ย้อนกลับไปช่วง 4-5 ปีก่อน แนวคิดเรื่อง Smart City (เมืองอัจฉริยะ) และ Smart Home (บ้านอัจฉริยะ) เป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจ เพราะสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานได้ แต่ปัจจุบันที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Smart Homes จึงถูกพัฒนาไปอีกขั้นสู่ AI Home
มูลค่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยปี 2569 ถูกคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 77,000 ล้านบาท และน่าจะกลับมาฟื้นตัวและเติบโตได้ประมาณ 2.6% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยและการกระตุ้นกำลังซื้อผ่านเทคโนโลยีใหม่ หรือหากนับรวมกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด มูลค่าอาจสูงถึง 2.6 แสนล้านบาท
ส่วนสินค้าที่มีความโดดเด่นและน่าจะมีอัตราการเติบโตขึ้น สินค้ากลุ่ม AI และ Smart Home ที่แบรนด์ใหญ่ๆ เริ่มใช้เป็นกลยุทธ์สำคัญทางธุรกิจ เพื่อสร้างเป็นจุดขายสำคัญและดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มพรีเมียม
แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างซัมซุง เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ใส่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้าไปในเครื่องใช้ไฟฟ้าเกือบทุกประเภท
“ประเทศไทยคือหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่ซัมซุงให้ความสำคัญในการนำวิสัยทัศน์ระดับโลกมาสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง เพราะเราเข้าใจว่าบ้านของคนไทยมีบทบาทหลากหลาย ทั้งเป็นที่ทำงาน พื้นที่พักผ่อน และที่รวมตัวของหลายเจเนอเรชัน ซัมซุงจึงพัฒนา AI ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตจริง เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งบ้านให้สามารถทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว และมอบประสบการณ์ที่ทำให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น” เซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด
มีข้อมูลจากการสำรวจ Consumer Insights & Behavior Trends พบว่า ผู้บริโภคไทยตัดสินใจอัปเกรดเมื่อเทคโนโลยีใหม่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างแท้จริง ซึ่งสะท้อนว่าคนไทยมองหาคุณค่ามากกว่าฟังก์ชันเพียงอย่างเดียว ซัมซุงจึงใช้ข้อมูลนี้ในการพัฒนา AI ให้เป็นมากกว่าฟีเจอร์บนอุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่เป็นประสบการณ์ที่เชื่อมต่อกันทั้งอีโคซิสเต็ม
“ในฐานะที่ซัมซุงเป็นผู้นำระดับโลกที่ได้รับการยอมรับจากการติดอันดับ Top 5 Global Interbrand การครองตำแหน่งผู้นำตลาดทีวีอันดับ 1 ต่อเนื่องกว่า 20 ปี ซัมซุงยังคงเดินหน้าอย่างแข็งแกร่งในประเทศไทยในฐานะแบรนด์อันดับ 1 ในตลาดมือถือ ทีวี และผู้นำด้าน AI Home โดยมีผลิตภัณฑ์ซัมซุงที่ใช้งานอยู่ในไทยมากกว่า 37 ล้านเครื่อง”

กลยุทธ์สำคัญคือการยกระดับชีวิตในบ้าน AI Home Living Companion ผู้บริหารซัมซุงประเทศไทย ยังระบุอีกว่าได้ต่อยอดแนวคิด AI Home จากความเข้าใจอินไซต์ของผู้บริโภคไทยที่มองหา 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความสะดวก ประสิทธิภาพที่ดีกว่า และการประหยัดพลังงาน ไปสู่การพัฒนา Bespoke AI Series ที่ยกระดับเครื่องใช้ไฟฟ้าจากอุปกรณ์ที่ทำงานตามคำสั่ง ไปสู่ Home Living Companion ที่ช่วยลดภาระงานบ้านในชีวิตจริง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย Need & Consumer Decision Journey Study ที่พบว่าผู้บริโภคกลุ่มพรีเมียมมักเลือกอัปเกรดเพื่อความจุที่มากขึ้น และฟีเจอร์ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นอย่างแท้จริง
“ประเทศไทยคือหนึ่งใน Strategic Market ที่ซัมซุงมุ่งลงทุนในระยะยาวทั้งด้านนวัตกรรม บุคลากร และพาร์ตเนอร์ เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิต เทคโนโลยี และเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน คือการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทย วันนี้และในอนาคต และเป็นที่หนึ่ง ที่สุด ใน 3 มิติหลัก ได้แก่
“ที่หนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่คนไทยไว้วางใจที่สุด มุ่งสู่ No.1 ในกลุ่ม Mobile, TV และตู้เย็น พร้อมตอกย้ำการเป็นเบอร์หนึ่ง AI Home และเป็น Top of Mind Brand ใน 3 กลุ่มหลัก TV,ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า
“ที่หนึ่งของโซลูชัน B2B ที่เข้าใจธุรกิจไทยที่สุด ด้วย AI Solutions ที่ออกแบบให้เติบโตไปกับพาร์ตเนอร์ในระยะยาว
“ที่หนึ่งคือ ลูกค้า ยกระดับบริการเพื่อความสบายใจ ตั้งแต่บริการแอร์ 1-Day Service ซ่อมจบภายใน 1 วัน พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านบริการที่ครอบคลุม และศูนย์บริการมือถือที่เปิด 24 ชั่วโมงทุกวัน เพื่อดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง” เซยุน คิม ทิ้งท้าย
แม้ว่าจะไม่มีการระบุตัวเลขเป้าหมายด้านรายได้ของปี 2026 แต่การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของซัมซุงในปี 2025 ที่มีมูลค่าสูงถึง 25,982 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เห็นว่าซัมซุงต้องการที่จะสร้างความเป็นผู้นำด้าน AI อย่างแท้จริง.