“หัตถกรรมท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องจบลงที่ของที่ระลึกราคาถูก” นี่คือจุดยืนของ SARNSARD (สานสาด) แบรนด์หัตถกรรมร่วมสมัยที่ลุกขึ้นมาฉีกกรอบธุรกิจเดิมๆ ด้วยการนำงานสาน “เตยปาหนัน” จากชุมชนมุสลิม อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง มาตีความใหม่ผ่านมุมมองของนักออกแบบอุตสาหกรรม จนสามารถส่งมอบงานฝีมือชาวบ้านข้ามแดนไปปรากฏอยู่ในโรงแรมระดับ 5 ดาว และล่าสุดกับการจับมือคอลแลปส์ข้ามอุตสาหกรรมร่วมกับ DERMOND แบรนด์ไฟน์จิวเวลรีชั้นนำ

‘สาด’ จากเครื่องใช้ในพิธีกรรม สู่ดีไซน์ร่วมสมัย
SARNSARD" (สานสาด) ก่อตั้งโดย มนัสนันท์ ทวีวรสุวรรณ (Art Director) และ วิศรุต ทวีวรสุวรรณ (Product Designer)
คำว่า "สาด" ในภาษาถิ่นภาคใต้หมายถึง "เสื่อ" ผืนหัตถกรรมที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวมุสลิมชายฝั่งทะเลมาอย่างยาวนาน เสื่อปาหนันไม่ได้เป็นเพียงเครื่องใช้ในครัวเรือน แต่ยังเป็นตัวกลางทางวัฒนธรรมในพิธีกรรมสำคัญ ตั้งแต่การปูรองละหมาด งานแต่งงาน ไปจนถึงพิธีศพ
คุณเป็ด - วิศรุต ทวีวรสุวรรณ ย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นเมื่อประมาณ 8 ปีก่อน (ราวปี 2019) หลังได้ไปเยือนชุมชนบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง และเกิดคำถามสำคัญในฐานะนักออกแบบ
"เตยปาหนันเป็นพืชตระกูลปาล์มขึ้นตามริมทะเล ให้สัมผัสนุ่ม ละเอียด และมีเอกลักษณ์เฉพาะเพราะทำจากใบ ต่างจากไผ่หรือหวาย แต่น่าแปลกที่ชื่อเสียงกลับจำกัดอยู่ในวงแคบมาก นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เราอยากใช้มุมมองดีไซเนอร์เข้าไปพัฒนา เพื่อเปิดพื้นที่ให้งานคราฟต์ชนิดนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง"



ชุบชีวิต ‘ลายบ้า’ มรดกทางปัญญาที่เกือบสูญหาย
ภารกิจแรกของ SARNSARD ไม่ใช่การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมปริมาณมาก แต่คือการลงพื้นที่เพื่อแกะรอยและรื้อฟื้นเทคนิคการสานโบราณ โดยเฉพาะ “ลายบ้า” ซึ่งเป็นแพทเทิร์นการสานโครงสร้าง 3 แกน (Geometric 6-directional pattern) ที่มีรูปทรงเรขาคณิตล้ำสมัย ทว่าเกือบสูญหายไปเนื่องจากช่างสานยุคหลังเลิกทำ เพราะต้องใช้เวลาและความพยายามสูงมาก
กระบวนการสาน ‘ลายบ้า’ ต้องใช้สมาธิมากกว่าลายทั่วไปถึง 2–3 เท่า หากหลุดเพียงเส้นเดียว งานทั้งผืนจะคลาดเคลื่อนทันที คุณเป็ดจึงต้องใช้เวลาคลุกคลีในพื้นที่เป็นปี เพื่อศึกษาเทคนิค ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น และสร้างความไว้วางใจกับชุมชน
ความประณีต 7 วัน กว่าจะมาเป็นเส้นปาหนัน
กว่าจะมาเป็นเส้นปาหนันพร้อมสาน ต้องผ่านกระบวนการภูมิปัญญาดั้งเดิมนานถึง 4–7 วัน ประกอบด้วย
1. การเก็บเกี่ยว บุกป่าชายเลนเพื่อคัดสรรใบเตยปาหนันอย่างละเอียด
2. การแปรรูป นำใบไปปิ้งไฟเพื่อรีดน้ำมันธรรมชาติออกมา สร้างความเงางาม จากนั้นจักหนามริมใบออก แล้วขีดเป็นเส้นตามขนาดที่ต้องการ
3. การถนอมเนื้อไม้ นำเส้นปาหนันไปหมักน้ำธรรมชาติ 2 คืน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น (Moisturizer) และป้องกันเชื้อรา ก่อนนำไปตากแดดให้แห้งสนิทเพื่อย้อมสี



ยุทธศาสตร์ B2B และ B2C: ลบภาพจำงานสานราคาถูก
เพื่อทลายค่านิยมเดิมที่มองว่างานสานไทยต้องมีราคาถูก SARNSARD ได้วางกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
สินค้ากลุ่ม B2C (Lifestyle Items): สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น กระเป๋าสตางค์, Card Holder และเคสมือถือ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงวัสดุปาหนันได้ง่ายขึ้น
สินค้ากลุ่ม B2B (Studio & Installation Work): ร่วมมือกับสถาปนิก กลุ่มธุรกิจ Hospitality (โรงแรมและรีสอร์ตระดับลักชูรี เช่น ในเกาะสมุย) รวมถึงองค์กรชั้นนำอย่าง AIA ที่มองหากระเช้าหรือของขวัญองค์กร (Corporate Gift) ในมิติความยั่งยืน (Sustainability)
"โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้งานคราฟต์ไทยได้รับการยกย่องเท่าเทียมกับงานคราฟต์ญี่ปุ่น เราจึงก้าวข้ามข้อจำกัดของปาหนัน ด้วยการใส่กลิ่นอายความล้ำสมัย ผสมผสานวัสดุอุตสาหกรรมอย่างโลหะเข้าไปในการสาน ทำให้งานพื้นบ้านโดดเด่นและมีมูลค่าสูงขึ้น"
ผลลัพธ์ตลอดเกือบ 8 ปีที่ผ่านมาของ SARNSARD ไม่เพียงสร้างชื่อเสียงในวงการออกแบบ แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกที่จับต้องได้ในอำเภอสิเกา จากจุดเริ่มต้นที่มีช่างสานเพียงคนเดียว ปัจจุบันขยายเป็นเครือข่ายกว่า 20 ครัวเรือน ชุมชนมีรายได้ที่มั่นคง สามารถสร้างบ้าน ส่งลูกหลานเรียนหนังสือ และชะลอการย้ายถิ่นฐานของคนรุ่นใหม่ ให้ได้กลับมาทำงานที่รักพร้อมหน้ากับครอบครัว

SARNSARD x DERMOND: เมื่อหัตถกรรมพื้นบ้านโคจรพบไฟน์จิวเวลรี
ก้าวสำคัญล่าสุดคือการคอลแลปส์ข้ามอุตสาหกรรมร่วมกับ DERMOND (เดอมอนด์) แบรนด์ไฟน์จิวเวลรีชั้นนำที่มีประวัติยาวนานกว่า 34 ปี นำโดย จอน - สิรพัฐ พิพัฒน์วีรวัฒน์ (ผู้บริหารรุ่นที่ 2) ที่ต้องการนำเสนอมิติความเป็นไทยสู่ตลาดสากล โดยเฉพาะในแถบตะวันออกกลาง (Middle East)
คุณสิรพัฐ เผยว่า สิ่งที่สร้างความแตกต่างในตลาดลักชูรีระดับโลก ไม่ใช่แค่เพชรเกรดสูง (Internally Flawless) แต่คือ “อัตลักษณ์และความเป็นไทย” (Thai Identity) ที่เปี่ยมด้วยเรื่องราว

"DERMOND เป็นแบรนด์ไทยที่เราปฏิเสธความเป็นไทยไม่ได้ และคนต่างชาติก็หลงรักงานฝีมืออันพิถีพิถันของคนไทย เมื่อได้มารู้จัก SARNSARD เราประทับใจในแพชชันและการโฟกัสที่การพัฒนาชุมชนจริงๆ ของคุณเป็ด จึงเกิดเป็นโปรเจกต์ Art Installation ในร้านแฟลกชิปสโตร์ ตลอดจนการพัฒนาของขวัญพรีเมียมอย่าง Jewelry Pouch จากเตยปาหนัน และอุปกรณ์ดิสเพลย์จิวเวลรีในอนาคต"

ความร่วมมือครั้งนี้เปรียบเสมือนการให้ DERMOND ทำหน้าที่เป็น ‘หน้าด่าน’ นำเสนองานคราฟต์ไทยสู่สายตาโลกร่วมสมัย ขณะที่ SARNSARD และชุมชนช่างสานทำหน้าที่เป็น ‘ฉากหลัง’ ที่ทรงคุณค่า เติมเต็มมิติทางวัฒนธรรม และมอบประสบการณ์ระดับลักชูรีที่เปี่ยมด้วยความหมายอย่างแท้จริง