วิเคราะห์โมเดลธุรกิจที่ก้าวข้ามการเช่าสนามรายชั่วโมง สู่การสร้างระบบนิเวศสุขภาพเชิงรุกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ดึงสิทธิประโยชน์ BOI และเงินทุนสิงคโปร์ รองรับมูลค่า Wellness Economy ไทย 1.4 ล้านล้านบาท
การเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพในประเทศไทยกำลังข้ามพ้นขอบเขตการรักษาโรคในโรงพยาบาล เข้าสู่ "การดูแลเชิงป้องกันและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ" (Healthy Longevity) อย่างเต็มรูปแบบ ข้อจำกัดดั้งเดิมของสนามออกกำลังกายที่พึ่งพาเพียงรายได้จากค่าเช่าสนามรายชั่วโมง กำลังถูกท้าทายด้วยโมเดลธุรกิจใหม่ที่นำการแพทย์เฉพาะทางเข้ามาบูรณาการเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านการกีฬาอย่างเป็นระบบ โครงการ "THE O2 BANGKOK" (ดิ โอทู แบงค็อก) ภายใต้การบริหารของ บริษัท ล้ำฤทธิ์ จำกัด จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ช่องว่างทางธุรกิจดังกล่าว ด้วยเม็ดเงินลงทุนมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท บนพื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
คลายล็อกข้อจำกัดธุรกิจกีฬา ที่เอา "การแพทย์" นำ "การกีฬา"
ในมุมมองของนักลงทุน อุตสาหกรรมกีฬาและสนามออกกำลังกายทั่วไปถือเป็นพื้นที่ที่มีอัตราผลตอบแทนต่อการลงทุนต่ำ หากพิจารณาจากรายได้การเช่าสนามที่เฉลี่ยเพียง 300–500 บาทต่อชั่วโมง การบริหารจัดการพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อให้เกิดความคุ้มทุนในระยะยาวจึงทำได้ยาก หากไม่มีบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงเข้ามาเสริม
นายแพทย์มานพ ศิลาเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ล้ำฤทธิ์ จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้ง THE O2 BANGKOK ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทั้งด้านกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์ชะลอวัย (Wellness Medicine) มองว่า กุญแจสำคัญในการยกระดับมูลค่าของธุรกิจกีฬาคือการเปลี่ยนสถานที่ออกกำลังกาย ให้กลายเป็น "ศูนย์กลางการดูแลสุขภาพเชิงรุก" ที่รวมเอาการแพทย์ เวชศาสตร์ฟื้นฟู และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน
“ในด้านการลงทุน การทำธุรกิจกีฬาอย่างเดียวมันไม่ได้กำไร เพราะค่าสนาม 300 หรือ 500 บาท วันหนึ่งเราแทบไม่ได้อะไรเลย ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผมอยากให้ทุกอย่างมาบูรณาการอยู่ที่เดียวกัน ไม่เพียงแต่กีฬา แต่อยากให้มีการแพทย์เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ทำให้มูลค่ามันเพิ่มสูงขึ้น คนยอมจ่ายมากขึ้น เอาหมอ เอากายภาพมาอยู่ข้างสนามให้คุณเลยดีกว่า คุณไม่ต้องเสียเวลาครึ่งวันเดินทางไปที่อื่น” นพ. มานพ ศิลาเลิศ กล่าว
นพ.มานพ จึงเดินหน้าพัฒนา THE O2 BANGKOK บนพื้นที่ 4 ชั้น รวม 9,000 ตารางเมตร ให้เป็นสปอร์ตและเวลเนสคอมเพล็กซ์แห่งแรกของไทย ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินร่างกาย การรักษา การฟื้นฟู เสริมสร้างสมรรถภาพ การออกกำลังกาย ไปจนถึงไลฟ์สไตล์แบบเวลเนส ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 200 ล้านบาท
โดย บริษัท ล้ำฤทธิ์ จำกัด ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในหมวดธุรกิจกายภาพบำบัดและการฟื้นฟูสมรรถภาพ ต่อ ยอดองค์ความรู้ทางการแพทย์และกีฬา สู่การเป็นศูนย์กลาง Sports Rehab & Wellness แห่งใหม่ของประเทศ เปลี่ยนแนวคิดจากการรักษาเมื่อบาดเจ็บ (Reactive Care) ไปสู่การคัดกรองและป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Proactive Care) โดยมีแพทย์เฉพาะทาง นักกายภาพบำบัด และพยาบาลประจำสนามคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

กลยุทธ์ Proactive & Longevity ตรวจเช็กก่อนเล่น ควบคุมความเครียดของร่างกาย
หลักการ Longevity ของโครงการนี้ใช้ระบบ Biometrics และวิทยาศาสตร์การกีฬามาวิเคราะห์สภาวะร่างกายแบบเรียลไทม์ เพราะการออกกำลังกายหนักคือความเครียดรูปแบบหนึ่งของร่างกาย (Physical Stress) หากร่างกายสะสมความเครียดจากการทำงานหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ การลงสนามอาจนำไปสู่การบาดเจ็บรุนแรงได้
ซึ่ง THE O2 BANGKOK จึงวางกลไกการดูแลเชิงรุก (Proactive Protocol) ดังนี้
· Pre-Activity Screening: ตรวจประเมินสมรรถภาพก่อนลงสนาม หากร่างกายไม่พร้อม ทีมแพทย์จะแนะนำให้หยุดพัก
- Biometric Tracking: วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ความดัน และความเครียดสะสม เพื่อคำนวณขีดจำกัดที่ปลอดภัย
- Recovery & Rest Management: ให้คำแนะนำเรื่องการฟื้นฟูร่างกาย (Recovery) อย่างถูกวิธี
- On-Court Medical Standby: มีพยาบาลและนักกายภาพบำบัดสแตนด์บายข้างสนาม พร้อม "ล้ำฤทธิ์ คลินิก" (Lamrit Clinic) บนชั้น 2 รองรับการฟื้นฟูทันที
“เราไม่รอให้ป่วยแล้วค่อยมารักษา แต่เราตรวจเช็กก่อน หลายคนคิดว่าออกกำลังกายทุกวันแล้วจะแข็งแรง แต่การออกกำลังกายคือความเครียดอย่างหนึ่ง ถ้าทำงานเครียด แล้วไปเล่นกีฬาซ้ำ ป่วยแน่นอน สิ่งที่เราผลักดันคือ วิธีการพักผ่อนอย่างไรให้ดี และร่างกายพร้อมหรือยังที่จะออกกำลังกายรอบถัดไป”
โครงสร้างพื้นฐานระดับมาตรฐานการแพทย์ ทุ่ม 10 ล้าน กับพื้นสนามและระบบอากาศ
บนพื้นที่ 3 ไร่ (พื้นที่ใช้สอย 9,000 ตารางเมตร อาคาร 4 ชั้น) โครงการได้ลงทุนกว่า 10 ล้านบาท เฉพาะระบบพื้นสนามและระบบปรับอากาศ เทคโนโลยีพื้นสนามถูกออกแบบมาเพื่อรองรับแรงกระแทกและปกป้องข้อเข่าของผู้เล่นเป็นพิเศษ ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย และกลุ่มนักกีฬาทีมชาติที่ต้องซ้อมอย่างเข้มข้น ซึ่งถือเป็นการลงทุนเชิงโครงสร้างที่คุ้มค่าตลอดอายุสัญญาเช่าพื้นที่ 20 ปี

โมเดลการลงทุน ดึงทุนสิงคโปร์ ตอกย้ำความโปร่งใสภายใต้ BOI
ในด้านโครงสร้างการลงทุน การได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI ช่วยเปิดทางให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติเข้ามาลงทุนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยโครงการได้รับการร่วมทุนจากกองทุนสิงคโปร์ และพันธมิตรชาวจีน
“การได้ BOI ทำให้ผู้ถือหุ้นต่างชาติถือหุ้นได้อย่างสบายใจ สร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพาร์ทเนอร์ระดับสากล ส่วนทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้รถไฟฟ้า MRT แม้ลงทุนสูง แต่ด้วยสัญญาเช่าระยะยาว 20 ปี เรามุ่งใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว”

ดึง Sapsiree Badminton Academy และแบรนด์ชั้นนำสร้างแรงดึงดูด
เพื่อสร้างจุดแข็งและ Ecosystem ที่สมบูรณ์ โครงการได้ดึงสถาบันกีฬาระดับโลกเข้ามาร่วมในโครงการ นำโดย “Sapsiree Badminton Academy” โดย "ปอป้อ" ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตันดีกรีแชมป์โลก เข้ามาบริหารศูนย์ฝึกและถ่ายทอดประสบการณ์แก่นักกีฬารุ่นใหม่ ควบคู่กับการดูแลจากทีมแพทย์เฉพาะทาง
นอกจากนี้ ยังมี FYB Basketball Academy, สนามฟุตบอล 5 คน, สนามพิคเคิลบอล (Pickleball), ฟิตเนส Primalape ที่มีนักกายภาพคอยดูแล, สระว่ายน้ำวิวแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงความร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำ เช่น PepsiCo, Thai Beverage, Bose Professional และพันธมิตรด้านโภชนาการ
บริหารตารางสนาม และแผนขยายสิทธิ์ในรูปแบบ IP / Franchise
ในการบริหารจัดการตารางเวลาใช้สนาม โครงการจะใช้วิธีผสมผสานระหว่างระบบสมาชิก (Membership) สำหรับกลุ่ม Academy และระบบการจองแบบรายครั้ง (Pay-per-use) สำหรับคนทั่วไปในอัตราค่าบริการเฉลี่ย 450–500 บาทต่อชั่วโมง โดยเน้นการกระจายตารางเวลาเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการรายใหม่ๆ ได้เข้าถึง มากกว่าการล็อกสนามไว้ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งยาวนาน
สำหรับทิศทางธุรกิจในระยะ 3–5 ปีข้างหน้า เนื่องจากโครงการมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ที่ไม่สามารถย้ายสถานที่ได้ โครงการจึงวางแผนการเติบโตผ่านการส่งออกองค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญา (IP - Intellectual Property) ในรูปแบบการบริหารจัดการ หรือการเปิดขายสิทธิ์แฟรนไชส์ให้กับผู้สนใจพัฒนาสปอร์ตและเวลเนสคอมเพล็กซ์ทั้งในและต่างประเทศ
“เราย้ายสนามไม่ได้ แต่เราย้ายความรู้หรือ IP ได้ วัสดุและองค์ความรู้ทางการแพทย์กับการกีฬาที่เราทำมาทั้งหมด พร้อมที่จะถ่ายทอดผ่านแฟรนไชส์หรือการรับบริหารในอนาคต”

โอกาสทางธุรกิจบนเค้ก Wellness Economy ไทย 1.4 ล้านล้านบาท
การขยับตัวของ บริษัท ล้ำฤทธิ์ จำกัด สอดคล้องกับข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ที่ระบุว่า ตลาดเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ของประเทศไทยในปี 2567 มีมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท ขยายตัว 10.1% จากปีก่อนหน้า รั้งอันดับ 24 ของโลก และอันดับ 9 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เติบโตถึง 36.4% มูลค่าแตะ 4.72 แสนล้านบาท
THE O2 BANGKOK ตั้งเป้าผู้ใช้บริการ 3.5 ล้านคนในปีแรก และตั้งเป้ารายได้ 50–100 ล้านบาท (สัดส่วนลูกค้าไทย 80% / ต่างชาติและนักกีฬาทีมชาติ 20%) ตอกย้ำการเป็นต้นแบบสปอร์ตคอมเพล็กซ์ยุคใหม่ที่ไม่ใช่แค่การให้เช่าพื้นที่ แต่ขาย "ระบบดูแลสุขภาพและชีวอนามัยระยะยาว" ของประเทศไทย
สรุปข้อมูลสำคัญและตัวเลขการลงทุนโครงการ THE O2 BANGKOK
- มูลค่าเงินลงทุนรวม: 200 ล้านบาท
- ขนาดพื้นที่: 3 ไร่ (พื้นที่ใช้สอย 9,000 ตารางเมตร อาคาร 4 ชั้น)
- การลงทุนพื้นสนามและระบบแอร์: กว่า 10 ล้านบาท (เน้นระบบซับแรงกระแทกป้องกันเข่า)
- สัญญาเช่าพื้นที่: ระยะยาว 20 ปี (พร้อมออปชันขยายสัญญาเพื่อความคุ้มค่า 20–30 ปี)
- การรับรอง: ได้รับอนุมัติจากสิทธิประโยชน์ BOI ด้านกายภาพบำบัดและการฟื้นฟู
- เป้าหมายปีแรก: คาดการณ์ผู้ใช้บริการ 3.5 ล้านคน / ตั้งเป้ารายได้ 50–100 ล้านบาท
- สัดส่วนลูกค้า: ชาวไทย 80% / ต่างชาติและนักกีฬาทีมชาติ 20%