21 ก.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

ทำความรู้จัก MMM Capital กับโมเดลธุรกิจ “มินิมาร์ทอสังหาริมทรัพย์”

ปลายปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยมีความเคลื่อนไหวหนึ่งที่น่าสนใจ เมื่อบริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM นำร่องเป็นหุ้นรายแรกที่ย้ายจากตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เ…

ทำความรู้จัก MMM Capital กับโมเดลธุรกิจ “มินิมาร์ทอสังหาริมทรัพย์”

ปลายปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยมีความเคลื่อนไหวหนึ่งที่น่าสนใจ เมื่อบริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM นำร่องเป็นหุ้นรายแรกที่ย้ายจากตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) เพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยมาพร้อมกับโมเดลธุรกิจของการเป็น “มินิมาร์ทอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งเรียกความสนใจจากตลาดได้ไม่น้อย

บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2559 โดย สุริยา วงศ์สิทธิชัยกุล และ ณิชา โรจน์วัฒนา ในฐานะตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์และทำการตลาดให้กับผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลาง ผ่านเครือข่ายทีมขายที่มีโมเดลเหมือนธุรกิจประกันภัย ซึ่งบริษัทได้ศึกษาโมเดลธุรกิจจากเจ้าของโครงการรายใหญ่ ทั้งการรวบรวมนักขายต่างๆ การทำสื่อโฆษณาทั้งออนไลน์และออฟไลน์ มาปรับใช้กับเจ้าของโครงการรายกลางและรายเล็ก ในรูปแบบการเป็น “โบรกเกอร์ อสังหาริมทรัพย์” เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการได้ไปต่อ เงินไม่จม สต๊อกไม่จม

ณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล กล่าวกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” ถึงที่มาของ เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล ไว้ว่า ระยะหลายปีที่ผ่านมาตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยต้องเผชิญกับความท้าทาย ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น หรือแม้กระทั่งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ตลาดเกิดสภาวะชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กที่มักประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ถูกปฏิเสธสินเชื่อ และยังมีข้อจำกัดในการทำการตลาด เนื่องจากเป็นโครงการขนาดเล็ก การทำสื่อโฆษณาจึงไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตที่ไม่มาก ในขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายกว่า และมีทรัพยากรในการทำการตลาดที่มากกว่า นั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้ตัดสินใจก่อตั้ง เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและอุดช่องว่างในตลาด

“ณ วันนี้ ตลาดมีปัญหาเยอะ เราต้องการช่วยผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาทางการขาย การทำการตลาดและสภาพคล่อง ขาดกระแสเงินสด เริ่มคืนหนี้หรือจ่ายดอกเบี้ยธนาคารไม่ได้ มีปัญหาการขายของค้างสต๊อกนานๆ เงินจม ซึ่งโครงการเหล่านี้มักโดนธนาคารยึดและให้บริษัทบริหารสินทรัพย์หรือ AMC มาแข่งกันประมูล แต่เราตัดวงจร พอคุณเริ่มมีปัญหา ไม่ต้องรอให้ธนาคารยึด MMM จะเข้ามาช่วย เราเรียกโมเดลนี้ว่า ‘Pre-AMC’ ทำให้มีต้นทุนที่ต่ำแต่ความสามารถในการทำกำไรสูง และเราเป็นเจ้าเดียวในตลาดที่เข้ามาช่วยผู้ประกอบการตรงนี้” ณิชา กล่าว

จากปี 2559 เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล ใช้เวลาราวๆ 6 ปี ในการสร้างการเติบโตและสามารถเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ได้ โดยปักธงวันที่ 18 ธันวาคม 2566 เป็นวันซื้อขายวันแรก หลังจากนั้นอีกเพียง 2 ปี เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล เดินตามโรดแมปที่วางไว้ สามารถเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งเปิดการซื้อขายไปเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ด้วยจำนวน 64.2 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5.50 บาท และถือเป็นผู้นำร่องย้ายจาก LiVEx เข้าสู่ mai เป็นรายแรก

ปัจจุบัน เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล ดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยทุกประเภทให้กับเจ้าของโครงการ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น นนทบุรี ชลบุรี และระยอง ผ่านการวางกลยุทธ์ทางการตลาด โดยการขายโครงการผ่านเครือข่ายนายหน้าอิสระ ซึ่งประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่

1. ที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) โดยเป็นตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์แต่เพียงผู้เดียวให้กับเจ้าของโครงการ เพื่อให้บริการแนะนำติดต่อผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ตลอดจนประสานงานเพื่อให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาฯ ระหว่างผู้ซื้อกับเจ้าของโครงการจนกว่าแล้วเสร็จ คิดเป็น 70% ของธุรกิจทั้งหมด

2. การบริหารงานขายโครงการ (BU2) เป็นตัวแทนขายและรับประกันการขายแต่เพียงผู้เดียว เพื่อให้บริการ แนะนำ ติดต่อผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ตลอดจนประสานงานเพื่อให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ระหว่างผู้ซื้อและเจ้าของโครงการจนกว่าแล้วเสร็จ และยังให้บริการบริหารงานขายแบบวางหลักประกันการซื้อ (Hybrid) ซึ่งเป็นการรวมรูปแบบการให้บริการที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) ในช่วงแรก และสิทธิในการเลือกเป็นการบริหารงานขายโครงการแบบรับประกันการขาย (BU2) ในช่วงที่สอง โดยคิดเป็น 25%

3. การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ (BU3) เป็นการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีสภาพดีนำมาปรับปรุงเพื่อจำหน่าย คิดเป็นเพียง 5% ของพอร์ตฯ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ใช้เงินทุนสูงสุดในบรรดาโมเดลธุรกิจทั้งหมด

“MMM มีโมเดลธุรกิจที่โดดเด่น ด้วยการวางตำแหน่งเป็น ‘มินิมาร์ทอสังหาฯ’ ที่ไม่ต้องลงทุนสร้างเอง แต่นำสินค้าที่เป็นที่อยู่อาศัยมาขาย โดยมุ่งเน้นการกระจายความเสี่ยงผ่านการบริหารโครงการที่หลากหลายประเภทและทำเลที่ตั้ง อาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการวางแผนการตลาดที่ครอบคลุม ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีความสัมพันธ์อันดีกับเครือข่ายเอเยนต์อิสระ ซึ่งเราให้ค่านายหน้าที่สูงกว่าตลาด และเขามีอิสระในการคิดโปรโมชันต่างๆ ได้เอง ส่งผลให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีความร่วมมือกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในการบริหารการขาย เพื่อให้สามารถส่งมอบโครงการได้ทันตามกรอบระยะเวลาการขายที่กำหนด“

และถ้าเจาะไปที่ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าระหว่างปี 2565 - 2567 เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 168.08 ล้านบาท 255.66 ล้านบาท และ 357.88 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 35.09 ล้านบาท 47.74 ล้านบาท และ 80.76 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 20.62 ร้อยละ 18.49 และร้อยละ 22.39 และงวด 6 เดือนแรกปี 2568 มีรายได้จากการขายและบริการ 339.41 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 63.30 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 18.58% ตามลำดับ

ภายหลังเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล ยังมีความคืบหน้าออกมาให้ตลาดเห็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการคว้าสัญญาบริหารงานขายโครงการแนวราบ โซนวงแหวน – ลำลูกกา ของ บมจ.เบล็ส เเอสเสท กรุ๊ป “BLESS” ประเดิมสัญญาแรก 17 ยูนิต มูลค่า 60 ล้านบาท และคว้างานบริหารงานขาย บริษัท ทรัพย์พล กรุ๊ป จำกัด บ้านโซนรังสิต คลอง 9 มูลค่าโครงการรวม 1,195 ล้านบาท จำนวน 217 ยูนิต

อีกทั้งยังปิดดีลรับบริหารงานขายโครงการคอนโดมิเนียม High Rise “ณวรางค์ เจริญนคร” เฟสแรกจำนวน 27 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 140 ล้านบาท และยังคว้างานบริหารงานขายโครงการ Living Sense 2 โครงการแนวราบ โซนอุตสาหกรรม จ.ระยอง มูลค่า 35 ล้านบาท ของบริษัท พาเวิร์คแอสเซท จำกัด อีกด้วย

สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล เตรียมนำไปขยายธุรกิจทั้งใน 3 ธุรกิจ โดยตั้งเป้าเจาะตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในด้านการเป็นที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร

ซึ่งน่าจับตาต่อว่า หลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai แล้ว เราจะได้เห็น เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล เข้าไปโลดแล่นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในอนาคตอันใกล้หรือไม่.