ย้อนกลับไปในปี 2539 โลกได้รู้จักกับสิ่งมีชีวิตพิกเซลขนาดเล็กในตลับเกม Game Boy ภายใต้ชื่อ Pokémon Red และ Pokémon Green จุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายจากการจับ สะสม เลี้ยงดู และเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นถกเถียงหรือแลกเปลี่ยนตัวละครผ่านสาย Link Cable กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งให้ The Pokémon Company เติบโตขึ้นมาเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์สื่อที่ทรงอิทธิพลและทำรายได้สูงที่สุดในโลก
ในวาระครบรอบ 30 ปี การขยายตัวของโปเกม่อนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการขายความทรงจำในวัยเยาว์ แต่คือบทเรียนทางธุรกิจว่าด้วยการบริหารจัดการแบรนด์และระบบนิเวศสื่อที่ไร้รอยต่อ
โมเดล 6 เสาหลัก กับยุทธศาสตร์ ‘Pokémon-First’
โครงสร้างที่ทำให้โปเกม่อนยืนระยะมาได้ถึงสามทศวรรษ คือการขับเคลื่อนผ่าน 6 เสาหลักทางธุรกิจ ได้แก่ วิดีโอเกม, เทรดดิ้งการ์ดเกม (TCG), ซีรีส์อนิเมะ, งานไลเซนซิ่ง, Pokémon Center และแอปพลิเคชันมือถือ
กลยุทธ์สำคัญที่ผู้บริหาร The Pokémon Company ตอกย้ำคือแนวคิด "Pokémon-First" ซึ่งมองความเข้มแข็งของตัวละครและความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นกับตัวละครเป็นตัวนำ ทุกผลิตภัณฑ์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างกำไรในระยะสั้น แต่ทำหน้าที่เป็นประตูเข้าสู่จักรวาลโปเกม่อนสำหรับผู้เล่นต่างวัย
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Pokémon Trading Card Game ซึ่งก้าวพ้นจากการเป็นแค่ของเล่นเด็กไปสู่สินทรัพย์สะสมและการแข่งขันระดับอาชีพ รวมถึงแอปพลิเคชันอย่าง Pokémon GO ที่ดึงผู้เล่นรุ่นใหญ่ให้กลับมาเชื่อมต่อกับแบรนด์ผ่านวิถีชีวิตประจำวัน
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ "กรุงเทพฯ" ในฐานะยุทธศาสตร์ใหม่
ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นพื้นที่การเติบโตระลอกใหม่ที่ผู้บริหารโปเกม่อนให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีฐานแฟนการ์ดเกมและเกมเมอร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การเลือกกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งใน 5 เมืองใหญ่ของเอเชีย (ร่วมกับกัวลาลัมเปอร์ ไทเป สิงคโปร์ และมะนิลา) ในการจัดแคมเปญใหญ่อย่าง PokéXciting! พร้อมการเปิด Pokémon Center BANGKOK ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนอกประเทศญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นถึงพลังซื้อและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านไลฟ์สไตล์ในไทย
ความร่วมมือระหว่าง The Pokémon Company, เซ็นทรัลพัฒนา (CPN), แบรนด์ระดับโลกอย่าง UNIQLO, 7-ELEVEN รวมถึงรัฐวิสาหกิจอย่าง BEM (ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT) ที่ร่วมเนรมิตสถานีและขบวนรถไฟฟ้าให้เป็นพื้นที่ผจญภัย คือภาพสะท้อนของการเปลี่ยนความหลงใหลในป๊อปคัลเจอร์ให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์
มองอนาคต 50-100 ปี ปรับเปลี่ยนเพื่อคงอยู่
เป้าหมายถัดไปของ The Pokémon Company ไม่ใช่แค่การประคองธุรกิจให้รอดไปวันๆ แต่มุ่งหวังวางรากฐานยาวนานถึง 50 หรือ 100 ปีข้างหน้า โจทย์ใหญ่คือทำอย่างไรให้แบรนด์ที่อายุครบ 30 ปี ยังคงความสดใหม่ในสายตาของคนรุ่นใหม่ โดยไม่ละทิ้งสาวกยุคแรกที่เติบโตมาด้วยกัน
คำตอบอยู่ในวิธีการสร้างประสบการณ์ร่วมที่หลากหลาย ตั้งแต่งานวิ่ง Pokémon RUN 30 กิจกรรมไลฟ์สไตล์ และการพัฒนาเกมภาคใหม่บนแพลตฟอร์มยุคถัดไป
30 ปีของโปเกม่อนจึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของพิคาชูหรือการจับมอนสเตอร์ในจอภาพ หากแต่เป็นกรณีศึกษาของการนำแบรนด์ก้าวข้ามกรอบของ "ความบันเทิง" ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกอย่างแท้จริง