Home > On Globalization (Page 3)

จากแฟชั่นสู่ฟังก์ชัน หัวเว่ยตั้งกลยุทธ์ Fashion Forward ยกระดับวงการสมาร์ทวอทช์

หัวเว่ยจัดงานงานแถลงข่าวเปิดตัว “กลยุทธ์สำหรับอุปกรณ์สวมใส่และผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด” ณ เมืองบาร์เซโลนา เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 โดยเผยก้าวต่อไปในอุตสาหกรรมอุปกรณ์สวมใส่ภายใต้แนวคิด "Fashion Forward" ยกระดับการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและแฟชั่นไปสู่อีกขั้น ด้วยแนวคิดดังกล่าวหัวเว่ยตั้งเป้าที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมอุปกรณ์สวมใส่โดยการประยุกต์เทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบที่ล้ำหน้าด้านแฟชัน และฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่และเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ใช้ด้วยอุปกรณ์สวมใส่ตอบโจทย์สำหรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ด้วยจุดเปลี่ยนอันโดดเด่นของแบรนด์ หัวเว่ยมุ่งหวังให้ทุกคนสามารถมีอุปกรณ์สวมใส่เพื่อดูสุขภาพรวม ตอบโจทย์การเล่นกีฬา ที่ยังคงมีดีไซน์แมทช์เข้ากับไลฟ์สไตล์ได้ การเริ่มต้นกลยุทธ์กลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ภายใต้แนวคิด “Fashion Forward” บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ยที่จะผลักดันการออกแบบเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรมโดยนำความรู้ความเชี่ยวชาญที่สะสมมากว่าทศวรรษมาสู่ผู้ใช้ทั่วโลก ความมุ่งมั่นของหัวเว่ยที่จะยกระดับด้านการดีไซน์ การดูแลสุขภาพ และโหมดกีฬา ด้วยความมุ่งหวังที่จะมอบอุปกรณ์สวมใส่เพื่อดูสุขภาพรวมทั้งตอบโจทย์การเล่นกีฬาที่มาพร้อมดีไซน์แมทช์เข้ากับไลฟ์สไตล์ ในอนาคตหัวเว่ยจะผสานความสามารถที่สำคัญ 3 ด้าน เข้าด้วยกัน ได้แก่ เทคโนโลยีการตรวจจับฮาร์ดแวร์ที่ก้าวล้ำ แพลตฟอร์มอัลกอริธึมซอฟต์แวร์ที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ และบริการด้านสุขภาพดิจิทัลที่ครอบคลุมมากขึ้น ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรม ความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ และงานฝีมือระดับพรีเมียมที่สะสมมายาวนานกว่าทศวรรษ หัวเว่ยเริ่มกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม การบุกตลาดอุปกรณ์สวมใส่ระดับไฮเอนด์ในระดับสากล การขยายการลงทุนเชิงกลยุทธ์ และสร้างความร่วมมือด้านอีโคซิสเต็มระดับโลกเพื่อมอบประสบการณ์ด้านกีฬาและไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพเฉพาะบุคคลแก่ผู้ใช้งานทั่วโลก นับตั้งแต่เข้าสู่ตลาดอุปกรณ์สวมใส่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว หัวเว่ยเป็นผู้บุกเบิกในการติดตามสุขภาพด้านกีฬา แก้ปัญหาความท้าทายในอุตสาหกรรมในด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ความแม่นยำในการวัดค่าต่าง ๆ ในร่างกาย รวมทั้งความสะดวกสบายในการสวมใส่ “ความสำเร็จอันน่าทึ่งของหัวเว่ยเกิดขึ้นได้จากการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ได้นำเสนอโซลูชันละพัฒนานวัตกรรมสำหรับสมาร์ทวอทช์ของหัวเว่ย” Mr. Zhang

Read More

ครั้งแรกของโลก! ‘ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท’ เปิดตัว World of Frozen

ครั้งแรกของโลก! ‘ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท’ เปิดตัว World of Frozen ดินแดนธีม “โฟรเซ่น” ที่แรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก 20 พฤศจิกายนนี้ วันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ดินแดนธีม “โฟรเซ่น” ที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกของโลกที่ทุกคนตั้งตารอคอยอย่าง เวิลด์ ออฟ โฟรเซ่น (World of Frozen) จะพร้อมเปิดประตูต้อนรับทุกท่านแล้ว ณ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท โดย เวิลด์ ออฟ โฟรเซ่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แอนิเมชันยอดฮิตจากค่าย Walt Disney Animation Studios อย่าง “โฟรเซ่น” ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ และ “โฟรเซ่น 2” ผจญภัยปริศนาราชินีหิมะ จะนำทางทุกท่านเข้าสู่ “เอเรนเดลล์” ดินแดนของจริงที่ถอดแบบจากภาพยนตร์อย่างไม่มีผิดเพี้ยน ผ่านเรื่องราวอันน่าหลงใหล ตัวละครที่ทุกคนต่างรัก วัฒนธรรมที่ทำให้อบอุ่นหัวใจ ภูมิทัศน์น่าทึ่ง ดนตรีอันทรงเสน่ห์ และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะมาเผยโฉมที่นี่เป็นครั้งแรก

Read More

JR EAST แนะนำ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดฮิต 2023 พร้อมเสริมสิริมงคลกับวัดดังมรดกโลก

ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือเกาะฮอนชู (Honshu) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงห้อมล้อมด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีมรดกโลกทั้งทางธรรมชาติและวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ ด้วยมนต์เสน่ห์เหล่านี้ “โทโฮคุ” จึงกลายเป็นจุดเช็คอินสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว วันนี้ JR EAST จึงแนะนำ JR EAST PASS เดินทางสะดวกไปยัง 5 จุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคล เปิดดวงรับทรัพย์ให้ปังตลอดปี วัดชูซนจิ (Chusonji Temple) วัดชูซนจิ ตั้งอยู่ในจังหวัดอิวาเตะ ได้รับการยอมรับว่าเป็นวัดนิกายเทนไดที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคและขึ้นเป็นมรดกโลกในปี 2011 ภายในวัดจะพบกับหอปราสาททองคำ "คนจิคิโด" สีทองสวยอร่ามสมกับเป็นมรดกโลก เข้ากันกับบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี แดง เหลือง ทำให้ที่นี่กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวจังหวัดอิวาเตะที่ใครก็ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้ง ความโดดเด่น : อธิษฐานขอพรเรื่องความสำเร็จ ความสมหวังในชีวิต ・วิธีการเดินทางโดยรถไฟ JR EAST : จากสถานีโตเกียวนั่งรถไฟ JR Tohoku Shinkansen ไปยังสถานีอิจิโนะเซกิ (Ichinoseki) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟ JR สายโทโฮคุ

Read More

แอลจีเผยแพร่รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2565-2566 

แอลจีเผยแพร่รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2565-2566  สรุปกลยุทธ์ 6 ข้อเพื่อบริหารจัดการ ESG ให้บรรลุเป้าหมาย ‘3Cs’ เพื่อโลก และ ‘3Ds’ เพื่อผู้คน แอลจี อีเลคทรอนิคส์ เผยแพร่รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2565-2566 โดยนำเสนอความสำเร็จและกลยุทธ์ในการดำเนินงาน 6 ด้าน ที่วางแนวทางไว้อย่างดี เพื่อให้สะท้อนวิสัยทัศน์ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล เพื่อชีวิตที่ดีกว่า (Better Life for All) สำหรับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วโลก บริษัทให้ความสำคัญกับงานใน 2 ภารกิจหลัก คือ ภารกิจ ‘3Cs’ เพื่อโลก ได้แก่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ การหมุนเวียนใช้ทรัพยากร และเทคโนโลยีสะอาด ส่วนภารกิจที่สองคือ ‘3Ds’ เพื่อผู้คน ได้แก่ การออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อผู้ใช้ทุกกลุ่ม สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี และการส่งเสริมความหลากหลายและการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่ม ภารกิจ ‘3Cs’ เพื่อโลก: ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ หมุนเวียนใช้ทรัพยากร และเทคโนโลยีสะอาด ในปีนี้ แอลจีทั่วโลกมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ทั้งทางตรง (ขอบเขตที่ 1) และทางอ้อม (ขอบเขตที่ 2) ทั้งหมด 92.7 ล้านตัน ซึ่งลดลง 22 ล้านตันจากปีก่อน นับว่าเป็นไปตามความมุ่งมั่นที่เคยประกาศไว้ว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (ทั้งทางตรงและทางอ้อม) ภายในปี 2573 บริษัทยังมีอัตราการนำพลังงานหมุนเวียนกลับมาใช้ซ้ำอยู่ที่ 8.2% ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ได้ประกาศว่าภายในปี 2593 สำนักงานแอลจีทั่วโลกจะใช้เฉพาะพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด อีกทั้งยังประสบความสำเร็จในการเข้าร่วมโครงการ RE100 (Renewable Energy

Read More

แอลจีประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2566 รายได้ที่สูงเป็นประวัติการณ์

แอลจีประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2566 รายได้ที่สูงเป็นประวัติการณ์ พร้อมผลกำไรที่แข็งแกร่ง เป็นพื้นฐานให้แอลจีสามารถสร้างการเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาวผ่านการเดินหน้าขยายพอร์ทโฟลิโอด้านธุรกิจ แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของปี 2566 โดยมีรายได้รวมจำนวน 20 ล้านล้านวอน (ประมาณ 5.38 แสนล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 741.9 แสนล้านวอน (ประมาณ 1.99 หมื่นล้านบาท) ผลประกอบการในไตรมาสนี้ ถือเป็นรายได้ไตรมาสที่ 2 ที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ซึ่งตอกย้ำถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งในด้านการแข่งขันให้กับธุรกิจ และยังสะท้อนถึงการดำเนินงานเพื่อปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจตั้งแต่ระดับพื้นฐาน โดยเริ่มดำเนินธุรกิจใหม่คือบริการบนแพลตฟอร์ม และเดินหน้าขยายธุรกิจฝั่ง B2B อย่างต่อเนื่อง ด้านผลกำไรก็อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ถึงแม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานในไตรมาสนี้จะน้อยกว่ารายได้ของไตรมาสที่ 2 เมื่อปีที่ผ่านมาอยู่ 6.3% ก็ตาม โดยสาเหตุหลักมาจากการตั้งงบสำรองจ่ายครั้งเดียว (one-time provision) ในไตรมาสที่ 2 แอลจีมีแผนจะสร้างผลกำไรให้มากขึ้นโดยการเสริมประสิทธิภาพการทำงานอย่างสูงสุด และการเตรียมพร้อมเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในอนาคต ด้วยการคาดการณ์แนวโน้มตลาดให้ดียิ่งขึ้น และเสริมการผลิตให้สามารถแข่งขันได้ นอกจากนี้ แอลจียังมีแผนอย่างต่อเนื่องที่จะพัฒนาร้านค้าออนไลน์ของตนเองและขายสินค้าให้ผู้บริโภคโดยตรงอีกด้วย กลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและโซลูชันเครื่องปรับอากาศ

Read More

ดีลอยท์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่

ดีลอยท์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ พร้อมนำดีลอยท์เติบโตยิ่งใหญ่ในภูมิภาค ยูจีน โฮ ได้รับการแต่งตั้งเพื่อดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีลอยท์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อจากฟิลลิป หยวน โดยเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 มิถุนายน 2566 ดีลอยท์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศแต่งตั้งยูจีน โฮ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาค บริการที่ปรึกษาทางการบริหารจัดการ (Consulting) และประธานเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ ต่อจากฟิลลิป หยวน ยูจีน จะเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวในวันที่ 1 มิถุนายน 2023 ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นปีงบประมาณ 2024 ของดีลอยท์ ปัจจุบันดีลอยท์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพนักงานให้บริการระดับวิชาชีพมากกว่า 13,000 คน โดยมีผู้บริหารในระดับ พาร์ทเนอร์ มากกว่า 500 คน ทั่วภูมิภาคอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ การประกาศแต่งตั้งยูจีนในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสืบทอดตำแหน่งและการเสนอชื่อที่มีขั้นตอนเคร่งครัดและครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งกำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริหารดีลอยท์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเลือกจากผู้บริหารระดับพาร์ทเนอร์ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีลอยท์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้คนถัดไป

Read More

การ์ทเนอร์คาดการณ์ภายในสิ้นปี 2566 พนักงานที่มีทักษะความรู้ทั่วโลก 39% จะทำงานแบบ Hybrid

การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า ภายในสิ้นปี 2566 จะมีพนักงานที่มีทักษะความรู้ทั่วโลกประมาณ 39% ทำงานแบบไฮบริด (Hybrid) เพิ่มขึ้นจาก 37% ในปี 2565 รันจิต อัตวาล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “การทำงานไฮบริดไม่ใช่แค่การเติมไฟทำงานให้แก่พนักงาน แต่ยังเป็นความคาดหวังของพนักงานอีกด้วย ในปี 2565 มีพนักงานจำนวนมากทยอยกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ โดยที่รูปแบบการทำงานไฮบริดจะยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในปีนี้และอนาคต บริษัทนายจ้างควรปรับตัวโดยการนำนโยบายการทำงานที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centric Work Design) มาปรับใช้ในองค์กร รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นและการมีส่วนร่วมในงาน และมีรูปแบบการจัดการพนักงานที่ทำงานไฮบริดอย่างเข้าอกเข้าใจ” ตัวอย่างเช่น บุคลากรไอทีมีแนวโน้มลาออกมากกว่าบุคลากรในสายงานอื่น ๆ เนื่องจากพวกเขาต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น และมีสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) และมองหาโอกาสในการทำงานที่ดีขึ้น โดยผู้บริหารไอที (หรือ CIOs) สามารถเพิ่มโอกาสในการรักษาและดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะความสามารถระดับหัวกะทิได้ โดยการปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่เป็นการมอบคุณค่าแก่พนักงาน (Employee Value Proposition) ที่เข้าใจความเป็นมนุษย์มากขึ้น การ์ทเนอร์ให้คำจำกัดความ พนักงานกลุ่ม Hybrid Workers คือผู้ที่เข้าทำงานในสำนักงานอย่างน้อยหนึ่งวันต่อสัปดาห์ ส่วนพนักงานกลุ่ม Fully Remote

Read More

เรื่องราวของ Indosat การควบรวมกิจการที่ประสบความสำเร็จสูงสุดที่ให้อำนาจแก่อินโดนีเซีย

Vikram Sinha ประธานกรรมการบริหารและ CEO ของ Indosat Ooredoo Hutchison (Indosat) กล่าวถึงเรื่องราวของ Indosat ซึ่งเป็นการควบรวมกิจการที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดซึ่งให้อำนาจแก่อินโดนีเซีย Indosat เป็นบริษัทโทรคมนาคมดิจิทัลระดับโลกรายใหม่และอินเทอร์เน็ตสำหรับอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผลมาจากการควบรวมกิจการของ Indosat Ooredoo และ Hutchison 3 Indonesia ในระหว่างการอภิปรายโต๊ะกลม Sinha เน้นย้ำว่าการควบรวมกิจการโทรคมนาคมมักล้มเหลวด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ความยากลำบากในการผสานรวมเทคโนโลยีและระบบต่าง ๆ อุปสรรคด้านกฎระเบียบ และความท้าทายในการรักษาบุคลากรหลักและลูกค้า อย่างไรก็ตาม การควบรวมกิจการที่ประสบความสำเร็จของ Indosat ได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและการเติบโตของ GDP ของอินโดนีเซีย อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลกและเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจดิจิทัลที่โดดเด่นที่สุดในอาเซียน การนำดิจิทัลมาใช้ช่วยให้อินโดนีเซียลดเวลาในการบรรลุเป้าหมายระยะยาวในการเลื่อนชั้นเป็นประเทศรายได้สูง Indosat บริษัทโทรคมนาคมดิจิทัลที่มีสมาชิก 100 ล้านราย กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยขับเคลื่อนการปฏิวัติดิจิทัลในประเทศ Sinha อภิปรายว่าการควบรวมกิจการของ Indosat Ooredoo และ Hutchison 3 Indonesia นั้นเกินความคาดหมายทั้งหมดในปี 2022 ซึ่งให้มุมมองเชิงบวกต่อตลาดของอินโดนีเซียและโอกาสในการเติบโตในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

Read More

เปิดเหตุผลที่ ChatGPT สั่นสะเทือนโลก AI

ไม่นานมานี้ OpenAI บริษัทวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เปิดตัว ChatGPT แพลตฟอร์มสนทนา AI รูปแบบใหม่อย่างเป็นทางการ จากข้อมูลของบริษัทฯ ระบุว่ารูปแบบการสนทนาที่จัดทำโดยแพลตฟอร์มนี้ทำให้ ChatGPT สามารถ “ตอบคำถามได้ครอบคลุม ยอมรับข้อผิดพลาด พร้อมนำเสนอข้อมูลใหม่ ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และปฏิเสธคำร้องขอที่ไม่สมเหตุสมผล” นับตั้งแต่ ChatGPT เปิดให้บริการ บนโลกโซเชียลมีเดียก็มีการถกเถียงกันถึงความเป็นไปได้ในการนำนวัตกรรมนี้มาปรับใช้รวมถึงอันตรายที่อาจตามมา เนื่องจากความสามารถในการวิเคราะห์หาข้อผิดพลาดของโค้ด (Debug Code) ไปจนถึงศักยภาพในการเขียนเรียงความสำหรับนักศึกษา เพราะอะไร ChatGPT ถึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก? ChatGPT เป็นปรากฎการณ์ Perfect Storm ที่เป็นการรวมกันของปัญญาประดิษฐ์ (AI) สองเรื่องใหญ่ ๆ ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน นั่นคือแชทบอท และ GPT3 ที่นำเสนอวิธีการสื่อสารโต้ตอบพร้อมสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ เสมือนการพูดคุยกับมนุษย์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องสำคัญในช่วงห้าปีที่ผ่านมา แชทบอทสร้างปฏิสัมพันธ์การสนทนาแบบ 'ชาญฉลาด' ขณะที่ GPT3 สร้างเอาต์พุทที่ดู 'เข้าใจ' คำถาม เนื้อหา และบริบทของการสนทนา

Read More

การ์ทเนอร์คาดการณ์มูลค่าใช้จ่ายไอทีทั่วโลกปี 2566 โตขึ้น 2.4%

การ์ทเนอร์คาดการณ์มูลค่าใช้จ่ายไอทีทั่วโลกปี 2566 โตขึ้น 2.4% แม้เงินเฟ้อทำให้กำลังซื้อในฝั่งผู้บริโภคลดลง แต่การใช้จ่ายไอทีในองค์กรยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง การ์ทเนอร์ อิงค์ เผยคาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายด้านไอทีทั่วโลกในปี 2566 จะเติบโตเพิ่ม 2.4% จากปี 2565 คิดเป็นมูลค่ารวม 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจาก 5.1% เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ของไตรมาสที่แล้ว ขณะที่เงินเฟ้อยังตัดกำลังซื้อของผู้บริโภคและส่งผลให้การใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ไอทีเติบโตลดลง แต่คาดว่ามูลค่าการใช้จ่ายไอทีขององค์กรในภาพรวมจะยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จอห์น-เดวิด เลิฟล็อค รองประธานฝ่ายวิจัย บริษัท การ์ทเนอร์ กล่าวว่า “ทั้งผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจกำลังเผชิญกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันอย่างมาก ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อกำลังส่งผลร้ายแรงต่อตลาดผู้บริโภค และมีส่วนทำให้ธุรกิจแบบ B2C จำนวนมากเลิกจ้างพนักงาน ขณะที่ภาคองค์กรจะมียอดการใช้จ่ายด้านไอทีเพิ่มขึ้นกับโครงการดิจิทัลต่าง ๆ แม้เศรษฐกิจโลกจะอยู่ในช่วงชะลอตัวก็ตาม” “เศรษฐกิจที่ผันผวนได้เปลี่ยนบริบทการตัดสินใจของธุรกิจและยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้บริหารไอทีเกิดความลังเลมากขึ้นและตัดสินใจล่าช้า หรือต้องจัดลำดับความสำคัญของงานกันใหม่ ซึ่งเราได้เห็นธุรกิจแบบ B2B ได้ดำเนินการทำนองนี้ไปแล้ว โดยเฉพาะบริษัทที่เน้นลงทุนเกินตัวไปกับการสร้างการเติบโต อย่างไรก็ตามงบประมาณด้านไอทีไม่ใช่ปัจจัยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ และการใช้จ่ายด้านไอทียังไม่ได้อยู่ในช่วงภาวะถดถอย” การ์ทเนอร์คาดว่าในปีนี้ (2566) กลุ่มซอฟต์แวร์ (Software) และบริการไอที (IT Services) จะเติบโตสูงสุดที่ 9.3% และ

Read More