หลังจาก Grand Opening ไปเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 “ไอคอนสยาม” (Icon Siam) โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เกิดจากการร่วมทุนของ 3 พาร์ตเนอร์อย่าง สยามพิวรรธน์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 55,000 ล้านบาท ก็ได้กลายมาเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ และขึ้นแท่นจุดหมายปลายทางระดับโลก (Global Destination) ของทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทย ที่ไม่ว่าเทศกาลไหนก็ต้องมีชื่อของไอคอนสยามเป็นหนึ่งในหมุดหมายเบอร์ต้นๆ
ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2566 ไอคอนสยามยังได้ได้เปิดตัว “ไอซีเอส (ICS)” โครงการมิกซ์ยูส ไลฟ์สไตล์ ทาวน์ ที่ตีขนาบถนนเจริญนครอีกฝั่ง และสามารถเดินเชื่อมกับไอคอนสยามได้ทางสถานีรถไฟฟ้าเจริญนคร BTS สายสีทอง เพื่อจับกลุ่มลูกค้าตลาดแมสโดยเฉพาะ และถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญสำหรับกลยุทธ์การสร้างเมืองของไอคอนสยาม
แน่นอนว่าไอซีเอสยังคงเป็นโครงการภายใต้การร่วมทุนของ 3 พาร์ตเนอร์หลักของไอคอนสยามเช่นกัน ด้วยมูลค่าการลงทุน 4,000 ล้านบาท ประกอบด้วยพื้นที่ค้าปลีก อาคารสำนักงาน และโรงแรม โดยมีโรงแรมเชนชั้นนำอย่าง “โรงแรม ฮิลตัน การ์เด้น อินน์ กรุงเทพ ไอซีเอส เจริญนคร” มาเปิด รวมถึง Lotus’s Privé (โลตัส พรีเว่) โลตัสรูปแบบใหม่แบบพรีเมียมไฮเปอร์มาร์เกตมาเปิดด้วยเช่นกัน

เติมภาพ Food Ecosystem เปิดตัว Lotus’s Eatery
ล่าสุดไอคอนสยามเดินหน้าสร้างจุดแข็งให้กับไอซีเอสและเติมภาพของ Food Ecosystem ของไอคอนสยามให้สมบูรณ์ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการจับมือกับบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จํากัด (มหาชน) ค้าปลีกอาหารรายใหญ่ เปิดตัว Lotus’s Eatery ศูนย์รวมร้านอาหารดังอร่อยระดับตำนานกว่า 30 ร้าน บนพื้นที่ 1,200 ตารางเมตร บริเวณชั้น 4 ของไอซีเอส ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของร้านอาหารที่แยกแต่ละแบรนด์ โดยเปิดให้บริการวันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นวันแรก พร้อมตั้งเป้าสู่การเป็น Food Destination แห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของย่านธนบุรี
“วันนี้ไอคอนสยามได้รับการยอมรับว่าเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ความสำเร็จนี้มาจากแนวคิดตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งไอคอนสยาม เพราะเราไม่ได้เพียงสร้างศูนย์การค้าแต่อยากสร้างเมือง วันนี้เป็นบทพิสูจน์แล้วว่าเราสามารถทำให้พื้นที่ย่านเจริญนคร คลองสาน และขยายไปยังพื้นที่ฝั่งธนบุรีเติบโตขึ้นได้” สุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จของไอคอนสยามตลอด 8 ปีที่ผ่านมา พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า
“ปี 2566 ไอคอนสยามเปิดศูนย์การค้า ‘ไอซีเอส’ เพื่อดึงดูดลูกค้าในระดับแมสทั้งกลุ่มพนักงานออฟฟิศ และประชาชนทั่วไปในย่านธนบุรีมากขึ้น ตลอด 3 ปีที่ไอซีเอสเปิดให้บริการ เรามีการเก็บข้อมูลและทำวิจัยเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้าในละแวกนี้ ซึ่งนั่นนำมาสู่การจับมือกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า เปิดตัว Lotus’s Eatery ศูนย์รวมร้านอาหารดังอร่อยระดับตำนานกว่า 30 ร้าน พร้อมกับเพิ่มร้านค้าในโซน Grab & Go ที่ชั้น G เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคเร่งรีบ เพราะที่ไอคอนสยามเรามีครบทั้งร้านอาหารระดับโลก ร้านมิชลินสตาร์ ร้านแบบไฟน์ไดนิ่ง ครั้งนี้ไอซีเอสกำลังจะเข้ามาเติมเต็มในเรื่องการเป็นศูนย์รวมร้านอาหารดังที่มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย ทำให้ Food Ecosystem ของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น”

สุมาให้ตัวเลขที่น่าสนใจไว้ว่าในย่านเจริญนครมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ถึง 2 ล้านคน และถ้าขยายรัศมีไปอีก 3-5 กิโลเมตร มี 3-5 ล้านคน รวมๆ กันก็เกือบ 5 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่ใช้ชีวิตประจำวันในย่านนี้ และเมื่อเร็วๆ นี้ ทางโรงพยาบาลตากสินที่อยู่ไม่ห่างจากไอคอนสยามและไอซีเอส ยังเปิดให้บริการอาคารใหม่ขนาด 600-700 เตียง เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอาคาร นั่นทำให้จำนวนผู้มาใช้บริการโรงพยาบาลจะเพิ่มขึ้นอีกกว่าพันคนต่อวัน
ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คอนโดมิเนียมเกิดใหม่ในละแวกนี้ยังมีไม่ต่ำกว่า 25,000 ยูนิต และยังมีหน่วยงานภาครัฐในระดับกระทรวงที่กำลังก่อสร้างอาคารสำนักงานและน่าจะย้ายเข้ามาในเร็วๆ นี้ ซึ่งนั่นเท่ากับว่าจะเพิ่มทราฟฟิกให้กับบริเวณนี้วันละเป็นหมื่นคน
“ลูกค้าละแวกนี้สำคัญและน่าสนใจ ถ้าเรามีอาหารที่มีคุณภาพ ราคาที่เข้าถึงง่าย คุ้มค่า สะดวก และที่สำคัญที่สุดคืออร่อยและมีชื่อเสียงการันตีไปนำเสนอเขา อย่าง Lotus’s Eatery เรามั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ โดยเฉพาะในยุคนี้ที่การบริโภคอาหารนอกบ้านยังคงเป็นเทรนด์ของผู้บริโภค”
“Lotus’s Eatery” Lifestyle Space ไม่กินก็นั่งได้
สำหรับ Lotus’s Eatery ถือเป็นหนึ่งในศูนย์อาหารภายใต้การบริหารของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า โดยปัจจุบัน Lotus’s มีธุรกิจศูนย์อาหารกว่า 200 สาขา แบ่งเป็น 3 โมเดล ได้แก่ 1. Lotus’s Food Court เน้นความสะดวก สะอาด อร่อย ราคาเข้าถึงง่าย พื้นที่ขั้นต่ำ 400 ตร.ม., 2. Lotus’s Eat มีจุดเด่นในเรื่องของร้านเด็ด เมนูอร่อย ร้านดังระดับตำนาน พื้นที่ขั้นต่ำ 400 ตร.ม. และ 3. Lotus’s Eatery ศูนย์อาหารระดับพรีเมียม เน้นย่าน CBD และทำเลที่มีศักยภาพสูง พื้นที่ขั้นต่ำที่ 1,000 ตร.ม. ซึ่งส่วนใหญ่ทุกโมเดลจะเปิดควบคู่กับ Lotus’s โดยมีแผนเปิดเพิ่ม 4-5 สาขาต่อปี
เบญจวรรณ อ่องศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจศูนย์การค้า กลุ่มงานศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) อธิบายความต่างของทั้ง 3 รูปแบบเพิ่มเติมว่า “Lotus’s Eatery จะอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพสูง ลูกค้ามีกำลังในการจับจ่ายใช้สอย มีความต้องการพิเศษ ทำให้เราต้องทำงานหนักในการเชิญร้านที่มีชื่อเสียงหรือกำลังอยู่ในกระแสเข้ามาอยู่กับเรา ส่วน Lotus’s Food Court คนมาใช้บริการมาเร็วไปเร็ว ไม่เน้นนั่งนาน ไม่เน้น co-working space ตอนนี้ Lotus’s Eatery มี 16 สาขา รวมที่ไอซีเอส ส่วน Lotus’s Eat มีประมาณ 30 สาขา ที่เหลือเป็น Lotus’s Food Court”

สำหรับ Lotus’s Eatery at ICS เป็นสาขาที่ 200 ถือเป็นแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในฝั่งธนฯ ใช้งบลงทุนประมาณ 40 ล้านบาท มีร้านอาหารชื่อดัง ร้านระดับมิชลิน ร้านยอดนิยมในท้องถิ่น กว่า 30 ร้านค้า เช่น ขาหมูตรอกซุง ร้านสากลนคร ร้านคนชง คนปรุง (ร้านอาหารไทย-จีน ที่ครองมิชลินมา 4 ปีซ้อน) เป็นต้น และยังมีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่จะหมุนเวียนให้ร้านค้าเกิดใหม่มาปรุงอาหารให้กับลูกค้าเพื่อได้ลงสนามจริง รวมถึงยังมีโซน Grab & GO ที่จะมีร้านค้าอีก 12 ร้านเพิ่มเข้ามา เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่เร่งรีบ
นอกจากนั้น ยังเพิ่มกิมมิกเล็กๆ ด้วยการจับมือกับแบรนด์เสื้อผ้า The Parrot Bangkok Thai Designer ออกแบบชุดยูนิฟอร์มของพนักงาน เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาของโซน Lotus’s Eatery โดยมีการออกแบบพื้นที่ให้เป็น Lifestyle Space ไม่กินก็มานั่งได้
“Lotus’s Eatery ที่ไอซีเอสจะเป็นร้านที่มีชื่อเสียงระดับตำนาน ระดับมิชลิน ในราคาจับต้องได้ ทุกคนสามารถเอื้อมถึง ซึ่งเราทำคอนเซ็ปต์นี้มาหลายที่แล้ว และไม่ใช่ศูนย์อาหารที่บอกว่า ‘ถ้าไม่กินอย่ามานั่ง’ แต่เราเป็น Lifestyle Space ใครมานั่งก็ได้ เพราะมันเป็นที่นั่งเล่นของพวกเราทุกคน ชอปปิ้งไอซีเอสหรือไอคอนสยามแล้วเมื่อยไม่รู้จะนั่งตรงไหน ก็เรียนเชิญมานั่งที่ Lotus’s Eatery ได้ เราไม่มาจุกจิกว่าไม่รับประทานแล้วห้ามนั่ง ไม่มี ตอนนี้ห้างสมัยใหม่ต้องเปิดกว้างให้กับผู้บริโภคได้มาใช้ชีวิต”

ฟู้ดคอร์ตคือ forever trend
แม้สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันจะน่ากังวล แต่สำหรับเบญจวรรณแล้วเธอมองว่าฟู้ดคอร์ตคือ forever trend เป็นสิ่งที่จะไม่ตกยุค เพราะยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในทุกยุคทุกสมัย
“ฟู้ดคอร์ตเป็น forever trend แต่อาจจะเห็นว่าฟู้ดคอร์ตดูจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จ แต่จริงๆ แล้ว อาจจะเป็นเพราะฟู้ดคอร์ตนั้นๆ เขาหยุดการพัฒนา แต่ลูกค้าเปลี่ยนตลอด หน้าที่ของเราในการทำฟู้ดคอร์ตคือการพัฒนาโมเดลให้เหมาะสมและตอบโจทย์ลูกค้า จุดเริ่มต้นคือ ‘ความอร่อย’ ถ้ามีฟู้ดคอร์ตแต่ไม่อร่อย มันจะเป็นภาพจำของผู้บริโภค เขาก็จะไม่มาอีก สมัยก่อนมีชุดความคิดว่าฟู้ดคอร์ตร้านต้องเต็ม อร่อยไม่อร่อยขอให้เต็มไว้ก่อน แต่ตอนนี้เราการันตีเลยว่า ไม่อร่อยไม่ได้เข้า ทางเราทำงานหนักมากในการเลือกร้านที่อร่อย มีคุณภาพ ถ้าร้านค้าไม่อร่อย ปล่อยว่างดีกว่า”
เบญจวรรณเผยต่อว่า Key Success ที่ซีพี แอ็กซ์ตร้า ใช้ในการบริหารธุรกิจฟู้ดคอร์ตคือการออกแบบโมเดลฟู้ดคอร์ตให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยในปี 2569 ซีพี แอ็กซ์ตร้า เปิด Lotus’s Eatery ไปแล้ว 2 สาขา (รวมสาขาที่ไอซีเอส) และมีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 2 สาขาภายในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นพื้นที่ต่างจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว
ในขณะที่ สุมา วงษ์พันธุ์ เน้นย้ำว่า ร้านอาหารในฝั่งของไอซีเอสและไอคอนสยามจะไม่ทับไลน์กัน และตอบโจทย์ตลาดคนละเซกเมนต์ ฝั่งไอคอนสยามจะเป็นร้านอาหารระดับโลก มิชลินสตาร์ ไฟน์ไดนิ่ง เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่อาจจะใช้เวลาในการเข้ามาใช้บริการภายในศูนย์การค้าเวลานาน ส่วนร้านอาหารฝั่งไอซีเอสจะมาตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายระดับแมสมากขึ้น มีทั้งร้านสตรีทฟู้ดที่ได้มิชลิน อาหารจานเดียว อาหารดังระดับตำนานที่ทุกคนอยากชิม แต่บางทีแต่ละร้านอยู่หลากหลายพื้นที่ Lotus’s Eatery เอามารวมไว้ที่เดียว ซึ่งทำให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย คนที่อยู่ละแวกนี้สามารถใช้บริการได้ในชีวิตประจำวันทุกวัน
ทั้งนี้ คาดว่าหลังจาก Lotus’s Eatery เปิดให้บริการแล้วจำนวนผู้มาใช้บริการที่ไอซีเอสจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปัจจุบันที่มีผู้มาใช้บริการเฉลี่ยวันละ 25,000 – 30,000 คน.