Home > Cover Story (Page 211)

ศุภลักษณ์ อัมพุช “เดอะมอลล์” พร้อมรบ

 หลังจากซุ่มเงียบอยู่นานหลายปี ตั้งแต่ผุดบิ๊กโปรเจ็กต์ “สยามพารากอน” เพื่อจัดทัพเข้าสู่สมรภูมิค้าปลีกครั้งใหม่  ล่าสุด “ศุภลักษณ์ อัมพุช” เปิดแผนลงทุนมูลค่ามหาศาลชุดแรกของบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และประกาศผลักดันรายได้ทะลุ 1 แสนล้านบาทภายใน 5 ปี โดยมีตลาดอาเซียนกว่า 600 ล้านคนเป็นเป้าหมายใหญ่ และยกระดับการเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเชีย   ตามแผนของศุภลักษณ์ ปี 2557 จะเป็นปีที่ “เดอะมอลล์ กรุ๊ป” มีการขับเคลื่อนมากที่สุด เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ “เออีซี” ในปี 2558  โดยวางหมุดในการสร้างศูนย์กลางชอปปิ้งที่เรียกว่า “District” หรือ “ย่าน” ต่อเนื่องจากการปักหมุดแรก ผุดโครงการศูนย์การค้า “สยามพารากอน” ในย่านสยามสแควร์ ซึ่งถือเป็น “Downtown”  ของกรุงเทพมหานคร เป้าหมายต่อไป คือการสร้างย่านชอปปิ้งอีก 2 จุดใหญ่ คือ “Midtown” ในย่านสุขุมวิท และ “Uptown”

Read More

มองลอดเลนส์ตลาดแว่นไทย แข่งขันสูงเพื่อ 1 หมื่นล้าน

 ตลาดแว่นตาในประเทศไทยมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูงในปัจจุบัน จากผู้ประกอบการแบรนด์ต่างๆ อาทิ เช่น ท็อปเจริญ  บิวตี้ฟูล หอแว่น ฯลฯ ในขณะที่ตลาดแว่นตาเป็นตลาดที่เติบโตต่อเนื่องมีมูลค่าตลาดประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท มีการเติบโตเฉลี่ย 8-10% ปี   แม้ปีนี้ภาวะเศรษฐกิจจะซบเซา ทำให้ตลาดแว่นตาเติบโตเพียง 5% ก็ตาม แต่เหล่าบรรดาร้านแว่นแบรนด์ต่างๆ อัดแคมเปญและกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ ครองความเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดแว่นตาของกลุ่มท็อปเจริญ ที่ปูพรมด้วยจำนวนสาขากว่า 1 พันสาขาทั่วประเทศ ในขณะที่เคที ออฟติคก็มีการรุกตลาดแว่นตา โดยมีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มอีก 20 สาขา จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดแว่นตาไทยประกอบกับพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบัน ไปทางเดียวกับเทรนด์โลกที่ต้องการแว่นสายตาที่มีดีไซน์เป็นแฟชั่นมากขึ้น เป็นเหตุผลที่ตลาดแว่นตาไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยแล้วไม่ต่ำกว่า 5% ต่อปี ล่าสุด หอแว่นเปิดตัวแบรนด์ POLICE แบรนด์ดังจากอิตาลี การันตีด้วยรูปแบบดีไซน์ คุณภาพและความเก่าแของแบรนด์ที่มีมากว่า 30 ปี จนเป็นที่ยอมรับของชาวยุโรปและอเมริกา จากแว่นคุณภาพที่ผลิตในประเทศอิตาลีทั้งหมด และมีความโดดเด่นด้านดีไซน์ เบา กรอบแว่นเข้ากับรูปหน้าคนเอเชีย พร้อมกับทุ่มงบการตลาด 15 ล้านบาท โดยหอแว่นเชื่อมั่นว่า

Read More

ความหวังครั้งใหม่ บนธุรกิจเก่าของ SAMART

“ธุรกิจอื่นอาจล้มได้ แต่ธุรกิจนี้ล้มไม่ได้ นับตั้งแต่ปีหน้า เราจะกลับมารุกในธุรกิจแรกเริ่มของกลุ่มสามารถที่คุณพ่อก่อตั้งไว้ให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง”คำกล่าวของ วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART หลังเสร็จสิ้นงานแถลงผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2556 เมื่อวันที่ 13 พ.ย. พร้อมกับใช้โอกาสนี้แถลงข่าวเปิดจำหน่ายเสาอากาศและกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี (Set Top Box) อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีขึ้นในวันถัดไป“ธุรกิจดั้งเดิมของ SAMART ที่ทำมาเกือบ 60 ปี คือธุรกิจเสาอากาศและจานดาวเทียม แม้ว่ากว่าช่วง 5 ปีมานี้ ธุรกิจจานดาวเทียมของเราอาจจะไม่ได้เป็นพระเอกเหมือนตอนแรก แต่เมื่อมีการผลัดเปลี่ยนเทคโนโลยีมาสู่ทีวีดิจิตอล ซึ่งจะทำให้ธุรกิจเสาอากาศที่ SAMART มีชื่อเสียงกลับมา นี่ก็น่าจะเป็นโอกาสดีที่เราจะกลับมาให้ความสำคัญกับธุรกิจบรรพบุรุษอย่างจริงจังอีกครั้ง”อาณาจักรของกลุ่ม SAMART วันนี้ มีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจร้านให้บริการซ่อมนาฬิกา วิทยุ และติดตั้งเสาอากาศวิทยุ โทรทัศน์ ที่จังหวัดสระบุรี ก่อนจะขยายกิจการไปสร้างโรงงานผลิตเสาอากาศโทรทัศน์ ในปี 2509

Read More

CPN เป่านกหวีดจัดเต็ม สกัด “เม-ญ่า-พรอเมนาดา”

 แม้ค่าย “เอสเอฟซีเนม่า” ประกาศเลื่อนโครงการไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ “เม-ญ่า” (MAYA) จากแผนที่จะเผยโฉมเต็มรูปแบบในเดือนธันวาคมไปเป็นเดือนมกราคมปีหน้า แต่การเปิดตัว “เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่” ของกลุ่มเซ็นทรัลเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้เพิ่มความร้อนแรงส่งท้ายปีอย่างดุเดือดโดยเฉพาะแผนสกัดคู่แข่งดาวรุ่ง “พรอเมนาดา รีสอร์ท มอลล์” ของกลุ่มทุนเนเธอร์แลนด์และเร่งช่วงชิงฐานลูกค้าตามยุทธศาสตร์ “แยกกันเดิน รวมกันตี” ที่มีทั้งศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต  และเซ็นทรัล กาดสวนแก้ว ฝังตัวยึดหัวหาดตลาดมานานเกือบ 20 ปี ปัจจุบัน หากเปรียบเทียบศูนย์การค้าทั้งหมดในจังหวัดเชียงใหม่  “เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่” ถือเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดอันดับที่ 2ของภาคเหนือ รองจากอุทยานการค้ากาดสวนแก้ว มีเนื้อที่รวม 68 ไร่ อยู่บนทำเลสี่แยกถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ดอยสะเก็ด  ตัวโครงการสร้างเป็นห้างสรรพสินค้า สูง 6 ชั้น พื้นที่ใช้สอยทั้งหมดกว่า 250,000 ตารางเมตร  การออกแบบสไตล์ฟิวเจอร์ริสติกล้านนาล้ำสมัย ประกอบด้วยร้านค้าปลีกกว่า 250 ร้านค้า มีห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลสาขาที่  2

Read More

มองทุนจีนผ่านธุรกิจสื่อ ดึง “ซิงเสียนเยอะเป้า” สู่ AEC

 บรรดาหนังสือพิมพ์จีนในประเทศไทยที่มีอยู่ 5-6 หัว “ซิงเสียนเยอะเป้า” นับเป็นหนังสือพิมพ์จีนที่มีประวัติยาวนานที่สุด และเป็นหนังสือพิมพ์รายวันภาษาจีนที่มียอดขายสูงที่สุดในประเทศไทย ในอดีตหนังสือพิมพ์จีนฉบับนี้ได้รับความนิยมสูงจนได้ชื่อว่าเป็น “ไทยรัฐ” ภาคภาษาจีน แต่ช่วงหลังการอ่านหนังสือพิมพ์จีนค่อยๆ ลดลงพร้อมกับความนิยมในหัวหนังสือพิมพ์จีนเหล่านั้นกระทั่งเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซิงเสียนเยอะเป้ากลับมาอยู่ในความสนใจของสื่อมวลชน คนจีนในเมืองไทย องค์กรการค้าการลงทุนและสมาคมชาวจีน รวมถึงบริษัทและห้างร้านเชื้อสายจีนอีกครั้ง เมื่อหนังสือพิมพ์ฉบับเก่าแก่นี้ประกาศร่วมทุนกับ “หนานฟาง” กลุ่มสื่อยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ซิงเสียนเยอะเป้าก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2493 โดย หู เหวิน หู่ และหู เหวิน เป้า สองพี่น้องชาวจีนโพ้นทะเลผู้มีชื่อเสียงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นเจ้าของกิจการยาหม่องตราเสือ กิจการหนังสือพิมพ์ซิงเสียนเยอะเป้าตกทอดมาสู่ลูกหลานตระกูลหูเรื่อยมาก กระทั่งวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 “สดาวุธ เตชะอุบล” ประธานกรรมการบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เข้ามาเทกโอเวอร์“ผมเข้ามาเทกโอเวอร์เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ช่วงนั้นหนังสือพิมพ์จีนส่วนใหญ่ยังไม่ได้มาตรฐาน ผมเข้ามาเพื่อปรับปรุงให้ซิงเสียนเยอะเป้ามีเทคโนโลยี

Read More

1 ปี เอสโคล่า สมรภูมิน้ำดำ โหดสุดขั้ว

 2 พฤศจิกายน 2556 ครบรอบ 1 ปี หลังค่าย “เสริมสุข” จุดพลุเปิดตัวเครื่องดื่มน้ำอัดลมแบรนด์ใหม่ “เอสโคล่า” ภายใต้เครือข่ายอาณาจักรธุรกิจ “ไทยเบฟเวอเรจ” ของกลุ่มตระกูล “สิริวัฒนภักดี” แม้การต่อสู้ในสมรภูมิน้ำดำสามารถเขย่าขวัญคู่แข่งต่างชาติยักษ์ใหญ่ ทั้งโค้ก เป๊ปซี่ และบิ๊กโคล่า ตั้งแต่ออกสตาร์ท โกยยอดขาย 1,000 ล้านบาท ภายในเวลา 6 สัปดาห์ เป็นสถิติพันล้านที่เร็วที่สุด อีก 6 เดือน ทะลุ 4,000 ล้านบาท เร่งสปีดกินส่วนแบ่ง 19% เขี่ย “เป๊ปซี่” แซงขึ้นตำแหน่งเบอร์ 2 และดันสู่ระดับ 20% ยอดขาย 8,000 ล้านบาทในปีแรกแต่การก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของ “เอส” ถือเป็นปฏิบัติการโหดสุดขั้ว เนื่องจากสงครามการแข่งขันเพิ่มดีกรีความร้อนแรงอีกหลายร้อยเท่า โดยเฉพาะ “เป๊ปซี่”

Read More

อาณานิคม 2 มหาสมุทร การรุกครั้งใหญ่ของ “ทุนจีน”

 ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าประเด็นว่าด้วยเรื่องจีนจะได้รับการกล่าวถึงและถูกยกขึ้นมาให้อยู่ในกระแสสูงอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ หลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อกลางเดือนตุลาคม ซึ่งติดตามมาด้วยข่าวการรับซื้อข้าว การเจรจาเรื่องการปลอดวีซ่ากับประเทศไทย และที่ขาดไปไม่ได้คือข่าวโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ดูเหมือนทั้งรัฐบาลไทย-จีน ต่างหมายมั่นปั้นมือกับโครงการนี้เต็มที่ ยังไม่นับรวมข่าวแอพพลิเคชั่นลายเส้นการ์ตูน ที่ฮอตฮิตติดชาร์ต Manboker Hightalk ที่พัฒนาโดย Beijing Baishunhuanian Media Corp. ก่อนจะโดนกระแสข่าวลือ แอพติดไวรัส และมีการล้วงข้อมูลส่วนบุคคลเข้าถล่มจนทำให้หลายฝ่ายต้องออกมายืนยันว่าไม่เป็นความจริง หากพิจารณาจากจังหวะก้าวและข่าวสารที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องจีน ต้องยอมรับว่าปรากฏการณ์ต่างๆ ในแวดวงธุรกิจ การเมือง ในห้วงเวลานี้ เป็นประหนึ่งการเปิดแนวรุกครั้งสำคัญของจีน ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในบริบทของประเทศไทยเท่านั้น หากแต่เป็นภาพต่อเนื่องที่มีไปถึงยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคด้วย เพราะแม้ข่าวการเยือนของผู้นำจีนจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว การเดินทางตระเวนเยือนประเทศในกลุ่มอาเซียนของผู้นำจีนครั้งนี้ ยังดำเนินไปท่ามกลางความคาดหวังในด้านความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงที่ว่า หลี่ เค่อ เฉียง เพิ่งเสนอแนวทางพัฒนาความสัมพันธ์จีน-อาเซียน ด้วย “กรอบความร่วมมือ 2+7” ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดย 2 หมายถึงแนวทางการเมืองใหม่ คือ เพิ่มความไว้วางใจซึ่งกันและกันและมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจขยายการเอื้อประโยชน์แก่กัน ส่วนเลข 7 คือความร่วมมือ 7

Read More

“ครัวไทยสู่โลก” เข็มมุ่งของผู้ประกอบการไทย

 การประกาศรุกตลาดต่างประเทศของผู้ประกอบการด้านอาหารของไทย ดูจะกลายเป็นยุทธศาสตร์และแนวโน้มที่ไม่อาจเลี่ยงได้ในอนาคต หลังจากที่ประเทศไทยวางยุทธศาสตร์ประเทศไว้ที่การเป็นครัวของโลกมานาน เกือบทศวรรษที่ผ่านมา เครือเจริญโภคภัณฑ์รุกเข้าไปลงทุนและวางโครงข่ายการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง และนับเป็นทุนไทย หรือผู้ประกอบการไทย ที่มีลำดับขั้นการพัฒนาทางธุรกิจสอดรับกับยุทธศาสตร์ของชาติมากที่สุดหลายหนึ่ง ก่อนหน้านี้ CPF เคยรุกตลาดญี่ปุ่นด้วยการร่วมลงทุนกับ Yonekyu Corp. บรรษัทผู้ประกอบการผลิตและแปรรูปเนื้อสัตว์ขนาดกลางจากญี่ปุ่น ด้วยการจัดตั้งบริษัท CP-Yonekyu เมื่อช่วงปลายปี 2004 เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของ CPF ภายใต้ความมุ่งหวังว่าระดับการพัฒนาและเทคโนโลยีทางการผลิตของ Yonekyu อาจช่วยลดทอนระยะเวลาและเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นในอนาคต หลังจากที่ CPF ต้องได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ไข้หวัดนก ในช่วงก่อนหน้านั้นข้อเท็จจริงที่น่าสนใจประการหนึ่งก็คือ ในแต่ละปีญี่ปุ่นนำเข้าไก่สดแช่เย็น-แช่แข็ง และไก่แปรรูปจากประเทศไทยมีมูลค่าเฉลี่ยกว่า 16,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 47-52 ของมูลค่าการส่งออกเนื้อไก่ของไทย การสูญเสียตลาดส่งออกไก่ดังกล่าวได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นมารองรับกับรายได้ที่หดหายไปด้วยแต่การปรับตัวของผู้ประกอบการไทย ย่อมมิได้เกิดขึ้นโดยลำพัง ท่ามกลางสุญญากาศที่ปราศจากคู่แข่งขันในการช่วงชิงช่องทางธุรกิจนี้ เพราะผู้ประกอบการเลี้ยงสุกรทั้งจากยุโรปและอเมริกา ต่างติดตามสถานการณ์และความเชื่อที่ว่า “วิกฤตของไก่คือโอกาสของหมู”CPF พยายามขยายบริบททางธุรกิจให้กว้างขวางออกไปจากปริมณฑลของไก่ โดยได้ขยายบริบททางธุรกิจเข้าสู่ Aquaculture และการขยายฐานรายได้ในหมวด Hams & Sausages รวมถึงธุรกิจแปรรูปอาหาร (processed foods) อีกหลากหลายที่กำลังมีบทบาทสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของ

Read More

“เซ็นทรัล” ปฏิวัติ “JTC” บิ๊กโปรเจ็กต์ชอปปิ้งทาวน์ “สีลม”

 การประกาศพลิกฟื้นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย “จิวเวลรี่เทรดเซ็นเตอร์” ถือเป็นหมากตัวสำคัญของกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (ซีอาร์ซี) เพื่อเดินหน้าสู่บิ๊กโปรเจ็กต์ของ 2 ตระกูลใหญ่ การเชื่อมเครือข่ายค้าปลีกในกลุ่มเซ็นทรัลตลอดถนนสีลมของกลุ่ม “จิราธิวัฒน์” และโครงการชอปปิ้งทาวน์ “Gloden Square” ที่ใหญ่ที่สุดในเขตธุรกิจใจกลางเมือง ซึ่งเฮนรี่ โฮวางแผนการใหญ่ไว้ตั้งแต่วัยหนุ่มรุ่นบุกเบิก “จิวเวลรี่เทรดเซ็นเตอร์” กับดับบลิว. เค. โฮ ผู้เป็นพ่อเมื่อ 15 ปีก่อน เอ่ยชื่อ ดับบลิว. เค. โฮ  ผู้นี้ จัดเป็นพ่อค้าอัญมณีระดับเซียนชาวพม่า ลุยวงการธุรกิจอัญมณีจนสร้างชื่อในยุค 30 ปีก่อน โดยเฉพาะในตลาดฮ่องกง แต่เลือกมาลงหลักปักฐานในประเทศไทย เปิดออฟฟิศที่ชั้น 6 ตึกรามาจิวเวลรี่กรุ๊ป ผูกสายสัมพันธ์กับนักธุรกิจใหญ่หลายกลุ่ม ทั้งมาลีนนท์ โสภณพนิช และเกี่ยวดองกับตระกูลจิราธิวัฒน์ เมื่อเฮนรี โฮ แต่งงานกับ “นิตย์สินี” ลูกสาวเจ้าสัวสัมฤทธิ์ จนกระทั่งจับมือกันพัฒนาโครงการ “จิวเวลรี่เทรดเซ็นเตอร์” เมื่อปี 2541

Read More

ส่องทิศทางธุรกิจอาหารเครือซีพี ผ่านวิสัยทัศน์ “เจ้าสัวธนินท์”

 เป็นประจำทุกปีที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จะจัดงานเลี้ยงขอบคุณคู่ค้าและพันธมิตร แต่ความพิเศษของงานในปีนี้ ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อค่ำคืนวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา อยู่ที่การปาฐกถาพิเศษโดย “ธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีของ CPF พร้อมกับฉลองการก้าวขึ้นสู่ “เบอร์ 1” ในธุรกิจอาหารสัตว์โลกนอกจากการกล่าวขอบคุณเกษตรกรและพันธมิตรคู่ค้า เจ้าสัวซีพียังย้อนอดีตของธุรกิจอาหารสัตว์เครือซีพีพร้อมด้วยกุญแจความสำเร็จตลอด 60 ปี ทั้งยังกล่าวถึงแนวโน้มและทิศทางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกธนินท์พูดเสมอว่า “โลกเปลี่ยนแปลง เราต้องเตรียมใจและต้องเปลี่ยนแปลงตามโลกให้ทัน” ซึ่งแน่นอนว่า ความเปลี่ยนแปลงของโลกที่อยู่ในความสนใจของธนินท์ ย่อมหมายถึง “มูลค่าธุรกิจ” ที่จะส่งผลต่ออนาคตและทิศทางของธุรกิจในเครือซีพีทั้งหมด โดย ผู้จัดการ 360 ํ สรุปประเด็นสำคัญมาพอสังเขป ดังต่อไปนี้“ถ้ายังมีมนุษย์อยู่ ธุรกิจซีพีก็อยู่ได้”“ธุรกิจการเกษตรไปจนถึงธุรกิจอาหารสัตว์ และต่อยอดไปถึงธุรกิจอาหารมนุษย์ ทั้งหมดนี้จะเป็นธุรกิจที่จะอยู่คู่กับมนุษย์ ฉะนั้นถ้าเมื่อไหร่ไม่มีมนุษย์ เมื่อนั้นธุรกิจซีพีถึงจะอยู่ไม่ได้” คำกล่าวของเจ้าสัวซีพี ปรากฏบ่อยครั้ง ไม่ได้เฉพาะบนเวทีครบรอบ

Read More