2 พ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

CG Capital ปั้น PURITA เติมจิ๊กซอว์ทำเลบางเทา

CG Capital ปั้น PURITA เติมจิ๊กซอว์ทำเลบางเทา

PURITA_6.JPG

ภาพความชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กลายเป็นความจริงที่ผู้ประกอบการทุกรายต้องยอมรับ กำลังซื้อระดับกลางถึงล่างถูกบีบด้วยหนี้ครัวเรือน สถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อพุ่งสูง ขณะที่ต้นทุนที่ดินใจกลางเมืองขยับขึ้นจนดันราคาคอนโดมิเนียมให้อยู่ในจุดที่ ‘คนทำงานจริง’ เอากลับไปผ่อนไม่ไหว สภาพตลาดที่ตีบตันเช่นนี้ บีบให้ทุนใหญ่ต้องแสวงหา ‘น่านน้ำใหม่’ ที่มีกำลังซื้อจริง และไม่ต้องพึ่งพาระบบสินเชื่อส่วนบุคคลในประเทศเพียงอย่างเดียว

‘ภูเก็ต’ คือคำตอบที่เด่นชัดที่สุดในยามนี้

ความน่าสนใจของภูเก็ตไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่รอคอยเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวชั่วคราวอีกต่อไป ทว่าหลังวิกฤตโควิด-19 พฤติกรรมของผู้คนทั่วโลกเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง เกาะแห่งนี้ยกระดับสู่การเป็น 'Lifestyle & Relocation Hub' หรือจุดหมายปลายทางของการย้ายถิ่นฐานและการอยู่อาศัยระยะยาว ของผู้มีกำลังซื้อสูงจากนานาประเทศ

ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยกำลังง่อนแง่น ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตกลับเติบโตสวนทางอย่างสิ้นเชิง สัดส่วนผู้ซื้อมากกว่า 70% กลายเป็นชาวต่างชาติที่หอบเงินสดเข้ามาถือครองสินทรัพย์ระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรัสเซีย โปแลนด์ ยุโรปตะวันออก จีน ฮ่องกง และตะวันออกกลาง ปัจจัยหนุนสำคัญไม่ได้มีแค่เรื่องสภาพอากาศหรือชายหาด แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ทั้งโรงเรียนนานาชาติ สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ ร้านอาหาร คอมมูนิตี้มอลล์ ไปจนถึงอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า ที่สูงถึง 8-12% ต่อปี โดยเฉพาะทำเลทองอย่าง 'บางเทา - เชิงทะเล' ซึ่งมีอัตราค่าเช่าพุ่งสูงถึง 1,000–1,500 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงที่สุดบนเกาะภูเก็ต

ในบรรดาทุนใหญ่ที่ลงไปปักหมุด ‘กลุ่มเซ็นทรัล’ ถือเป็นผู้เล่นที่ครอบครองความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์มากที่สุดรายหนึ่ง

หากมองผ่านเลนส์การลงทุน เซ็นทรัลไม่ได้มองภูเก็ตเป็นเพียงตลาดต่างจังหวัด แต่มองเป็น ‘ฐานการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองรองจากกรุงเทพฯ’ ด้วยจำนวนโครงการในเครือที่เข้าไปปักหลักสะสมมานานกว่า 20-50 ปี ทั้งศูนย์การค้า Retail, โรงแรม Hospitality และที่อยู่อาศัย รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 140 โครงการ ไม่นับรวมแผนการใหญ่อย่างการเตรียมพัฒนา Entertainment Complex บนพื้นที่ 140 ไร่ของเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ในอนาคต

ทว่า ยุทธศาสตร์การเจาะตลาดที่อยู่อาศัยระดับบนยุคใหม่กลับถูกขับเคลื่อนผ่าน **CG Capital (บริษัท ซีจี แคปปิตอล แอดไวซอรี่ จำกัด)** กองทุน Private Equity มูลค่า 10,000 ล้านบาทในเครือเซ็นทรัล นำโดย 'ภูมิ จิราธิวัฒน์'

โจทย์สำคัญของ CG Capital ในย่านบางเทา-เชิงทะเล คือการนำที่ดินแปลงสวยใจกลางพื้นที่ "ไข่แดง" ขนาดเกือบ 40 ไร่ ที่ซุ่มถือครองและพัฒนามาเมื่อ 2 ปีก่อน มาเจียระไนให้กลายเป็น Lifestyle Community ที่สมบูรณ์แบบ

Purita_Hero_Front.jpg

หากถอดรหัสการวางแผนพัฒนาพื้นที่ 40 ไร่แห่งนี้ จะเห็นโครงสร้างการจัดวางสินค้า ที่มีจังหวะก้าวชัดเจน

1. จิ๊กซอว์ชิ้นแรก เปิดตัว The Standard Residences, Phuket Bang Tao คอนโดมิเนียม Branded Residence ระดับ Luxury เพื่อจับกลุ่มบนสุด และสร้างภาพจำเรื่องแบรนด์ระดับสากล

2. จิ๊กซอว์ชิ้นที่สอง เติมโรงแรมระดับ International อีก 2 แห่ง รวมกว่า 550 ห้อง เพื่อดึงดูดทราฟฟิกและรองรับการบริการ

3. จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย การเปิดตัวโครงการล่าสุด PURITA Phuket Bangtao มูลค่า 3,000 ล้านบาท

สิ่งที่น่าวิเคราะห์ในตัวโครงการ PURITA คือการที่ CG Capital เลือกที่จะ ถอดหมวก Branded Residence ออก แล้วสร้างแบรนด์ที่อยู่อาศัยของตัวเองเป็นครั้งแรก

เหตุผลทางธุรกิจเบื้องหลังการตัดสินใจนี้ค่อนข้างแหลมคม ตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีโครงการใหม่เกิดขึ้นในย่านเชิงทะเลเกือบ 30 โครงการ ตลาดถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วชัดเจน คือขั้ว Luxury/Ultra-Luxury ที่ราคาสูงลิ่ว กับขั้วล่างที่เน้นราคา Mass แต่ CG Capital มองเห็นช่องว่างในตลาด Premium Residences ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบนที่ต้องการคุณภาพชีวิต การออกแบบ และบรรยากาศระดับ Luxury แต่ไม่ต้องการจ่ายค่าพรีเมียมส่วนเกินให้กับแบรนด์บริหารโรงแรมต่างชาติ

PURITA บนพื้นที่ 10 ไร่ (จากแปลงรวม 40 ไร่) ถูกออกแบบด้วยแนวคิด Low Density เพียง 258 ยูนิต หรือเฉลี่ยเพียง 25 ยูนิตต่อไร่ อาคารพักอาศัยสูง 6 ชั้น ถูกจัดวางให้มีพื้นที่ส่วนกลางและสวนขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ เพดานห้องสูง 3 เมตร พร้อมสระว่ายน้ำความยาวระดับ Olympic Size (50 เมตร) ในราคาเริ่มต้น 7.29 ล้านบาท

นี่คือการใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากการทำ Branded Residence ระดับ Luxury มาลดทอนโครงสร้างต้นทุน แล้วส่งผ่านเป็น "ความคุ้มค่า" ให้แก่ผู้ซื้อ ทั้งกลุ่มที่ต้องการบ้านหลังที่สอง คนทำงานแบบ Remote Worker รวมถึงนักลงทุนที่หวังผลตอบแทนระยะยาว

การขยับตัวของกลุ่มเซ็นทรัลผ่าน CG Capital ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการหนึ่ง แต่คือภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอสังหาริมทรัพย์ไทย ในวันที่ตลาดเมืองหลวงเต็มไปด้วยปัจจัยลบ การถอยไปตั้งหลักในเมืองท่องเที่ยวที่มีดีมานด์ระดับโลกหนุนหลัง คือทางรอดและโอกาสเติบโตทางธุรกิจ

และการเติมจิ๊กซอว์ PURITA เข้าไปบนผืนดิน 40 ไร่ที่บางเทา ก็คือการประกาศว่า ทุนใหญ่อย่างเซ็นทรัลไม่ได้แค่ลงไป 'จับเสือมือเปล่า' หรือทำโครงการขายแล้วจบไป แต่เป็นการปักหลักสร้าง "Ecosystem การอยู่อาศัย" ที่กินยาว และครอบคลุมกำลังซื้อทุกระดับในเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย