเป็นเรื่องราวที่ผู้คนให้ความสนใจมากเป็นพิเศษในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อปรากฏข้อความในโลกโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับจิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือ “กฤดากร” ในปัจจุบัน ควบคู่กับความรู้สึกขุ่นข้องหมองใจทั้งสำหรับคนในตระกูลภิรมย์ภักดี และผู้สังเกตการณ์ข้างเวทีอีกจำนวนไม่น้อย หากย้อนกลับไป ตำนานกว่า 80 ปี ของ บุญรอด บริวเวอรี่ เริ่มขึ้นเมื่อ พระยาภิรมย์ภักดี หรือ บุญรอด เศรษฐบุตร บุตรของพระภิรมย์ภักดี (ชม เศรษฐบุตร) กับนางมา เศรษฐบุตร ก่อตั้งบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ขึ้นในปีพุทธศักราช 2476 เป็นโรงเบียร์แห่งแรกในประเทศไทย บนเนื้อที่ 9 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านบางกระบือสามเสน ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 6 แสนบาท และเป็นผู้ให้กำเนิดเบียร์สิงห์  พระยาภิรมย์ภักดีมีภรรยาคนแรกชื่อคุณหญิงละม้ายมีบุตรฝาแฝดคู่หนึ่งและบุตรอีกคนหนึ่งแต่บุตรทั้ง 3 ได้เสียชีวิตลงทั้งหมดตั้งแต่ยังเยาว์ เมื่อไม่มีบุตร พระยาภิรมย์ภักดีจึงได้รับบุตรของพระประเวศนวขันธ์ (ปลื้ม เศรษฐบุตร) ซึ่งเป็นน้องชาย

Read More

ฤ “สิงห์” จะลำบาก บนวิบากกรรมของการเปลี่ยนแปลง

 ในสถานการณ์สู้รบที่กำลังใกล้จะเห็นดำเห็นแดงของมวลมหาประชาชน ในนาม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ดูเหมือนว่าเรื่องราวของ “สิงห์” จะกลายเป็นประเด็นร้อนและทอล์คออฟเดอะทาวน์ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เหตุเพราะบทสัมภาษณ์ที่ปรากฏในสื่อสารมวลชนต่างประเทศ ที่ระบุว่า “คนไทยหลายคนยังขาดความรู้เรื่องประชาธิปไตย...โดยเฉพาะคนชนบท” ของ จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือ จิตภัสร์ กฤดากร ในปัจจุบัน ได้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างกว้างขวางและอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของครอบครัว “ภิรมย์ภักดี” ไม่น้อย แรงสะท้อนกลับที่พุ่งเข้าใส่ จิตภัสร์ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากฐานมวลชนของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับ กปปส. เท่านั้น หากแต่ยังมีผลต่อเนื่องจากผู้หลักผู้ใหญ่ภายในครอบครัว “ภิรมย์ภักดี” ที่ต้องรีบออกมาสกัดความเสียหายทางธุรกิจอย่างร้อนรนอีกด้วย สันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ของบริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด บริษัทแม่ของ สิงห์คอร์เปอเรชั่น ถึงกับต้องออกสื่อว่าได้พูดคุยกับจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี บิดาของจิตภัสร์ เกี่ยวกับท่าทีทางการเมือง และยืนยันว่าคำสัมภาษณ์ของจิตภัสร์ เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ “สิงห์” แต่อย่างใด หากประเมินในเชิงธุรกิจ ต้องยอมรับว่าประเด็นดังกล่าวคงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายของสิงห์ ทั้งทางบวกและทางลบในขณะปัจจุบันมากนัก แต่ในมุมมองของนักการตลาดที่ต้องการรักษาภาพลักษณ์องค์กร กรณีที่ว่านี้ ย่อมไม่ใช่ประเด็นประชาสัมพันธ์ที่ดีสำหรับองค์กรธุรกิจอย่างแน่นอน “บุญรอดฯ” และ

Read More

KFC ปรับโมเดลธุรกิจ เร่งสปีด “ไดร์ฟทรู”

 แม้เจ้าตลาดเครือข่ายธุรกิจฟาสต์ฟู้ดอย่าง “เคเอฟซี” เพิ่งเริ่มต้นโมเดลการให้บริการรูปแบบ “ ไดร์ฟทรู (Drive Through)” ในประเทศไทย โดยเปิดตัวสาขาแรกบนถนนศรีนครินทร์เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ออกสตาร์ทช้ากว่าคู่แข่ง “แมคโดนัลด์” ที่ปูพรมสาขาไดร์ฟทรูมากกว่า 45 แห่ง และมีสาขาเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง 81 แห่ง แต่การใช้จุดแข็งด้านทำเลและการใช้รูปแบบ “ไดร์ฟทรูสแตนด์อะโลน” หลังจากซุ่มศึกษาและหาที่ดินมากว่า 2 ปี กลายเป็นเกมรุกที่เปิดแนวรบท้าทาย “แมคโดนัลด์” อย่างร้อนแรง  ด้านหนึ่ง ไม่ใช่แค่การดักจับลูกค้าตั้งแต่ต้นทางในย่านชุมชนเหมือนแนวรบสงครามค้าปลีก ที่เจาะทำเลผุดคอมมูนิตี้มอลล์และไลฟ์สไตล์ความรีบเร่งของผู้คนยุคใหม่ ปัญหาเรื่องที่จอดรถโดยพุ่งเป้าทำเลย่านหมู่บ้านขนาดใหญ่และเทรดโซนสำคัญจุดต่างๆ หนีคู่แข่งจำนวนมากมายในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ สามารถขยายเวลาการขายตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีช่วง “พีค” ถึง 4 ช่วงเวลา คือ ช่วงเช้า กลางวัน เย็น และหลังเที่ยงคืนที่ยังแยกย่อยได้อีก 2 ช่วงคือ ช่วงตี 1-2 จับกลุ่มลูกค้านักท่องราตรีเลิกจากผับ บาร์

Read More

“ฟาร์มกุ้ง โมเดล” ตอกย้ำทฤษฎี “เจ้าตลาด” ของ CPF

 แม้กำไรสุทธิในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2556 ของ บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ ซีพีเอฟ (CPF) จะสูงถึง 5,311 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายรวมอยู่ที่ 285,886 ล้านบาท แต่ถึงอย่างนั้น “อดิเรก ศรีประทักษ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารแห่ง CPF ออกมายอมรับว่า รายได้ปีนี้ของบริษัทน่าจะไต่ไม่ถึงเป้า 4 แสนล้านบาท  โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของโรคตายด่วนในกุ้ง หรือ EMS (Early Mortality Syndrome) ซึ่งสร้างผลกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมและธุรกิจกุ้งของ CPF มากกว่าที่บริษัทคาดไว้ ซึ่งส่งผลให้การผลิตกุ้งของ CPF ในปีนี้หายไปเกือบครึ่งคือ จาก 6-7.5 หมื่นตัน เหลือเพียงกว่า 3 หมื่นตัน  ใกล้เคียงกับภาพรวมผลผลิตกุ้งของประเทศปี 2556 ซึ่งลดลงถึง 54% คือจาก 5.4 แสนตัน ในปี 2555

Read More

N-Park ตำนานที่ยังไม่มีบทสรุป

 หากกล่าวถึงบริษัทผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีเรื่องราวเป็นที่โจษขานและหวือหวามากที่สุดในประเทศไทย เชื่อว่าชื่อของ N-PARK หรือ แนเชอรัล พาร์ค คงถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่ต้องกล่าวถึงไปโดยปริยาย เหตุที่เป็นดังนี้ก็เนื่องเพราะหลังจากจัดตั้งบริษัทเมื่อเดือนมิถุนายน 2531 และเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2536 โดยในยุคเริ่มแรกนั้น บริษัทแนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน) เป็นเพียงบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีสไตล์การทำธุรกิจธรรมดาไม่หวือหวา เช่นเดียวกับท่วงทำนองและความเป็นไปของทศพงศ์ จารุทวี ผู้ถือหุ้นใหญ่ในขณะนั้น ที่ออกจะเป็นคนค่อนข้างเก็บตัวและพร้อมจะยืนอยู่หลังฉากมากกว่า ความเป็นไปของบริษัทแนเชอรัล พาร์ค และทศพงษ์ เริ่มมีเรื่องราวและสีสันมากขึ้นเมื่อไปซื้อโครงการ สนามกอล์ฟปัญญารีสอร์ทและปัญญาฮิลล์ ของปัญญา ควรตระกูล สนามกอล์ฟวิลสันของ ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน และสันติ ภิรมย์ภักดี ในปี 2538 เป็นเงินเกือบ 8,000 ล้านบาท พร้อมๆ กับเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม และบ้านเดี่ยวจัดสรรหลายโครงการ  ชื่อของทศพงศ์ เข้าสู่การรับรู้ของผู้คนในวงที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะในฐานะที่เป็นเจ้าของสนามกอล์ฟที่ไม่เล่นกอล์ฟ แต่เขาซื้อด้วยจิตวิญญาณของนักธุรกิจ ที่หวังว่าจะได้พัฒนาที่ดินรอบๆ สนามกอล์ฟ แต่ความหวังของเขาไม่ทันเริ่มต้นเศรษฐกิจก็พังทลาย ชื่อของเขาดังขึ้นมาวูบเดียวแล้วหายไป ส่วนบริษัทแนเชอรัล พาร์ค ก็เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามคำสั่งศาลด้วยหนี้สินกว่า

Read More