28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

Wingstop Bro บทบาทใหม่ เนม-ปราการ ไรวา จากเวที “ดนตรี” สู่สังเวียน “ธุรกิจ”

Wingstop Bro บทบาทใหม่ เนม-ปราการ ไรวา จากเวที “ดนตรี” สู่สังเวียน “ธุรกิจ”

p20-21-weekly-wingstop-01.jpg

 ภาพจำของ เนม-ปราการ ไรวา กว่า 20 ปีที่ผ่านมา คือการเป็นศิลปินในแวดวงบันเทิง และนักร้องนำวง Getsunova ที่มีเพลงฮิตติดหูมากมาย แต่ล่าสุด เนม-ปราการ กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ จากเวที “ดนตรี” สู่สังเวียน “ธุรกิจ” ด้วยการนำแบรนด์ไก่ทอดสุดเท่จากสหรัฐอเมริกา อย่าง “Wingstop” (วิงส์สต็อป) มาแลนดิ้งที่เมืองไทยเป็นผลสำเร็จ พร้อมขึ้นแท่นผู้บริหารเต็มตัว ในฐานะ Wingstop Bro

สำหรับ เนม-ปราการ ไรวา ถือเป็นศิลปินที่คร่ำหวอดในแวดวงดนตรีมานานกว่า 20 ปี แต่นอกเหนือจากนั้นเขายังเป็นทายาทของเครือ เอส แอนด์ พี (S&P) ธุรกิจร้านอาหารที่อยู่ในตลาดมานานถึง 50 ปี ซึ่งปราการเล่าให้เราฟังว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทุกคนในตระกูลล้วนเข้ามาทำงานในธุรกิจครอบครัวแล้วทั้งสิ้น ในขณะที่เขาเป็นคนสุดท้ายที่ยังไม่ได้เข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัว

กระทั่งต้นปี 2567 กำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) บอกเขาว่า กำลังอยากจะซื้อแฟรนไชส์ไก่ทอดชื่อดังจากอเมริกาอย่าง “Wingstop” เข้ามาในเมืองไทย และถามเขาว่าสนใจอยากทำไหม ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ปราการตัดสินใจเข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัวอย่างเต็มตัว

“ผมเป็นคนสุดท้ายในตระกูลที่ยังไม่ได้เข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัว เคยทำเป็นโปรเจกต์ๆ แต่ไม่ได้มาทำเต็มตัว ซึ่งอากงก็จะถามทุกครั้งเวลาเจอหน้าว่ายังร้องเพลงอยู่ไหม ได้เวลากลับมาช่วย เอส แอนด์ พี หรือยัง ซึ่งผมไม่เคยพูดได้เต็มปากเต็มคำเลย กระทั่งต้นปีที่แล้ว พี่แอม คุณกำธร ศิลาอ่อน ซีอีโอของ เอส แอนด์ พี ซินดิเคท บอกผมว่า พี่กำลังอยากจะซื้อแฟรนไชส์ชื่อ Wingstop เข้ามา เนมอยากทำไหม ผมก็ตอบไปว่าอยากทำ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น และเป็นครั้งแรกในรอบ 38 ปีที่ผมสามารถบอกกับอากงได้เต็มปากว่าได้กลับมาช่วยธุรกิจของครอบครัวอย่างเต็มตัว”

p20-21-weekly-wingstop-02.jpg

ทำไมต้องเป็น Wingstop?

ปราการเล่าต่อว่า หลังจากนั้นเขาเริ่มทำรีเสิร์ชและหาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ Wingstop และพบว่า Wingstop มีผู้ติดตามในช่องทางโซเชียลมีเดียหลายแสนคน และเป็นแบรนด์ที่มีความเท่ สนุก วัยรุ่น เป็นไวรัลไปทั่วโลก เป็นแบรนด์ที่ถูกจริตกับความเป็นตัวตนของเขา และที่สำคัญคือยังไม่มีแบรนด์แบบนี้ในเมืองไทย

Wingstop เป็นแบรนด์ไก่ทอดจุ่มซอสที่ก่อตั้งขึ้นที่สหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2537 ที่ให้คำนิยามตัวเองไว้ว่า “เราไม่ใช่ธุรกิจไก่ทอด แต่เป็นธุรกิจแห่งรสชาติ” เน้นการส่งต่อประสบการณ์รสชาติสู่ผู้คนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ปี พ.ศ. 2540 คือจุดเริ่มต้นของสาขาแฟรนไชส์แห่งแรก และภายในปี พ.ศ. 2545 Wingstop ได้สร้างสถิติยอดขายครบหนึ่งพันล้านชิ้น และเป็นหนึ่งในแบรนด์ร้านอาหารที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรม โดยปัจจุบัน Wingstop มีจำนวนสาขามากกว่า 3,000 สาขา ใน 18 ประเทศทั่วโลก เฉพาะในอเมริกามีประมาณ 2,000 สาขา สำหรับประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 18 ของ Wingstop

“ผมบอกพี่แอมเลยว่า ผมอยากทำแบรนด์นี้ไม่ว่าจะอยู่ในหน้าที่อะไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ผมสนใจแบรนด์ Wingstop เป็นพิเศษ ไม่ได้เกิดจากชื่อเสียงระดับโลก หรือความสำเร็จกว่า 3,000 สาขาใน 18 ประเทศเท่านั้น แต่เริ่มจากความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสรสชาติของแบรนด์ที่มีความเข้มข้น สนุก และมีเอกลักษณ์ในแบบที่หาไม่ได้จากแบรนด์อื่น โดยมีแก่นของแบรนด์ที่ชัดเจนมากว่าไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ไก่ทอดดังประโยคติดร้าน ‘We’re not in the wings business. We’re in the flavour business.’ เพราะเราเชื่อว่ารสชาติไม่ใช่แค่เรื่องของอาหาร แต่เป็น ‘ประสบการณ์’ ที่ทำให้ชีวิตของผู้คนมีรสชาติพิเศษขึ้นในทุกๆ วัน ผ่านรสชาติที่แบรนด์นำเสนอด้วยความกล้า ชัดเจน และเต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ จึงไม่น่าแปลกใจที่แบรนด์ Wingstop จะมีฐานลูกค้าทั่วโลก เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่คนรุ่นใหม่ทั้งโลกเทใจให้ แม้กระทั่งในประเทศไทยเองก็เคยมีกระแสคนรักแบรนด์นี้เรียกร้องอยากให้ Wingstop มาเปิดในประเทศไทยตั้งแต่ยังไม่เปิดบริการด้วยซ้ำ”

p20-21-weekly-wingstop-03.jpg

การนำเข้าแบรนด์ Wingstop ในครั้งนี้ ดำเนินการโดย บริษัท เอส แอนด์ พี วิงส์ จำกัด ภายใต้เครือ เอส แอนด์ พี ด้วยทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท ในรูปแบบของ Master Franchise โดยปราการนั่งในตำแหน่งผู้บริหารแบรนด์วิงสต๊อปประเทศไทย หรือ Wingstop Bro และได้ “ศิวกร เบญจราชจารุนันท์” มือดีในธุรกิจร้านอาหารมาร่วมทีม โดยปักหมุดสาขาแรกที่ใจกลางเมืองและแหล่งนักท่องเที่ยวอย่าง MBK Center โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 13 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

“ผมไม่อยากเรียกตัวเองว่าเป็น CEO หรือผู้บริหาร แต่นิยามตัวเองว่าเป็น Wingstop Bro เป็นพี่ชายที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ น้องๆ เจนฯ ใหม่สามารถเข้าถึง พูดคุย ปรึกษาหารือได้ ซึ่งเป็น Brand Identity ของ Wingstop เช่นกัน”

ปราการเผยต่อว่า สาขาแรกที่ MBK Center มีขนาดพื้นที่ 208 ตร.ม. งบลงทุนประมาณ 11 ล้านบาท และเหตุผลที่ตัดสินใจเลือก MBK Center เพราะเป็น Iconic Location เป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เดินทางสะดวก เป็นจุดหมายปลายทางที่ 9 ใน 10 ของนักท่องเที่ยวต้องมา และที่สำคัญคือเป็นจุดรวมของคนรุ่นใหม่ นักศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของ Wingstop

p20-21-weekly-wingstop-04.jpg

เปิด 4 กลยุทธ์ปักหมุดในใจคนไทย

การนำ Wingstop มาสู่ประเทศไทยครั้งนี้ จะใช้ 4 กลยุทธ์หลักในการบุกตลาดและครองใจคนไทย ได้แก่ 1. กระบวนการทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่ (ConZmer Centric) เจาะลึกอินไซต์จริงและสร้างแบรนด์ร่วมกับคนรุ่นใหม่ โดยจับมือกับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง กว่า 80 คน เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมและทำความเข้าใจถึงความคิดและวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่ ที่ส่งผลต่อผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ของแบรนด์

2. กลยุทธ์ผู้นำด้านรสชาติ (Flavour Pioneers) หัวใจของ Wingstop คือการเป็นธุรกิจแห่งรสชาติ ดังนั้นทุกอย่างจึงเริ่มต้นจากรสชาติเป็นศูนย์กลาง โดยมีรสชาติที่หลากหลายและมีมาตรฐานระดับโลก ผ่าน “ไก่จุ่มซอส” ที่มีให้เลือกถึง 9 รสชาติ 3 ระดับความเผ็ด มีทั้งรสชาติยอดฮิตระดับโลก “Lemon Pepper” และรสชาติพิเศษที่มีขายเฉพาะในไทยและอินโดนีเซียอย่าง Atomic Blast (อะตอมมิค บลาสต์) ความเผ็ดระดับสูงสุด รวมถึงยังมีหมวดเครื่องเคียง และดิป อย่าง “Ranch” แรนช์ดิป ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ Wingstop ราคาอยู่ระหว่าง 159-369 บาท โดยเป็นไก่ที่ทอดเมื่อได้รับออเดอร์ ไม่ได้ทอดทิ้งไว้ แม้จะเป็น QSR ก็ตาม

3. ระบบปฏิบัติการแบบมาตรฐานโลก (Process & Operation: Global Standardized) ยึดมาตรฐานปฏิบัติการระดับสากล เพื่อรสชาติและประสบการณ์ของลูกค้าที่ “เสมอต้นเสมอปลาย” ไม่ว่าจะเข้าร้านวันไหน เวลาไหน หรือสาขาใด ต้องได้รสชาติและบริการแบบเดียวกับทั่วโลก เพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายสาขาในอนาคตอย่างราบรื่น

4. การทำแบรนด์และการตลาด (Strengthening Brand & Marketing) เพื่อให้ Wingstop เติบโตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของคนรุ่นใหม่ แบรนด์ได้วางแนวทางด้านการตลาดบน 2 แกนหลัก ดังนี้ 1. การสร้างคัลเจอร์ของแบรนด์และทำการตลาดที่โดดเด่นและแตกต่าง (Unique & Bold) 2. กลยุทธ์ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ให้ความสำคัญกับการฟังเสียงของผู้บริโภค และนำอินไซต์มาพัฒนาการตลาดที่จับต้องได้

ตั้งแต่ Wingstop ยังไม่เปิดบริการอย่างเป็นทางการ แบรนด์ได้ทำกิจกรรมที่เป็นสื่อกลางในการสะท้อนความคิดเห็นของ Gen Z และนำมาปรับตัวอยู่เสมอ เช่น ป้ายพูดได้ (Hoarding Talking) ที่นอกจากจะทำหน้าที่สื่อสารว่า Wingstop จะมาเปิดบริการในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นป้ายที่ตั้งใจสร้างบทสนทนาของ Gen Z ในโซเชียลมีเดียที่มีต่อแบรนด์อีกด้วย ถือเป็นการเปิดเกมธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ยังไม่เปิดร้านอย่างเป็นทางการ จนทำให้เกิดกระแสตั้งแต่วันแรกที่ขึ้นป้าย

p20-21-weekly-wingstop-05.jpg

แต่ท่ามกลางสมรภูมิของตลาดไก่ทอดที่มีมูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านบาท และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องราว 8-10% ทำให้มีผู้เล่นหลายรายที่กระโดดเข้ามาในตลาดนี้ ในขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่ก็ครองความเป็นเจ้าตลาดมานานเช่นกัน การเข้ามาของผู้เล่นหน้าใหม่จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ปราการเชื่อว่าด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์และกลยุทธ์ที่วางไว้ ประกอบกับการมีแบ็กอัพอย่าง เอส แอนด์ พี ที่มีระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่งเป็นแต้มต่อ รวมถึงคอนเนกชันในแวดวงดนตรีและแฟชั่นของเขาเองที่เอื้อในการทำการตลาดและการคอลแลปส์ในอนาคต ล้วนเป็นปัจจัยบวกในการแข่งขันและจะทำให้ Wingstop เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแน่นอน

“ผมมองว่าเราเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค เป็นแบรนด์ที่ไม่เหมือนใครในตลาดเมืองไทย น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเจนฯ ใหม่ ที่เป็นคนขับเคลื่อนเทรนด์ Wingstop มีโอกาสในการเติบโตและสามารถคอลแลปส์กับทุกอย่างได้จริงๆ  ผมเชื่อว่าแบรนด์นี้มันแข็งแรงพอที่จะอยู่ได้ยาวนาน และเมืองไทยพร้อมแล้วที่จะมีแบรนด์ระดับโลกแบบนี้มาอยู่”

สำหรับการเปิดตลาดไทยในครั้งนี้ Wingstop มีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 5-6 แห่งภายในปี 2569 และคาดว่าจบปี 2569 จะมีสาขาครบ 7 สาขา และสร้างรายได้อยู่ที่ 100 ล้านบาท ซึ่งการขยายสาขาในระยะแรกนั้นจะเน้นพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ เป็นหลัก พร้อมตั้งเป้าสู่การเป็นแบรนด์ Top of Mind ของคนรุ่นใหม่.