28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

บทบาทใหม่ “ญดา-นริลญา” ลุยธุรกิจ F&B เปิดตัวแบรนด์ “โยปป้า โยเกิร์ต”

บทบาทใหม่ “ญดา-นริลญา” ลุยธุรกิจ F&B เปิดตัวแบรนด์ “โยปป้า โยเกิร์ต”

652308759_10161915801352691_1172939927014394959_n.jpg

“ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร” ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักแสดงมากฝีมือที่ทุ่มสุดในทุกบทบาท ทั้งบทบาทที่สร้างชื่ออย่างบทของ “มิ้ง” ในภาพยนตร์เรื่อง “ร่างทรง” ที่กำกับโดย บรรจง ปิสัญธนะกูล จากค่ายจีดีเอช และบท “ไข่มุก” ในซีรีส์ “สืบสันดาน” ทาง Netflix และล่าสุดยังรับบท “อิงอิง” จากซีรีส์แซฟฟิกของช่อง 3 “Play Park รักไม่คาดฝัน” รวมถึงซีรีส์ “เพลิงพระนาง” ทาง Netflix ที่เรียกเสียงฮือฮาในวงการบันเทิงได้ไม่น้อย

ล่าสุด ญดากำลังเพิ่มอีกหนึ่งบทบาทให้กับตัวเอง จากนักแสดงสู่บทบาทของนักธุรกิจในแวดวง F&B ด้วยการเปิดตัวแบรนด์โยเกิร์ตเพื่อสุขภาพสไตล์เกาหลี “โยปป้า โยเกิร์ต” (YoPPa Yogurt) ร้านโยเกิร์ตแบบ Grab & Go ณ สยามสแควร์ ซอย 3 หลังจากซุ่มปั้นแบรนด์มานานร่วมปี เพื่อตอบรับกับกระแสเครื่องดื่มสายสุขภาพอย่าง “โยเกิร์ตปั่น” (Yogurt Smoothie) ที่กลับมาฮอตฮิตอีกครั้งในปีนี้

ญดา ซีอีโอ แห่งบริษัท เด็กพุงป่อง จำกัด และเจ้าของแบรนด์โยปป้า โยเกิร์ต เปิดเผยว่า จุดตั้งต้นของการก้าวเข้าสู่ธุรกิจ F&B ในครั้งนี้มาจากปัญหาสุขภาพของตัวเอง

“ปีที่แล้วญดาทำงานหนักมาก เลยประสบปัญหาสุขภาพค่อนข้างเยอะ มีโรคประจำตัวเพิ่มขึ้นมาตั้ง 2 โรค ทั้งหอบหืดและไทรอยด์ และตัวเองมักท้องเสียง่าย ท้องอืด อาหารเป็นพิษง่ายมาตั้งแต่ตอนเด็กๆ เลยเริ่มสำรวจและตั้งคำถามกับตัวเองว่าต้นตอปัญหาสุขภาพที่เราเจอมันเกิดจากอะไร สุดท้ายก็ได้คำตอบว่ามาจากหลายๆ เรื่องรวมกัน ทั้งความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ การทำงานหนัก และการรับประทานอาหาร จึงเริ่มมาศึกษาเรื่องการดูแลตัวเองจากภายใน You are what you eat เลยจุดประกายไอเดียในการทำธุรกิจขึ้นมาว่า ถ้าจะทำธุรกิจ F&B เราควรเริ่มจากสิ่งที่ใกล้ตัว ตัวเองเป็นคนชอบรับประทานโยเกิร์ต เพราะมันช่วยปรับสมดุลลำไส้ เลยคิดว่า ถ้าเราจะทำโยเกิร์ตเป็นของตัวเองจะเป็นยังไง จึงเป็นจุดตั้งต้นให้ทำแบรนด์โยปป้า โยเกิร์ต”

หลังจากนั้นญดาใช้เวลาร่วมปีในการหาข้อมูล ทดลองชิมโยเกิร์ตจากหลายๆ แบรนด์ ทั้งในและต่างประเทศ หาข้อดีและข้อเสียของแต่ละแบรนด์ และนำมาพัฒนาสูตรโยเกิร์ตของตัวเอง จนได้ออกมาเป็น “โยปป้า โยเกิร์ต” (YoPPa Yogurt) โยเกิร์ตเพื่อสุขภาพสไตล์เกาหลีที่มีทั้งจุลินทรีย์ดี “โพรไบโอติก” และ “พรีไบโอติก” อาหารของจุลินทรีย์ ที่รวมกันเป็น “ซินไบโอติก” และยังเพิ่มโปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นเข้าไป โดยใน 1 แก้วโยเกิร์ตจะมีโปรตีนอยู่ราวๆ 12 กรัม เพื่อให้มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด และสร้างความต่างจากแบรนด์โยเกิร์ตปั่นที่มีอยู่ในตลาด

0804a763-10ac-46f8-a156-758fb8cdd7c7.jpg

ส่วนที่มาของชื่อ “โยปป้า โยเกิร์ต” นั้น ญดาเล่าว่าเป็นคำพ้องเสียงมาจากคำว่า “โอปป้า” ในภาษาเกาหลี เพราะเทรนด์เกาหลียังคงเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งไอเดียรสชาติโยเกิร์ตหลายๆ รสชาติที่เอามาใส่ในเมนูร้านก็ได้มาจากตอนไปลองชิมโยเกิร์ตที่เกาหลีด้วยเช่นกัน ส่วนชื่อบริษัท “เด็กพุงป่อง” นั้น ญดาบอกว่ามาจากตัวเธอเองที่ชอบรับประทานของอร่อยๆ อีกทั้งชื่อยังสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย โดยปักหมุดเปิดร้านแรกใจกลางย่านวัยรุ่น ณ สยามสแควร์ ซอย 3 ด้วยงบลงทุนกว่า 7 ล้านบาท

“ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจแรกในแวดวง F&B ที่ญดาทำและเป็นเจ้าของเอง 100% ตื่นเต้นเหมือนอยู่ใน Roller Coaster มีเรื่องใหม่ๆ เข้ามาทุกวัน เพราะเราดูเองทุกขั้นตอนจริงๆ สำหรับตัวร้านโยปป้า โยเกิร์ต จะเน้น Grab & Go อาจจะมีที่นั่งสัก 3 ที่ ความแตกต่างของโยปป้า โยเกิร์ต คือเป็นโยเกิร์ตไฮโปรตีนที่มีซินไบโอติก โยเกิร์ตทั่วไปมักจะมีแค่โพรไบโอติก แต่เรามีทั้งโพรไบโอติกและพรีไบโอติกอยู่ในโยเกิร์ตครบทั้งสองอย่าง ซึ่งจะส่งผลดีต่อลำไส้มากกว่าโยเกิร์ตทั่วไป”

อีกหนึ่งความแตกต่างของโยปป้า โยเกิร์ต คือเรื่องรสชาติ ทั้งโยเกิร์ตน้ำผึ้งไข่มุกข้าวบาร์เลย์ป็อปปิ้ง ซึ่งเป็นเจ้าแรกที่นำไข่มุกข้าวบาร์เลย์มาใช้ในเมนูโดยนำเข้ามาจากต่างประเทศ รวมถึงชาโยเกิร์ต เป็นชาเบลนด์หลายสายพันธุ์เป็นสูตรพิเศษของทางร้าน และกาแฟโยเกิร์ต เพื่อสร้างรสชาติที่แปลกใหม่ให้กับตลาด โดยเมนูภายในร้านจะมีประมาณ 15 เมนู ราคาอยู่ระหว่าง 49-129 บาท นอกจากนั้น จะมีเมนูโปรตีนสูงอีกหนึ่งเมนู คือ แซนด์วิชไข่กับอะโวคาโด

ส่วนที่มาของการกำหนดราคานั้น ญดาเผยว่ามาจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคในตลาด โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่าราคาโยเกิร์ตปั่นในท้องตลาดมีราคาสูงเกินไป ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่คนให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากขึ้น จึงทำให้ญดาเลือกที่จะตั้งราคาของโยปป้า โยเกิร์ต ไว้ที่ 49-129 บาท เพื่อให้คนเข้าถึงได้ง่าย เป็นราคาที่กินแล้วสบายกระเป๋าและสามารถกินได้ทุกวัน

p12-daily-yada-02.jpg

สำหรับกลยุทธ์การตลาดของแบรนด์โยปป้า โยเกิร์ต ผู้บริหารสาวแห่งเด็กพุงป่อง กล่าวว่า จะใช้กลยุทธ์ Word-of-mouth และโปรโมตในช่องทางออนไลน์ผ่านอินฟลูเอ็นเซอร์เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง

ซึ่งหลังจากนี้ ญดาวางแผนจะขยายธุรกิจด้วยการขายแฟรนไชส์ โดยกำหนดค่าแรกเข้าแฟรนไชส์อยู่ที่ 250,000 บาท และค่า royalty fee 2% จากยอดขาย โดยทางแบรนด์จะซัปพอร์ตในเรื่องของวัตถุดิบบางส่วน ผู้ซื้อแฟรนไชส์สามารถหาซื้อเองได้ในบางส่วน เพราะอยากให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์มีต้นทุนน้อยที่สุด พร้อมมีการฝึกอบรมให้กับผู้ซื้อแฟรนไชส์ โดยตั้งเป้าขยายแฟรนไชส์ในปีนี้ไม่เกิน 50 ที่ และในส่วนของทางแบรนด์เองก็เตรียมขยายสาขาเพิ่มอีกประมาณ 5 แห่ง โดยเล็งเปิดในทำเลชั้นนำของกรุงเทพฯ อย่าง เซ็นทรัล ดุสิต, วันแบงค็อก, เมกา บางนา, ยูเนี่ยน มอลล์ ไปจนถึงการเปิดป๊อปอัปในห้างดังอย่างเอ็มสเฟียร์

“ตอนที่เปิดตัวว่าจะทำแบรนด์โยเกิร์ตก็มีคนติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์เข้ามาบ้างแล้ว แต่เราก็ต้องมั่นใจก่อน เพราะมีทั้งเรื่องระบบหลังบ้าน เรื่องสูตร เรื่องคุณภาพซึ่งเป็นสิ่งที่ญดาให้ความสำคัญมาก เพราะอยากให้โยเกิร์ตทุกแก้วมีรสชาติและคุณภาพเหมือนร้านแรกที่เราเปิด ที่มีคนสนใจแฟรนไชส์น่าจะมาจากแบรนดิ้ง ด้วยความที่เป็นแบรนด์โยเกิร์ต ซึ่งกำลังอยู่ในกระแสที่ไม่ใช่อยู่แค่ในระยะนี้ แต่ยังสามารถเติบโตได้อีกในอนาคต เพราะคนหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ซึ่งแบรนด์โยปป้า โยเกิร์ต ตอบโจทย์เรื่องสุขภาพจริงๆ ช่วยทั้งเรื่องสมดุลลำไส้และยังมีโปรตีน เรามองว่านี่คือจุด selling point ที่ทำให้คนสนใจแฟรนไชส์”

แม้ธุรกิจนี้จะเป็นธุรกิจแรกในแวดวง F&B ของนักแสดงมากฝีมือคนนี้ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ญดาเคยมีประสบการณ์ในการทำแบรนด์เครื่องประดับขายผ่านช่องทางออนไลน์มาแล้วเมื่อปี 2566-2567 ในชื่อแบรนด์  “Today I miss u” จำหน่ายเฉพาะในกลุ่มแฟนคลับ โดยทำทุกอย่างด้วยตัวเอง จึงเห็นศักยภาพในการพัฒนาแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งนำมาสู่การพัฒนาแบรนด์ต่อๆ มา

“หลังจากเปิดแบรนด์โยปป้า โยเกิร์ตแล้ว ต่อจากนี้ก็เตรียมจะเปิดแบรนด์ใหม่อีกหนึ่งแบรนด์ ชื่อ แบรนด์ ‘ซ่อลแมว’ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจอาหารที่เกิดจากความชอบส่วนตัวเช่นกัน เนื่องจากเป็นคนชอบรับประทานหนังปลาแซลมอนมาก จึงอยากจะทำรสชาติจัดจ้านหรือรสชาติแบบไทยๆ ออกมาขาย คาดว่าน่าจะทำออกมา 4 รสชาติก่อน เน้นขายผ่านช่องทางไลน์และช่องทางโซเชียลของแบรนด์ น่าจะได้เห็นช่วงปลายปีนี้”

ทั้งนี้ ญดาตั้งเป้ารายได้ของแบรนด์โยปป้า โยเกิร์ต ในปีนี้ไว้ที่ 50 ล้านบาท แต่เป้าหมายใหญ่ที่เธอมองไว้ในอนาคตคือ การที่ได้เห็นโยปป้า โยเกิร์ต ไปเปิดสาขาที่ต่างประเทศ.