วันศุกร์, กรกฎาคม 19, 2024
Home > Cover Story > สมรภูมิเฟอร์นิเจอร์แสนล้าน ยักษ์ใหญ่งัดทุกโมเดลชิงส่วนแบ่ง

สมรภูมิเฟอร์นิเจอร์แสนล้าน ยักษ์ใหญ่งัดทุกโมเดลชิงส่วนแบ่ง

แม้ตลาดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านอาจไม่ได้เติบโตหวือหวา แต่มูลค่ารวมหลักแสนล้านบาท และยังถือเป็นธุรกิจที่มีความโดดเด่น หลังภาคการบริการและท่องเที่ยวพลิกฟื้น มีความต้องการที่พักอาศัยและบ้านหลังที่ 2 รองรับการทำงานแบบ hybrid workplace ในกลุ่มชาวไทยรายได้สูงและต่างชาติ ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เก็บข้อมูลภาพรวมผลประกอบการของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ รายได้เฉลี่ยปีละกว่า 160,000 ล้านบาท จำนวนผู้ประกอบการมากกว่า 6,000 ราย และแนวโน้มเติบโตทุกปี

สิ่งที่เห็นชัดเจน คือ ผู้ประกอบการรายใหญ่ต่างเร่งขยายสาขา สร้างจุดขายใหม่ๆ และแตกไลน์ธุรกิจ เพื่อกระตุ้นตลาด โดยเฉพาะกรณี อิเกีย ประเทศไทย ประกาศนับถอยหลังเผย ‘อิเกีย สุขุมวิท’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ City-Centre Store พื้นที่กว่า 12,000 ตารางเมตร ในวันที่ 1 ธันวาคม 2566 ที่ศูนย์การค้า The Emsphere หลังจากเข้ามาบุกสมรภูมิรอบนอกกรุงเทพฯ ย่านบางนา บางใหญ่ และปักหมุดต่างจังหวัดในเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต

แน่นอนว่า แนวรบตลาดเฟอร์นิเจอร์มีรายใหญ่ฝังตัวอยู่ในตลาดมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะค่ายอินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์ โลดแล่นในแนวรบมากว่า 30 ปี และมากกว่า 50 ปี หากย้อนไปตั้งแต่ยุคนายพิศิษฐ์ ปัทมสัตยาสนธิ เข้ามาบุกเบิกตลาด

ปัจจุบันภายใต้บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) ถือเป็นผู้ประกอบการที่มีร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์หลากหลายรูปแบบ ไล่ตั้งแต่ไซซ์ขนาดใหญ่ Index Living Mall ทั้งโมเดลสแตนด์อโลน Index Living Mall ขายสินค้าครบวงจร ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน และบริการที่เกี่ยวกับบ้านอย่างครบวงจร มีจำนวนสาขาทั้งหมด 32 สาขา และโมเดล Index Furniture Center ตั้งอยู่ในพื้นที่ห้างสรรพสินค้า มี 2 สาขา

ขณะเดียวกัน ขยายร้าน Trend Design เฟอร์นิเจอร์ระดับ Premium สไตล์โมเดิร์นอิตาเลียน จับลูกค้ารายได้ปานกลางถึงสูง (Premium Mass to Premium) ตั้งอยู่ภายใน Index Living Mallและห้างสรรพสินค้า 6 สาขา ได้แก่ สยามพารากอน บางนา ราชพฤกษ์ เชียงใหม่ พัทยา และภูเก็ต รวมทั้งร้าน BoConcept ซึ่งเป็นแฟรนไชส์เฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังจากเดนมาร์ก ภายใต้แนวคิด Urban Danish Design จับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูง (Premium) มี 1 สาขา ในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน

แต่ไม่ลืมเจาะกลุ่มแมส เปิดร้านโอเคเฟอร์นิเจอร์ (OK Furniture) เป็นโมเดลขนาดเล็กขายสินค้า แบรนด์ โอเคเฟอร์นิเจอร์, Winner, Furinbox และสินค้าตกแต่งบ้านราคาย่อมเยา

ที่สำคัญ ยังขยายพอร์ตธุรกิจการให้เช่าและให้บริการพื้นที่เช่าตั้งแต่ปี 2555 สร้างโมเดลคอมมูนิตี้มอลล์ 4 รูปแบบ ได้แก่ The Walk คอมมูนิตี้มอลล์ในรูปแบบอาคารหลายชั้นติดแอร์ มีทั้งร้าน Index Living Mall ซูเปอร์มาร์เกต ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้า และธนาคาร ปัจจุบันเปิดให้บริการ 3 สาขา ได้แก่ ราชพฤกษ์ เกษตร-นวมินทร์ และนครสวรรค์

ต่อมา ปรับโมเดลใหม่ Little Walk คอมมูนิตี้มอลล์ขนาดเล็ก เป็นอาคารชั้นเดียว เน้นความสะดวกสบายในการเข้าถึง ได้แก่ สาขาบางนา พัทยา ลาดกระบัง และเปิดสาขาที่ 4 กรุงเทพ-กรีฑา เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นอกจากนั้น ยังขยาย Index Mall พื้นที่ให้เช่าภายในอาคารของ Index Living Mall ในรูปแบบ Standalone ที่มีขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มโอกาสและดึงดูดให้คนเข้ามาเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าในและพื้นที่ให้เช่าภายใน Index Living Mall ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า Index Mall ปัจจุบันสาขา Index Living Mall ที่มีพื้นที่ให้เช่ามีทั้งสิ้น 11 สาขา

อย่างไรก็ตาม หากสำรวจคู่แข่งรายใหญ่ต้องถือว่า “ผู้เล่น” จำนวนมากและต่างฝ่ายต่างลุยเจาะทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม SB Furniture ที่มีแบรนด์สินค้าหลัก SB Furniture และ Koncept เน้นเฟอร์นิเจอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทันสมัย และฟังก์ชันหลากหลาย มีโมเดลร้านค้าปลีกเอสบี ดีไซน์สแควร์ เอสบีเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเปิดอยู่ในโฮมโปร เอสบีโชว์รูมในห้างสรรพสินค้า และเอสบีดีลเลอร์ รวมทุกรูปแบบมากกว่า 54 สาขา มีร้าน Koncept กระจายอยู่ในเอสบี ดีไซน์สแควร์ ร้านโชว์รูมในห้างสรรพสินค้า และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทยอีก 124 สาขา

ด้านบริษัท โมเดิร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีแบรนด์สินค้าหลัก MODERNFORM เน้นเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน จับกลุ่มลูกค้าเจ้าของโครงการ กลุ่มราชการ และเริ่มบุกตลาดรีเทลรวม 6 สาขา โดยล่าสุดเปิดสาขาราชพฤกษ์ เพื่อขยายฐานลูกค้าในโซนกรุงเทพฝั่งตะวันตก

บริษัท ชิค รีพับลิค จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ Chic Republic จำหน่ายสินค้าแบรนด์ CHIC และ RINA HEY เน้นความเรียบหรูมีสไตล์ เจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงระดับบน โดยขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ในกรุงเทพฯ นนทบุรี และชลบุรี

นอกจากนั้น เครือข่ายกลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านแบบครบวงจรต่างเปิดศึกแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดแสนล้านเช่นกัน ทั้งบริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจค้าปลีก “โฮมโปร (HomePro)” จำหน่ายสินค้าและให้บริการเกี่ยวกับการก่อสร้าง ต่อเติม ตกแต่ง ซ่อมแซม ปรับปรุง อาคาร บ้าน และที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร (One Stop Shopping Home Center) ล่าสุดมีสาขาในประเทศไทยกว่า 100 แห่ง และยังขยายไปยังประเทศมาเลเซีย รวมทั้งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในกลุ่มเมกาโฮมด้วย

บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจรีเทลแบรนด์ โกลบอลเฮ้าส์ (Global House) มีสาขามากกว่า 80 แห่ง และเมื่อเร็วๆ นี้จับมือกับธนาคารทหารไทยธนชาต งัดกลยุทธ์บัตรเครดิต ทีทีบี โกลบอลเฮ้าส์ และบัตรกดเงินสด ทีทีบี โกลบอลเฮ้าส์ กระตุ้นการจับจ่าย

ส่วนบริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งและให้บริการด้านวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจร DoHome แบ่งเป็นสาขาขนาดใหญ่และสาขาขนาดเล็ก Dohome Togo มีสาขารวมกว่า 30 แห่ง และตั้งเป้าปักหมุดให้ได้ครบ 36 สาขาในปี 2568 รวมถึงค่ายบุญถาวรที่เปิดร้านเฟอร์นิเจอร์ Lifestyle Furniture ร้าน JYSK (จุสก์) เน้นสไตล์สแกนดิเนเวียน จากประเทศเดนมาร์ก และเปิดศูนย์รวมสินค้า Design Village ที่มีแผนขยายต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หากดูข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์พบว่า ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ที่ดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทย ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2566 มีจำนวน 6,292 ราย มูลค่าทุน 60,970.43 ล้านบาท มีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ 315 ราย เพิ่มขึ้น 42 ราย เมื่อเทียบกับปี 2565 มีการจดทะเบียน 273 ราย

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนของคนไทย โดยมีมูลค่าการลงทุน 48,017.18 ล้านบาท คิดเป็น 98% ของการลงทุนในธุรกิจทั้งหมด ขณะที่การลงทุนจากต่างชาติสูงสุด คือ จีน มูลค่า 5,606.99 ล้านบาท รองลงมา คือ สิงคโปร์ มูลค่า 2,238.51 ล้านบาท ญี่ปุ่น  479.56 ล้านบาท

ที่สำคัญ ผลประกอบการของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2563 ธุรกิจมีรายได้รวม 151,533.16 ล้านบาท ผลกำไร 3,203.34 ล้านบาท ปี 2564 รายได้ 164,844.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 13,311.13 ล้านบาท หรือ 8.79% ปี 2565 รายได้ 166,576.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,731.94 ล้านบาท หรือ 1.05% และคาดว่าปี 2566 จะเติบโตมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญด้วย.