Home > ESG

เคทีซีร่วมหนุนความเท่าเทียมในสังคม ขอดูแลสวัสดิภาพคู่ชีวิตของพนักงานที่มีความหลากหลายทางเพศและคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นสถาบันการเงินแห่งแรกในไทย

นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เคทีซีให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) โดยเฉพาะการให้ ‘โอกาส’ และ ‘ความเท่าเทียมในสังคม’ ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ผ่านการสร้างโอกาสในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียม เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคมบนพื้นฐานการเคารพสิทธิมนุษยชน รวมถึงความเท่าเทียมทางเพศ (Gender Equality) ทั้งในเรื่องการจ้างงานเพื่อลดช่องว่างในตลาดแรงงาน การปฏิบัติต่อบุคลากรในองค์กร ทุกเพศทุกคนอย่างเท่าเทียม และคำนึงถึงทุกแง่มุมในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงาน สุขภาพ ครอบครัวและความก้าวหน้าในอาชีพมาโดยตลอด” "วันนี้เคทีซีจึงขอเป็นสถาบันการเงินตั้งต้น ที่ได้มีโอกาสดูแลและมอบความห่วงใยให้กับบุคลากรเคทีซีที่มี “คู่ชีวิตเพศเดียวกันโดยกำเนิด” และอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว อีกทั้งช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน โดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องไม่มีคู่สมรสหรือคู่ชีวิตอยู่ในปัจจุบัน และ “คู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน” อันได้แก่ บุคคลต่างเพศที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยเปิดเผย แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย โดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องไม่มีคู่สมรสหรือคู่ชีวิตอยู่ในปัจจุบัน

Read More

กระแสรักษ์โลกสู่ภาษีคาร์บอน กระทบธุรกิจส่งออกไทย?

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งปริมาณฝนที่เปลี่ยนแปลง ความถี่และความรุนแรงของพายุ และระดับน้ำทะเล ภัยแล้ง อุทกภัย ล้วนแต่เป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนแทบทั้งสิ้น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรม การบริโภคน้ำมัน หรือแม้แต่การดำรงชีวิตของผู้คน ล้วนแต่มีส่วนในการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แทบทั้งสิ้น สภาพภูมิอากาศในปัจจุบันจึงกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ผู้คนในสังคมหันกลับมาให้ความสำคัญ กระแสการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance : ESG) โดยแต่ละประเทศล้วนมุ่งไปที่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ตามกรอบเวลาที่ตั้งไว้ ล่าสุดสหภาพยุโรปประกาศแผน European Green Deal ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงร้อยละ 55 ภายในปี 2573 และมุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือคาร์บอนเป็นศูนย์ในปี 2593 โดยหลายแผนงานล้วนส่งผลต่อธุรกิจภายใน EU เป็นหลัก ขณะที่มาตรการเก็บภาษีคาร์บอนสินค้าข้ามแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ที่จะเริ่มใช้ในปี 2566 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำเรื่องการเก็บภาษีคาร์บอนมาใช้กับสินค้าของประเทศคู่ค้าเป็นครั้งแรก โดยสหรัฐอเมริกาอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางเดียวกันนี้มาใช้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุป 3 มาตรการที่ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมรับมือดังนี้ 1. สินค้าที่มีขั้นตอนการผลิตก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนสูงถูกเพ่งเล็งก่อน แต่สินค้าเหล่านี้ไทยไม่ค่อยได้ผลิตและส่งออกจึงไม่ได้รับผลกระทบทางตรงมากนัก โดยสินค้ากลุ่มนี้คงต้องเตรียมรับมือกับแผนงาน CBAM ของ EU

Read More