“อิออนกรุ๊ป” ซุ่มเงียบเดินหน้ารุกตลาดซูเปอร์มาร์เก็ต ทั้งปูพรมสาขามินิซูเปอร์มาร์เก็ต “แม็กซ์แวลู ทันใจ” ปรับโฉมซูเปอร์มาร์เก็ตจาก “จัสโก้” เป็น “แม็กซ์แวลู” และผุดสาขาใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพ ภายใต้ยุทธศาสตร์การเจาะชุมชนใหม่ เขตเมืองใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขาในไลฟ์สไตล์มอลล์ระดับพรีเมียมย่านชานเมือง หัวเมืองในต่างจังหวัด รวมถึงการทุ่มทุนเปิดสาขาสแตนด์อะโลนที่มีแม็กเน็ตแปลกใหม่ ตามเป้าหมายการเป็นผู้นำตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตภายในปี 2558 ต้องถือว่า อิออนกรุ๊ป มีความพยายามที่จะลงทุนในประเทศไทย แม้เจอวิกฤตหลายรอบโดยถือเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ของญี่ปุ่นและติดอันดับท็อปของโลก เข้ามาบุกเบิกธุรกิจศูนย์การค้า “สยามจัสโก้” ในไทยเมื่อปี 2527 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องเลิกกิจการศูนย์การค้า เหลือเพียงซูเปอร์มาร์เก็ต “จัสโก้” และเจอวิกฤต “ต้มยำกุ้ง” อีกรอบ ต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการหลายปีจนขอออกจากแผนได้เมื่อปี 2550 เปลี่ยนชื่อจากบริษัท สยามจัสโก้ จำกัด เป็นบริษัท อิออน ไทยแลนด์ จำกัด โดยมีบริษัท อิออน ญี่ปุ่น (บริษัทแม่) และบริษัท อิออน สหรัฐอเมริกา ถือหุ้น 49% จากปี 2550-2557 เป็นช่วงที่ “อิออน” เก็บบทเรียนและประสบการณ์ในสงครามค้าปลีกไทย วางแผนอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีทุนยักษ์ใหญ่อย่าง “เซ็นทรัล” อย่างไรก็ตาม ค่ายเซ็นทรัล ในฐานะผู้ยึดกุมตลาดซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ผ่านมาต้องปรับยุทธศาสตร์หลายรอบ โดยเฉพาะหลังบริษัทแม่ “เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น” หรือ “ซีอาร์ซี” ซื้อกิจการร้านสะดวกซื้อ “แฟมิลี่มาร์ท” เนื่องจากมีรูปแบบใกล้เคียงกับโมเดล “ท็อปส์เดลี่” ที่เดิมตั้งเป้าเป็นตัวชนคู่แข่ง ทั้งเทสโก้โลตัส เอ็กซ์เพรส และร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น จนต้องปรับเปลี่ยนสาขาท็อปส์เดลี่เป็นร้านแฟมิลี่มาร์ท รวมทั้งสร้างรูปแบบร้านให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคใหม่ๆ ปัจจุบัน “เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล” มีรูปแบบสโตร์รวม 7 แบบ จำนวน 137 สาขา ประกอบด้วย เซ็นทรัลฟู้ด ฮอลล์ เน้นกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม 5 สาขา, ท็อปส์มาร์เก็ต เน้นจับกลุ่มระดับบน 63 สาขา, ท็อปส์ซูเปอร์ เน้นกลุ่มระดับกลาง 18 สาขา, ท็อปส์เดลี่ เน้นทำเลชุมชนต่างๆ พื้นที่ขนาดเล็ก 22 สาขา ท็อปส์ซูเปอร์คุ้มรีเทล เน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสินค้าราคาประหยัด 20 สาขา ท็อปส์ซูเปอร์คุ้มโฮลเซล เน้นลูกค้ากลุ่มค้าส่ง 7 สาขา ท็อปส์ซูเปอร์สโตร์ 1 สาขา และร้านอีทไทย ซึ่งเป็นร้านสไตล์เอ็กคลูซีฟที่จำหน่ายเฉพาะสินค้าแบรนด์ไทย จำนวน 1 สาขาที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี ทั้ง 7 รูปแบบยังมีการปรับให้เข้ากับสถานการณ์การแข่งขัน โดยทยอยเปลี่ยนสาขาท็อปส์ซูเปอร์เป็น “ท็อปส์มาร์เก็ต” หรือ “ท็อปส์ซูเปอร์คุ้ม” ขึ้นอยู่กับทำเลและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เนื่องจากโมเดล “ท็อปส์ซูเปอร์” ใกล้เคียงกันมากกับท็อปส์มาร์เก็ต จึงจำเป็นต้องสร้างความชัดเจนในแง่การทำตลาดและการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย สำหรับโมเดลใหม่ “ท็อปส์ซูเปอร์สโตร์” ค่ายเซ็นทรัลระบุว่า เป็นการสร้างเซกเมนต์ใหม่ในตลาดซูเปอร์มาร์เก็ต เพราะเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่ม “Non-food” หลากหลายมากขึ้น โดยดึงพันธมิตรในเครือซีอาร์ซีเข้ามาเสริม ซึ่งแตกต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตค่ายอื่น พื้นที่ในซูเปอร์สโตร์จะแบ่งเป็นโซนซูเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ “ท็อปส์มาร์เก็ต” และเพิ่มหมวดหมู่สินค้าเครื่องใช้อื่นๆ โดยใช้คำว่า “My” เป็นชื่อคอนเซ็ปต์ในโซนต่างๆ ได้แก่ My Media รวบรวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากเพาเวอร์บาย, My Sport เครื่องกีฬาจากซูเปอร์สปอร์ต, My Office เครื่องใช้สำนักงานต่างๆ จากออฟฟิศเมท และ My Home รวบรวมสินค้าเครื่องใช้ภายในบ้านจากโฮมเวิร์ค นอกจากนั้นมีโซนสินค้าต่างๆ เช่น แผนกเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ/สุภาพสตรี หรือ My Fashion, แผนกเสื้อผ้าเด็กผู้ชาย/เด็กผู้หญิง หรือ My Kids, แผนกเสื้อผ้าเด็กแรกเกิด หรือ My Baby อลิสเตอร์ เทย์เลอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด กล่าวว่า ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ เป็นโมเดลธุรกิจที่เข้ามาเติมเต็มและสร้างความแตกต่างในตลาดค้าปลีก โดยเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัล พลาซา ศาลายา พื้นที่ขาย 4,500 ตารางเมตร สินค้ามากกว่า 85,000 รายการ และคาดว่าจะขยายอีก 2-3 แห่งต่อปี เบื้องต้นเน้นเปิดในโครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา หากเปรียบเทียบกัน อิออนกรุ๊ปยังมีโมเดลน้อยกว่า แต่บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) ผู้บริหารธุรกิจแม็กซ์แวลู พยายามสร้างองค์ประกอบต่างๆ เพื่อทำให้ทั้ง 2 รูปแบบมีความแข็งแกร่งในตลาดซูเปอร์มาร์เก็ต โดยกำหนดขนาดแม็กซ์แวลู ซูเปอร์มาร์เก็ต พื้นที่มากกว่า 2,000 ตร.ม. และเพิ่มแม็กเน็ตกลุ่มร้านค้าต่างๆ ส่วน แม็กซ์แวลู ทันใจ เฉลี่ย 300 ตร.ม. โดยล่าสุดมีสาขา แม็กซ์แวลู ซูเปอร์มาร์เก็ต 23 แห่ง แม็กซ์แวลู ทันใจ 48 แห่ง ทั้งนี้ ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา อิออน ไทยแลนด์ เร่งสปีดขยายสาขา แม็กซ์แวลู ทันใจ อย่างหนัก โดยเน้นทำเลตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าและสถานที่พักอาศัย ในพื้นที่เป้าหมายเขตกรุงเทพฯ 4 โซนหลัก คือ โซนถนนสุขุมวิท โซนทิศเหนือและตะวันออก เช่น ย่านลาดพร้าว รามคำแหง บางนา โซนสีลมและกลางเมือง 14 สาขา โซนทิศใต้และตะวันตก เช่น เจริญนคร หัวลำโพง เพชรเกษม ขณะที่แม็กซ์แวลู ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขาสแตนด์อะโลน อยู่ระหว่างการเลือกทำเลย่านชุมชนใหม่ และคัดแม็กเน็ตใหม่ๆ ตามเทรนด์ของผู้บริโภค อย่างสาขาถนนคู้บอน-พระยาสุเรนทร์ ที่จะเปิดในวันที่ 15 ต.ค. นอกจากมีร้านอาหารแล้วยังมีร้านดรักสโตร์ “ซูรูฮะ” และร้านจำหน่ายสินค้า “ไดโซ” เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าครอบครัวคนรุ่นใหม่ เนื่องจากย่านดังกล่าวหลังจากมีโครงการรัฐตัดขยายถนนและแนวโน้มจะขยายเพิ่มเป็น 6 เลน มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เข้ามาเปิดโครงการหมู่บ้านตลอดแนวถนน เช่น แสนสิริ พฤกษาเรียลเอสเตท เสนาดีเวลลอปเมนท์ ลลิลพร็อพเพอร์ตี้ ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทแม่อิออนกรุ๊ปยังมีแนวคิดจะกลับเข้ามาลงทุนธุรกิจค้าปลีกในเมืองไทย โดยร่วมทุนกับบริษัทสยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) พันธมิตรเก่าแก่ตั้งแต่ยุคบุกเบิกคอมมูนิตี้มอลล์ เพื่อพัฒนาศูนย์การค้าร่วมกัน รวมทั้งเพิ่งประกาศนโยบายลงทุนธุรกิจห้างสรรพสินค้า “อิออนมอลล์” ในตลาดเกิดใหม่ ได้แก่ จีน อินเดีย และประเทศในอาเซียน เกมรุกธุรกิจค้าปลีกของ “อิออนกรุ๊ป” จึงเป็นการเปิดสงครามระลอกใหม่ที่ดุเดือด โดยเฉพาะตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตที่ “เซ็นทรัล” คงไม่ยอมเสียส่วนแบ่งง่ายๆ แน่ Relate Story1. โลตัสเจาะ New Trend ขยายแนวรบไล่บี้คู่แข่ง2. โจทย์ใหญ่ ลอว์สัน เมื่อคนไทยติดสไตล์ “เซเว่นฯ”
“แม็กซ์แวลู” เร่งสปีด เปิดศึกชิงส่วนแบ่ง “ท็อปส์”
“อิออนกรุ๊ป” ซุ่มเงียบเดินหน้ารุกตลาดซูเปอร์มาร์เก็ต ทั้งปูพรมสาขามินิซูเปอร์มาร์เก็ต “แม็กซ์แวลู ทันใจ” ปรับโฉมซูเปอร์มาร์เก็ตจาก “จัสโก้” เป็น “แม็กซ์แวลู” และผุดสาขาใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพ ภายใต้ยุทธศาสตร์การเจาะชุมชนใหม่ เขตเมืองใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขาในไลฟ์สไตล์มอลล์ระด…