26 ส.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

เจาะกลยุทธ์ รพ.สัตว์ทองหล่อ ในวันที่ลูกรัก 4 ขาอายุยืน ธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์ต้องเปลี่ยนวิธีคิด

เจาะกลยุทธ์ รพ.สัตว์ทองหล่อ ในวันที่ลูกรัก 4 ขาอายุยืน ธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์ต้องเปลี่ยนวิธีคิด

Polish_20260824_202900030.jpg

ในวันที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อพี่ใหญ่แห่งวงการโรงพยาบาลสัตว์เดินทางมาครบ 32 ปี ตัวเลขสำคัญที่ผู้บริหารมักหยิบขึ้นมาเน้นย้ำไม่ใช่ยอดรายได้หรือจำนวนสาขา หากแต่เป็น “อายุขัยเฉลี่ยของสุนัข” ที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่ง จาก 12 ปีในปี 2558 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 16 ปีในปัจจุบัน

ตัวเลขนี้ฉายภาพการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง เมื่อสัตว์เลี้ยงมีชีวิตยาวนานขึ้น โรคภัยที่พบจึงซับซ้อนตามไปด้วย ประจวบกับการเติบโตของเทรนด์ Pet Humanization ที่ผู้เลี้ยงยกระดับสัตว์เลี้ยงให้เป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว (Pet Parent) ส่งผลให้โจทย์ของ รพ.สัตว์ทองหล่อ ต้องเปลี่ยนจาก Reactive Care (เจ็บป่วยค่อยมารักษา) ไปสู่ Proactive & Longevity Care ที่เน้นการดูแลสุขภาพระยะยาว หรือ Healthspan เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีช่วงชีวิตที่มีคุณภาพยาวนานที่สุด

DSCF6836_0 - Copy.JPG

เมื่อ Pet Parent เปลี่ยน วิถีการรักษาก็ต้องขยับ

ตลอดช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมโรงพยาบาลสัตว์มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง จากช่วงแรกที่เน้นการรักษาพื้นฐานและบริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ต่อมาจึงพัฒนาไปสู่ศูนย์รักษาเฉพาะทาง ก่อนเข้าสู่ช่วงที่พฤติกรรมของผู้เลี้ยงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ยกระดับมาตรฐานการรักษา

สัตวแพทย์หญิงกฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สะท้อนภาพว่า พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่แต่งงานน้อยลง ไม่มีลูก หรือกลุ่มผู้สูงวัยที่มีกำลังซื้อ ทำให้เกิดปรากฏการณ์เลี้ยงสัตว์เป็นลูก เจ้าของสังเกตอาการสัตว์เลี้ยงไวกว่าเดิม มีการใช้กล้องวงจรปิดติดตามดูพฤติกรรม ตลอดจนศึกษาข้อมูลจาก AI และแชตบอตก่อนมาพบแพทย์

6R6A9732 - Copy.JPG

"ทิศทางของเจ้าของสัตว์เลี้ยงปัจจุบัน เขาไม่ได้เรียกว่าเจ้าของแล้ว เขาเรียกว่าพ่อแม่หมา พ่อแม่แมว วันนี้เขาไม่ได้มองว่าเจ็บไข้ได้ป่วยแล้วค่อยอุ้มมาโรงพยาบาล แต่เราต้องทำงานย้อนกลับมาตั้งแต่ตอนโตเต็มวัย ตรวจป้องกันและรักษาก่อนที่จะอาการหนัก" สพ.ญ.กฤติกา กล่าว

แนวคิดดังกล่าวทำให้โรงพยาบาลต้องขยับจาก Reactive Care หรือการรักษาเมื่อเกิดอาการ ไปสู่ Proactive & Longevity Care ที่เน้นการป้องกัน การตรวจคัดกรอง และการวางแผนสุขภาพในระยะยาว ที่ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการเพิ่ม Lifespan หรืออายุขัย แต่รวมถึง Healthspan หรือช่วงเวลาที่สัตว์เลี้ยงยังมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี

DSCF0935_0 - Copy.jpg

 ข้อมูลภายในของ รพ.สัตว์ทองหล่อ สะท้อนเทรนด์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน:

•          สัดส่วนผู้ป่วยเปลี่ยน: สัดส่วนเคสแมวพุ่งขึ้นจาก 20% เป็น 40% ขณะที่สุนัขลดลงจาก 80% เหลือ 60% ตอบรับวิถีชีวิตคนเมืองที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม

•          ค่าใช้จ่ายต่อปี: ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของผู้เลี้ยงอยู่ที่ประมาณ 56,000 บาทต่อตัวต่อปี โดยกรณีผู้ป่วยนอก (OPD) อยู่ที่ 2,000–2,500 บาท/ครั้ง และผู้ป่วยใน (IPD) อยู่ที่ 10,000–13,000 บาท/ครั้ง

•          ฐานลูกค้าแข็งแกร่ง: ปัจจุบันมีฐานข้อมูลเจ้าของสัตว์เลี้ยงราว 32,000 รายต่อปี และมีจำนวนครั้งการเข้าบริการเฉลี่ยสูงถึง 50,000 ครั้งต่อเดือน

6R6A9474 - Copy.JPG

โรคเปลี่ยน การลงทุนทางการแพทย์จึงหยุดไม่ได้

สพ.ญ.กฤติกา เล่าว่า เมื่อโรคติดเชื้อและปรสิตลดลงตามความรู้ทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น โรคเสื่อมตามวัยกลับเข้ามาแทนที่ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคข้อ ระบบประสาท รวมถึงมะเร็ง สิ่งนี้บีบให้ รพ.สัตว์ทองหล่อ ต้องเร่งลงทุนในเทคโนโลยีการแพทย์ชั้นสูง

โดยที่ผ่านมาโรงพยาบาลให้การรักษาโรคที่ซับซ้อนดังนี้

•          ผ่าตัดต้อกระจกด้วยอัลตราซาวนด์และใส่เลนส์เทียม: ดำเนินการไปแล้วกว่า 452 เคส

•          ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker): ราคาเครื่องละประมาณ 140,000 บาท ช่วยคืนชีวิตให้สัตว์เลี้ยงที่หัวใจเต้นช้าเหลือเพียง 20 ครั้งต่อนาทีกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

•          ผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท: โดยเฉพาะในพันธุ์เฟรนช์บูลด็อก ซึ่งทำไปแล้ว 292 เคสในปีที่ผ่านมา และมีอัตรากลับมาเดินได้ภายใน 1-2 สัปดาห์สูงถึง 95%

6R6A9503 - Copy.JPG

หัวใจสำคัญของการรักษาโรคซับซ้อนเหล่านี้คือ “Speed & Integration” ทองหล่อจึงออกแบบห้องสแกน MRI ให้ตั้งอยู่ติดกับห้องผ่าตัด เพื่อให้วิเคราะห์โรค วางยาสลบ และส่งเข้าผ่าตัดได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลารอ

"การผ่าตัดระบบประสาท Speed คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้ารอตรวจ MRI สองสัปดาห์แล้วค่อยนัดผ่าตัด ผลการรักษาอาจไม่แน่นอน พอสแกนเจอปุ๊บ วางยาต่อแล้วส่งเข้าห้องผ่าตัดได้ทันที เพื่อให้ได้ Best Clinical Outcome" สพ.ญ.กฤติกา อธิบาย

 

กลุ่มโรคหลักและนวัตกรรมการรักษา - Copy.jpg

 ปฏิเสธทุนต่างชาติ แต่เลือกโตด้วยเงินกู้ธนาคาร

ประเทศไทยถือเป็นตลาดสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่และมีความก้าวหน้าทางการแพทย์สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน หลังผ่านช่วงเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2564–2565 ตลาดเริ่มเข้าสู่ช่วงชะลอตัวและปรับฐาน อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของตลาดไทยยังคงดึงดูดกองทุนต่างชาติทั้งจากสหรัฐฯ สิงคโปร์ จีน และญี่ปุ่น ให้เข้ามาเสนอซื้อกิจการหรือร่วมทุนอย่างต่อเนื่อง

ทว่า โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อเลือกที่จะปฏิเสธข้อเสนอทางการเงินเหล่านั้น เหตุผลสำคัญคือผู้บริหารต้องการรักษาความเป็นแบรนด์ไทยและให้น้ำหนักกับคุณภาพการรักษามากกว่าการเร่งขยายธุรกิจเพื่อเป้าหมายทางการเงิน

DSCF2269 (1)_0.jpg

"ทุนต่างชาติติดต่อเข้ามาตลอด มีทั้งจากอเมริกา สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น แต่เราตัดสินใจไม่เอา เรายังอยากให้ทองหล่อเป็นของคนไทย เป้าหมายชีวิตเราไม่ตรงกัน กองทุนเขาเน้นสปีดความโต เน้นกำไรเพื่อนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่เราเน้นส่งมอบ Best Patient Outcome ถ้าเอาแต่เงินมา เรากู้ธนาคารดีกว่า เพราะเราอยากทำงานการแพทย์ที่มีคุณภาพจริงๆ" สพ.ญ.กฤติกา ย้ำจุดยืน

 

การเลือกเส้นทางนี้จึงไม่ได้หมายความว่าโรงพยาบาลไม่มีแผนขยายธุรกิจ ตรงกันข้าม การลงทุนยังเดินหน้าต่อเนื่อง เพียงแต่เลือกใช้เงินทุนในรูปแบบที่ผู้บริหารมองว่าสอดคล้องกับทิศทางขององค์กรในระยะยาว

6R6A9918 - Copy.JPG

รายได้โต 13.5% เดินหน้าขยายสาขา

พูลเพิ่ม ทองเจริญพูลพร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เผยว่า ในปี 2568 รพ.สัตว์ทองหล่อ ทำรายได้รวมประมาณ 1,400 ล้านบาท (โดยมากกว่า 95% มาจากการรักษาพยาบาล) ขณะที่ปี 2569 รายได้เติบโตต่อเนื่องราว 13.5% มุ่งสู่เป้าหมาย 1,700 ล้านบาท

แผนการขยายเครือข่ายสาขา_ทองหล่อ - Copy.jpg

สำหรับแผนการขยายธุรกิจของทองหล่อประกอบด้วย

1. เพิ่มสาขาใหญ่: ปัจจุบันมี 21 สาขาหลัก และเตรียมเปิดเพิ่มอีก 2 แห่งที่บางนาและภูเก็ตภายในปีนี้ รวมเป็น 23 สาขา ด้วยงบลงทุน 250–280 ล้านบาท รวมถึงการย้ายสาขาปิ่นเกล้าสู่สถานที่ใหม่ และรีโนเวตสาขาสุขุมวิทเดิม

2. โมเดลต่างจังหวัด: เตรียมรุกตลาดเมืองรองด้วยสาขาขนาดเล็กแต่คงมาตรฐานการรักษาระดับสูง คาดว่าจะเริ่มเห็นแห่งแรกช่วงกลางถึงปลายปี 2570 

3. พัฒนาบุคลากร: จัดสรรงบประมาณ 13–15% ของกำไรสุทธิทุกปี เพื่อส่งสัตวแพทย์และพยาบาลไปฝึกอบรมเทคนิคเฉพาะทางในต่างประเทศ

4. ต่อยอดสู่สินค้าและงานวิจัย: ขยายไลน์สินค้าอุปโภคบริโภค เช่น แบรนด์ Dr. Choice (ทรายแมวมันสำปะหลัง, ขนมขัดฟัน) และขนมแมวเลียแบรนด์ Remy ร่วมกับพัทยาฟู้ด รวมถึงพัฒนาระบบวิเคราะห์การเดิน และ AI คัดกรองโรคตาและผิวหนังร่วมด้วย

6R6A9344 - Copy.JPG

ความท้าทายหลังจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการนับจำนวนสาขา แต่คือการพิสูจน์ว่า “โมเดลการเติบโตที่เน้นคุณภาพการรักษาอย่างค่อยเป็นค่อยไป” จะสามารถรักษาสปีดให้ทันกับการเติบโตของตลาด และรับมือกับการเข้ามาของทุนรายใหม่ๆ ได้ดีเพียงใด