28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

Koriko เดินเกมบุกตลาดสแน็กสาหร่าย เมื่อผู้อยู่เบื้องหลัง สร้างแบรนด์รุกรีเทล

Koriko เดินเกมบุกตลาดสแน็กสาหร่าย เมื่อผู้อยู่เบื้องหลัง สร้างแบรนด์รุกรีเทล

p20-21-weekly-koriko-01.jpg

ตลอดระยะ 30 ปีที่ผ่านมา บริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ด จำกัด (NBF) เติบโตในฐานะผู้นำเข้าสาหร่ายจากประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น รายใหญ่และรายแรกในประเทศไทย เพื่อส่งต่อให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม รวมถึงขนมขบเคี้ยวที่ใช้วัตถุดิบเป็นสาหร่าย และยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ต่างๆ ในฐานะผู้รับจ้างผลิต (OEM) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มากกว่า 10 แบรนด์

แต่ตอนนี้ “เนเจอร์เบสท์ฟู้ด” กำลังสร้างอีกหนึ่งการเติบโตด้วยการรุกธุรกิจรีเทลเต็มตัว เดินหน้าทำการตลาดให้กับขนมขบเคี้ยวสาหร่ายในแบรนด์ “Koriko” (โกริโกะ) พร้อมชิงส่วนแบ่งการตลาดขนมขบเคี้ยวสาหร่ายที่มีมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ท่ามกลางผู้เล่นรายใหญ่ที่ครองความเป็นเจ้าตลาดมาอย่างยาวนาน โดยได้มือดีอย่าง “กาญจนา ตั้งปกรณ์” มาเป็นกำลังสำคัญในการสร้าง Brand Awareness ทำให้ Koriko เป็นที่คนรู้จัก

บริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ด จำกัด (Nature Best Food: NBF) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2541 โดยเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทยมานานกว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำเข้าและแปรรูปสาหร่ายในกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มธุรกิจร้านอาหารรายใหญ่ของประเทศ รวมถึงการผลิตแบบ OEM ให้กับแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 10 แบรนด์ ครอบคลุมทั้งสาหร่ายและขนมขบเคี้ยว โดยส่งออกไปกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ทั้งในภูมิภาคเอเชีย, ตะวันออกกลาง, ยุโรป, แอฟริกา, อเมริกาเหนือ รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยมีบริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน) (TSTE) เป็นบริษัทแม่

p20-21-weekly-koriko-05.jpg

สำหรับบริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน) (TSTE) ที่เป็นบริษัทแม่นั้น เริ่มต้นธุรกิจจากการให้บริการท่าเรือและคลังสินค้าสำหรับขนถ่ายน้ำตาล บนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากว่า 150 ไร่ บริเวณถนนปู่เจ้าสมิงพราย ก่อนขยายธุรกิจสู่กลุ่มโลจิสติกส์ ท่าเรือขนถ่ายสินค้าเทกองและสินค้าแบบกระสอบ รวมถึงธุรกิจท่าเรือคอนเทนเนอร์ผ่านบริษัทร่วมทุน อีกทั้งยังลงทุนในธุรกิจโรงงานผลิตแป้งสาลี ซึ่งปัจจุบันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายใต้ชื่อ บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TMILL อีกทั้งยังลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันพืชและบรรจุภัณฑ์ ภายใต้บริษัท ที เอส อุตสาหกรรมน้ำมัน จำกัด และ บริษัท ที เอส โปรแพค จำกัด

ในปี พ.ศ.2565 บริษัทได้รุกเข้าสู่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างจริงจัง ผ่านการเข้าซื้อกิจการ บริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ด จำกัด (NBF) ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและแปรรูปสาหร่ายสำหรับอุตสาหกรรมอาหารรายแรกของประเทศไทย และตามมาด้วยการสร้างแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเองภายใต้ชื่อ “Koriko” โดยชู “สาหร่ายแซนวิช” เป็นผลิตภัณฑ์เรือธงเพื่อสร้างจุดขายและความแตกต่างจากตลาดที่ส่วนใหญ่ยังเป็นสาหร่ายแผ่นทอด

p20-21-weekly-koriko-04.jpg

เชื่อมั่นในสินค้า แต่ไม่ทำการตลาด จึงกลายเป็นเพนพอยต์

โดยในช่วงแรก Koriko เน้นวางจำหน่ายในร้าน “7-Eleven” ทุกสาขา เพราะเนเจอร์เบสท์ฟู้ดมองว่า ด้วยจำนวนสาขาที่มีอยู่ทั่วประเทศของ 7-Eleven จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้แบรนด์ Koriko ไปถึงมือผู้บริโภคและเป็นที่รู้จัก แต่ด้วยความที่เนเจอร์เบสท์ฟู้ดเองอยู่ในธุรกิจ OEM มาโดยตลอด ยังไม่เคยลงมาเล่นในตลาดรีเทลอย่างจริงจัง ประกอบกับเชื่อมั่นในตัวสินค้าว่าอร่อย ไม่เหมือนใคร และมีคุณภาพ ทำให้ในช่วงแรกไม่ได้มีการทำการตลาดในส่วนของแบรนด์ Koriko เท่าใดนัก มีเพียงการใช้ KOL เท่านั้น ส่งผลให้แบรนด์ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก

เพื่อแก้เพนพอยต์และทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก เนเจอร์เบสท์ฟู้ดจึงได้จัดตั้ง บริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ขึ้นมา ในฐานะผู้ดำเนินงานด้านการตลาดและการจัดจำหน่ายให้กับบริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ด จำกัด (NBF) โดยเฉพาะ ซึ่งได้มือดีอย่าง “กาญจนา ตั้งปกรณ์” อดีตผู้อำนวยการกองนโยบายภาษี กระทรวงการคลัง มานั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เพื่อสร้าง Brand Awareness ทำให้แบรนด์ Koriko เป็นที่รู้จักและตามมาด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น

“โจทย์ที่ผู้บริหารให้มาคือ สร้าง Brand Awareness และต่อด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น ตัวเนเจอร์เบสท์ฟู้ดเองเป็นโรงงานที่ผลิต B2B เป็นหลัก นำเข้าสาหร่ายจากเกาหลี ญี่ปุ่น และจีน เข้ามาในไทยเป็นรายแรก เพื่อส่งต่อให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังมากว่า 30 ปี จนกระทั่งระยะหลังเนเจอร์เบสท์ฟู้ดเห็นโอกาสจากตลาดขนมขบเคี้ยวที่มีมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ในส่วนของตลาดสแน็กสาหร่ายคาดว่าในปี 2569 จะมีมูลค่าตลาดราวๆ 3,700-4,000 ล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 5-6% ต่อปี จึงตัดสินใจบุกรีเทลด้วยแบรนด์สาหร่าย Koriko เพื่อต้องการเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของสแน็กสาหร่ายที่ตอบโจทย์ด้านคุณประโยชน์มากขึ้น”

p20-21-weekly-koriko-03.jpg

กาญจนาเผยต่อว่า จุดแข็งของเนเจอร์เบสท์ฟู้ดคือการเป็นผู้นำเข้าสาหร่ายและโรงงานผลิตแบบ OEM ให้กับแบรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มูจิ (Muji) หรือแบรนด์ aro ของแม็คโคร และมีทีม R&D ที่แข็งแกร่ง สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภค สำหรับแบรนด์ Koriko มีผลิตภัณฑ์เรือธงคือ “สาหร่ายแซนวิชข้าวพอง” แบบอบไม่ทอด ไม่มันติดมือ แคลอรีน้อย

“ตอนนั้นสแน็กสาหร่ายในตลาดมีแต่เป็นแผ่นทั่วไป ไม่แปลกใหม่ ทางบริษัทแม่คิดว่าทำไมเราต้องอยู่ในกรอบของสแน็กเดิมๆ เลยนำโจทย์นี้มาให้ทีม R&D คิด เราผลิตทั้งสาหร่าย ข้าวพอง และผงปรุงรส ก็เลยนำ 3 อย่างนี้มาผสมกันจนได้มาเป็น Koriko สาหร่ายแซนวิชข้าวพองเจ้าแรกในไทย สร้างแบรนด์ตัวเองบุกรีเทล ด้วยการนำเข้าเซเว่นก่อน ซึ่งเข้ามาได้เกือบ 2 ปีแล้ว ณ วันแรกที่เข้าไปเราต้องการเข้าทุกสาขา แต่ตอนแรกทางเนเจอร์เบสท์ฟู้ดไม่ได้ลงมาทำการตลาดเลย เพราะเชื่อในตัวผลิตภัณฑ์มาตลอดว่ามันดี มันอร่อย ให้ใครกินก็ชอบ ให้คนชิม 90% เขาก็บอกอร่อย พอไม่ทำการตลาดคนก็ไม่ค่อยรู้จักแบรนด์ เขาก็ไม่หยิบ สาขาที่เอา Koriko ไปลงเลยลดลง เราเลยเข้ามาแก้เพนพอยต์ตรงนี้เพื่อทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก การเข้าสู่รีเทลผลิตภัณฑ์ดีอย่างเดียวไม่พอ มันต้องมีการตลาดเข้ามาช่วย เราต้องกลับมาสร้างแบรนด์ ซึ่งเราเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้”

ปีแห่งการ Kick off แบรนด์อย่างจริงจัง ดึง “เก่ง-น้ำปิง” นั่งพรีเซ็นเตอร์คู่แรก

สำหรับปี 2569 ถือเป็นการ kick off แบรนด์ Koriko อย่างเป็นทางการ ด้วยการทุ่มงบการตลาดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ดึง ‘เก่ง’ หฤษฎ์ บัวย้อย และ ‘น้ำปิง’ นภัสกร ปิงเมือง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์คู่แรกเพื่อสะท้อนแนวคิด ‘สาหร่ายของคนนอกกรอบ’ ด้วยสินค้านวัตกรรมสาหร่ายแซนวิช 2 แผ่นสอดไส้ข้าวพองรูปแบบใหม่ เน้นจุดขายด้วยแคลอรีต่ำเพียง 130 แคลอรีต่อซองขนาด 30 กรัม ที่กรอบ เบา และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ แตกต่างจากสแน็กสาหร่ายทอดทั่วไปที่มีความมันและเปรอะมือจากน้ำมันทอด โดยจะมีแคมเปญต่างๆ ร่วมกับพรีเซ็นเตอร์ออกมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปลายปี 2569 นอกจากนั้น Koriko ยังเข้าไปเป็นสปอนเซอร์และเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง “ดีว่าราวี” ของค่ายจีดีเอช เพื่อเพิ่มการรับรู้ให้กับแบรนด์อีกด้วย

p20-21-weekly-koriko-02.jpg

“การร่วมงานกับพรีเซ็นเตอร์คู่แรกอย่าง ‘เก่ง-น้ำปิง’ ซึ่งมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างแต่ลงตัว โดย ‘เก่ง’ สื่อถึงความนิ่ง เท่ และชัดเจน ขณะที่ ‘น้ำปิง’ เข้ามาเติมความสดใส สนุกสนาน และสีสันให้แบรนด์มีชีวิตชีวา เป็นหัวใจสำคัญในการตอกย้ำภาพลักษณ์ Koriko ในฐานะสแน็กของคนที่กล้าคิดและกล้านอกกรอบ เรายังผสานเคมีของทั้งคู่เข้ากับกลยุทธ์ Storytelling Marketing ภายใต้แนวคิด ‘กล้านอกกรอบ’ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการสร้างสรรค์นวัตกรรมสาหร่ายแซนวิช สร้างการรับรู้และกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่น จนกล้าที่จะเปิดใจลองผลิตภัณฑ์ของ Koriko”

โดยมีการวางตำแหน่งแบรนด์ Koriko ในตลาดสแน็กระดับกลางพรีเมียม เจาะกลุ่มวัยทำงาน นักศึกษา และผู้บริโภคที่มองหาความแปลกใหม่ควบคู่สุขภาพ พร้อมชูจุดเด่นเป็นสแน็กรับประทานง่าย แตกต่างจากสาหร่ายทั่วไป ไม่มัน ไม่เลอะมือ

ปัจจุบัน Koriko มีสินค้า ‘สาหร่ายแซนวิชสอดไส้ข้าวพอง’ 6 รสชาติ ได้แก่ ออริจินัล บะหมี่เกาหลี ไข่เค็ม วาซาบิ หมาล่า และมะเขือเทศ วางจำหน่ายในราคา 39 บาท โดย 95% จำหน่ายผ่านช่องทางออฟไลน์ ได้แก่ 7-Eleven, Gourmet Market, Lawson, Max Mart, Jiffy และในเครือโรงภาพยนตร์ SF นอกจากนั้น ยังขยายเข้าสู่ร้านกาแฟพันธุ์ไทย และ DEAN & DELUCA ในสนามบิน

ในส่วนของช่องทางออนไลน์ซึ่งมีสัดส่วน 5% มีแผนรุกตลาดผ่าน TikTok Shop, Shopee และ Lazada พร้อมจัดโปรโมชันร่วมกับร้านค้าปลีกและแพลตฟอร์มออนไลน์ ด้วยระบบสะสมคะแนนผ่าน Line Official เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค โดยตั้งเป้าให้ Koriko เป็นเครื่องยนต์หลักธุรกิจ B2C และขยายแบรนด์สู่ตลาดโลก หลังสร้างรายได้เติบโตเฉลี่ยมากกว่า 30% ต่อปีต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ในอนาคตยังวางแผนพัฒนาขนมในรูปแบบ Functional Snack โดยจะทยอยเปิดตัวสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แบรนด์ Koriko เป็นที่รู้จัก จดจำ และเป็นทางเลือกสแน็กใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค และเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสาหร่ายและขนมขบเคี้ยวครบวงจร

ทั้งนี้ เนเจอร์เบสท์ฟู้ดตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ไว้ที่ 500-600 ล้านบาท จากปี 2568 อยู่ที่ 450 ล้านบาท และผลักดันรายได้แตะ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2571 ในส่วนของแบรนด์ Koriko ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายแบบค่อยเป็นค่อยไปไว้ที่ 70-80 ล้านบาท แต่ในอีก 3 ปีข้างหน้ามีแผนนำสินค้าต่างๆ เปิดตัวเข้าสู่ตลาดเพิ่มเติม ทั้งปลาอบกรอบ ปลาปรุงรส และทองม้วน ซึ่งนั่นจะเป็นการเพิ่มยอดขายและสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ Koriko ได้อย่างมีนัยสำคัญ

“เราตั้งเป้ามาร์เก็ตแชร์ปี 2570 ไว้ที่ 2-3% เพราะเจ้าตลาดของสแน็กสาหร่ายเขาอยู่มานาน เราเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่อยากให้ผู้บริโภคกล้าที่จะหยิบขึ้นมาลอง เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับเขา” กาญจนา ทิ้งท้าย.