24 ส.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

รอยรั่วที่มองไม่เห็นใน EEC เมื่อ ‘หนี้สินและภัยไซเบอร์’ บั่นทอนผลิตภาพแรงงานไทย

รอยรั่วที่มองไม่เห็นใน EEC เมื่อ ‘หนี้สินและภัยไซเบอร์’ บั่นทอนผลิตภาพแรงงานไทย

Factory_worker_using_mobile_banking_202608210908.jpeg

หากมองเพียงตัวเลข 1.473 ล้านล้านบาท จากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยมีเม็ดเงินเกือบ 5 แสนล้านบาทหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภาพรวมเศรษฐกิจไทยคงดูสดใสและเต็มไปด้วยความหวัง

ทว่าเบื้องหลังโรงงานอันทันสมัยและเครื่องจักรที่กำลังทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้พรม สิ่งนั้นไม่ใช่ความบกพร่องของเครื่องจักรหรือความล่าช้าของระบบขนส่ง แต่คือ “สมาธิและประสิทธิภาพของกำลังแรงงาน” ฟันเฟืองสำคัญที่สุดในกระบวนการผลิต ที่กำลังถูกสั่นคลอนด้วยภาระหนี้สินและภัยคุกคามออนไลน์

วิกฤตสมาธิ: ต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น

ท่ามกลางตัวเลขหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่ยังคงค้างสูงถึง 85.9% ภาระหนี้สินส่วนบุคคลได้ก้าวข้ามการเป็นเพียงปัญหาสังคมระดับบ้านเรือน แล้วกลายเป็นต้นทุนแฝงที่กัดเซาะเสถียรภาพของภาคการผลิตอย่างเงียบๆ

ข้อมูลจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกับรายงานสุขภาวะแรงงานระดับโลก สะท้อนภาพที่น่ากังวลว่า แรงงานที่เผชิญความตึงเครียดทางการเงินอย่างรุนแรง จะสูญเสียสมาธิและประสิทธิภาพการทำงานเทียบเท่ากับเวลาเฉลี่ยถึง 7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 5 ของเวลาทำงานปกติ พร้อมทั้งเกิดภาวะขาดสมาธิสูงกว่าปกติถึง 5 เท่า ในทางกลับกัน โปรแกรมส่งเสริมสุขภาวะทางการเงินที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานของพนักงานได้สูงสุดถึงร้อยละ 84

ในสายการผลิตอุตสาหกรรมขั้นสูง ความผิดพลาดจากภาวะขาดสมาธิเพียงไม่กี่วินาที อาจนำไปสู่ความเสียหายของชิ้นงาน ปัญหาสินค้าไม่ได้มาตรฐาน หรือแม้กระทั่งอุบัติเหตุร้ายแรง

Dr. Chula Sukmanop, Secretary General of the Eastern Economic Corridor Office (EECO) - Copy.jpg

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EECO) ให้มุมมองต่อประเด็นนี้ว่า

"หนี้ครัวเรือนเกิดขึ้นได้ และไม่ได้แปลว่าเมื่อมีเงินเดือนสูงแล้วจะไม่เกิดหนี้ เพราะบางครั้งไม่ใช่แค่เราที่ใช้เงิน แต่มีคนอื่นช่วยเราใช้ด้วย... ถ้าพนักงานมีความสุข นายจ้างก็ยิ่งมีความสุข ในภาพรวม พนักงานช่วยเพิ่มผลิตภาพให้บริษัท บริษัทช่วยขับเคลื่อน EEC และ EEC ก็ขับเคลื่อนประเทศไทย นี่คือห่วงโซ่ที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด"

"ที่ผ่านมาการพัฒนาแรงงานมุ่งเน้นไปที่ทักษะด้าน STEM เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมใหม่ แต่ในความเป็นจริง แรงงานใช้เวลาอยู่ในโรงงานเพียง 8 ชั่วโมง ส่วนอีก 16 ชั่วโมงที่เหลือคือการดำเนินชีวิตและดูแลครอบครัว หากแรงงานไม่มีความรู้ในการบริหารจัดการเงินในกระเป๋า ความตึงเครียดจากชีวิตส่วนตัวจะถูกส่งผ่านกลับเข้ามาในสถานที่ทำงานทันที"

เมื่อภัยออนไลน์ ซ้ำเติมความเปราะบาง

นอกจากภาระหนี้เดิม ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เข้ามารุกรานชีวิตประจำวันของแรงงานคือ “ภัยไซเบอร์” ข้อมูลจากสภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC) ระบุว่า เพียงครึ่งแรกของปี 2569 ประเทศไทยพบการฉ้อโกงทางออนไลน์มากกว่า 170,000 คดี สร้างความเสียหายรวมเกือบ 9,000 ล้านบาท

กลุ่มมิจฉาชีพเลือกใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคนิคทางจิตวิทยาเข้าจู่โจมกลุ่มแรงงาน โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ร่างกายอ่อนล้าจากการทำงานเป็นกะ หรือกำลังเผชิญความเครียดทางการเงินเป็นทุนเดิม

ทิศทางการลงทุนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตอกย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาขีดความสามารถและสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แก่ภาคแรงงานควบคู่กันไป ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนถึง 1,299 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 1.473 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ37 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออก รวมถึงเขต EEC มีมูลค่ารวมสูงถึง 4.96 แสนล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่แข็งแกร่งและเพิ่มมากขึ้นของนักลงทุนต่างชาติ (FDI) ในพื้นที่ดังกล่าว

ด้วยจำนวนแรงงานกว่า 1,023,351 คนในพื้นที่ EEC (ข้อมูลปี 2568) การยกระดับผลิตภาพแรงงานจึงยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญ การสร้างแรงงานที่มีความมั่นคงทางการเงินและรู้เท่าทันภัยไซเบอร์จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยบนเวทีระดับโลก

MoneyWise in EEC_05 - Copy.jpg

นายบาลาซส์ สาสซ์โล ผู้อำนวยการบริหารอาวุโส ฝ่ายเครือข่ายลูกค้าธุรกิจระดับโลก ธนาคารเอสเอสบีซี ไทย (HSBC Thailand) สะท้อนมิติทางจิตวิทยาของปัญหานี้ว่า

"ผู้คนไม่ได้ตกเป็นเหยื่อสแกมเมอร์เพราะความประมาท แต่มักตกเป็นเหยื่อในห้วงเวลาที่รู้สึกท้อแท้ มีความเครียดทางการเงิน หรืออยู่ภายใต้แรงกดดันจากการทำงาน เมื่อไรก็ตามที่แรงงานมีความมั่นคงทางการเงินและรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ มันจะส่งผลตรงต่อผลิตภาพ ความปลอดภัย และการทำงานที่มีความเครียดน้อยลง ซึ่งจะช่วยปักหมุดให้ EEC เป็นศูนย์กลางการแข่งขันระดับโลก"

MoneyWise in EEC_02 - Copy.jpg

‘MoneyWise in EEC’ จากแนวคิด CSR สู่ยุทธศาสตร์ ESG

เพื่อปิดรอยรั่วดังกล่าว ความร่วมมือระหว่าง ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย (HSBC Thailand), มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย และ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) จึงเกิดขึ้นภายใต้โครงการ “MoneyWise in EEC: Building Financial Resilience & Cyber Security for Factory Workers” เพื่อเสริมสร้างความรู้ทางการเงินและภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้แก่กลุ่มแรงงานภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

 

ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย (HSBC Thailand) เป็นฝ่ายสนับสนุนงบประมาณหลัก มอบเงินสมทบสร้างวินัยการออม พร้อมถ่ายทอดความเชี่ยวชาญทางการเงินระดับสากล

มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย (Kenan Foundation Asia) รับหน้าที่ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ จัดทำหลักสูตรเชิงลึก และดำเนินกิจกรรมคลินิกฟื้นฟูทางการเงินในโรงงาน

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) เป็นผู้เชื่อมโยงสถานประกอบการในพื้นที่ และวางรากฐานให้เป็นยุทธศาสตร์พัฒนาทุนมนุษย์ระยะยาว

ปรับพฤติกรรมระยะยาวผ่าน 'Resilience Clinic'

การแก้ปัญหาการเงินแรงงานในอดีตมักไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากการจัดอบรมแบบครั้งเดียวจบ (One-off training) โครงการ MoneyWise in EEC จึงถูกออกแบบเป็นโปรแกรมต่อเนื่องระยะเวลา 17 เดือน (สิ้นสุดเดือนธันวาคม 2570) โดยแบ่งการดำเนินงานเป็นสองระดับ:

  • ระดับที่ 1 (Foundation): การอบรมเชิงปฏิสัมพันธ์แก่แรงงานนำร่อง 400 คน ในสถานประกอบการชั้นนำ เน้นการจัดทำงบประมาณรายรับ-รายจ่ายที่สอดคล้องกับการทำงานเป็นกะและเงินค่าล่วงเวลา (OT) การบริหารจัดการหนี้ และการสังเกตภัยไซเบอร์
  • ระดับที่ 2 (Resilience Clinic): คัดเลือกแรงงานกลุ่มเปราะบางจำนวน 60 คน เข้ารับการโค้ชชิ่งเชิงลึกแบบรายบุคคล เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินและฟื้นฟูวินัยการเงิน โดยมีนวัตกรรมทางการเงินจากธนาคาร HSBC จัดตั้งกองทุนสมทบ (Matching Fund) จำนวน 3,000 บาทต่อคน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการสะสมเงินสำรองฉุกเฉิน
Dr. Wimonkarn Kosumak, President and Acting Executive Director, Kenan Foundation Asia - Copy.jpg

ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ ประธานอำนวยการและรักษาการผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย กล่าวถึงเป้าหมายว่า

"เป้าหมายตัวชี้วัด (KPI) ของโครงการนี้ตั้งไว้ค่อนข้างสูง คือต้องการเห็นการเปลี่ยนพฤติกรรม 70% ลดความเครียดทางการเงิน 70% และเพิ่มความรู้ 80% ซึ่งการจัดอบรมครึ่งวันไม่มีทางทำสำเร็จได้ เราจึงแบ่งการทำงานเป็นสองระดับ โดยดึงหลักสูตร 'Fin. ดี Happy Life' ของธนาคารแห่งประเทศไทยมาปรับใช้ร่วมกับกรณีศึกษาภัยสแกมในชีวิตจริง"

Giorgio Gamba, Chief Executive Officer and Head of Banking, HSBC Thailand - Copy.jpg

หมุดหมายใหม่ของการลงทุนที่ยั่งยืน

นายจอร์โจ กัมบา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย สรุปภาพรวมไว้อย่างน่าสนใจว่า ในมุมมองของนักลงทุนข้ามชาติ สุขภาวะทางการเงินของแรงงานไม่ใช่เพียงสวัสดิการสังคมอีกต่อไป แต่คือการบริหารจัดการความเสี่ยงในการดำเนินงาน (Operational Risk)

โครงการนำร่องที่ครอบคลุมแรงงาน 400 คน แม้จะเริ่มต้นในกลุ่มนำร่อง แต่ถูกวางโครงสร้างเป็นต้นแบบเพื่อขยายผล (Scale-up) ในอนาคต ซึ่งส่งผลประโยชน์ครอบคลุมไปยังสมาชิกในครอบครัวแรงงานรวมกว่า 1,200 คนในภูมิภาค

การยกระดับกำลังแรงงานกว่า 1 ล้านคนใน EEC ให้มีความแข็งแกร่งทั้งด้านทักษะ วินัยทางการเงิน และภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะเปลี่ยนภาคตะวันออกของไทย จากการเป็นเพียงพื้นที่รับการลงทุน สู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล