12 ส.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

ศิลปะ อดีต ปัจจุบัน ความทรงจำ ของ อริญชย์ รุ่งแจ้ง

ศิลปะ เกิดจากรากฐานทางวัฒนธรรม เป็นเครื่องมือที่ศิลปินใช้แสดงออกถึงแนวคิด ภูมิปัญญา ความเชื่อ ผ่านงานจิตรกรรม ประติมากรรม ดนตรี…

ศิลปะ อดีต ปัจจุบัน ความทรงจำ ของ อริญชย์ รุ่งแจ้ง

ศิลปะ เกิดจากรากฐานทางวัฒนธรรม เป็นเครื่องมือที่ศิลปินใช้แสดงออกถึงแนวคิด ภูมิปัญญา ความเชื่อ ผ่านงานจิตรกรรม ประติมากรรม ดนตรี วรรณกรรมโดยศิลปินถ่ายทอดความรู้และเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่นออกมาเป็นผลงานศิลปะ

อริญชย์ รุ่งแจ้ง หนึ่งในผู้บุกเบิกงานศิลปะจัดงานของไทย ผลงานศิลปะที่ผ่านมาจึงมักมีความผูกพัน แนบแน่นกับประวัติศาสตร์ สัญลักษณ์ และความทรงจำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งสำรวจว่าการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองส่งผลต่อชีวิตของปัจเจกอย่างไร

อริญชย์ เป็นที่รู้จักจากวิธีการย้อนกลับไปพินิจวัสดุทางประวัติศาสตร์อย่างชาญฉลาด ซ้อนทับเรื่องเล่าใหญ่เล็กข้ามกาลเวลา สถานที่และภาษาได้อย่างลุ่มลึก ความสนใจของอริญชย์มุ่งไปที่แง่มุมของประวัติศาสตร์ไทยซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รับรู้ และจุดตัดของประวัติศาสตร์เหล่านั้นกับปัจจุบันในบริบทและพื้นที่ที่อริญชย์ทำงาน วัตถุซึ่งสามารถเชื่อมเหตุการณ์อันห่างไกลทั้งด้านเวลาและพื้นที่เข้าหากัน เป็นแก่นสำคัญของการสำรวจศึกษาของ แนวทางการทำงานของศิลปินผู้นี้จึงครอบคลุมหลากหลายสื่อ และมักประกอบด้วยวิดิโอและศิลปะจัดงานเฉพาะสถานที่ ในการสำรวจประวัติศาสตร์และประสบการณ์ชีวิตประจำวัน ด้วยการแยกแยะวัสดุอย่างละเอียดเพื่อให้ย้อนกลับไปทบทวน “เรื่องเล่ากระแสหลัก” ผ่านพลังของเหตุการณ์เล็กๆ

ที่ผ่านมา อริญชย์เคยมีผลงาน นิทรรศการที่คัดสรร อาทิ Ravisara, DAAD Galerie เบอร์ลิน เยอรมนี (2021); Bengawan Solo, Portikus แฟรงก์เฟิร์ต/ไมน์ เยอรมนี (2018); documenta 14 เอเธนส์/คัสเซิล (2017); Mongkut, CAPC – Musée d’art contemporain บอร์โดซ์ (2015); Satellite 8, Jeu de Paume ปารีส (2015); เข้ารอบสุดท้าย APB Foundation Signature Art Prize (2014); Golden Teardrop, ผู้แทนประเทศไทย ณ Venice Biennale ครั้งที่ 55 (2013); และยังเข้าร่วม Biennale of Sydney ครั้งที่ 18 (2012), Bandung ‘City Pavilion’ ที่ Shanghai Biennale (2012), Singapore Biennale ครั้งที่ 3 ณ Old Kallang Airport (2011)

และนี่เป็นนิทรรศการเดี่ยว Golden Teardrop (2025) ของอริญชย์ รุ่งแจ้ง ที่จัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK) นำเสนอการตีความผลงานชิ้นสำคัญของศิลปินที่จัดแสดงครั้งแรกในปี 2013 ซึ่งได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ทั่วโลกในฐานะผลงานที่สื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และเศรษฐกิจโลก ผ่านวัตถุที่อ่อนโยนและคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน

ครั้งแรกที่ “Golden Teardrop” ปรากฏบนเวทีโลกใน Venice Biennale ปี 2013 อริญชย์ได้นำ “ทองหยอด” ขนมไทยโบราณ มาตีความในฐานะสัญลักษณ์ของการเดินทาง การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และแรงงานในยุคอาณานิคม ผ่านวัตถุเรียบง่ายที่แฝงความทรงจำทางประวัติศาสตร์และความเป็นมนุษย์

เวอร์ชันนี้ต่อยอดบทสนทนาให้กว้างไกลกว่าการเดินทางของวัสดุและรสหวาน ไปสู่การใคร่ครวญเรื่องความทรงจำและความหมายของ “ความเป็นไทยร่วมสมัย” ที่ซึ่งความงามและความขมปรากฏอยู่ร่วมกันอย่างเงียบงามภายใน “หยด” เดียว

“Golden Teardrop (2025)” คือการตีความใหม่ของตำนานที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพื่อสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะ ศรัทธา และความทรงจำที่เดินทางข้ามพรมแดน วัสดุทองเหลืองนับพันหยดถูกสร้างขึ้นให้ลอยอยู่ในจังหวะอันสงบนิ่ง ราวกับหยาดฝนสีทองที่แขวนอยู่กลางอากาศ ศิลปินเชิญชวนผู้ชมร่วมตั้งคำถามต่อบทบาทของศิลปะและพิพิธภัณฑ์ ผ่านการมอง การรับรู้ และกาลเวลาที่ค่อย ๆ เปลี่ยนความหมายของทุกสิ่งไปอย่างไม่หยุดนิ่ง จึงอยากเชิญผู้ชื่นชอบงานศิลปะให้มาสัมผัสพลังของศิลปะที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง อดีต ปัจจุบัน และความทรงจำ

Golden Teardrop หรือ หยดทอง จำนวน 2,774 ชิ้น ถูกแขวนลอยอยู่กลางอากาศราวกับหยาดฝนสีทองที่หยุดนิ่งในกาลเวลา อริญชย์แสดงให้เห็นถึงความประณีตบวกกับความสมมาตรของการจัดวางสร้างประสบการณ์แห่งความสงบและการครุ่นคิด ราวกับจะบอกให้หยุดเพื่อฟังเสียงของเวลา และร่วมระลึกถึงสิ่งงดงามที่ผ่านไป

“ความสมดุลนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อยืนยันความสมบูรณ์ แต่เพื่อชี้ให้เห็นว่าความงาม และความจริงต่างดำรงอยู่บนเส้นแบ่งที่บางเบา การมองคือการเรียนรู้ และการเปลี่ยนมุมเพียงเล็กน้อยของผู้ชมสามารถเปลี่ยนความหมายทั้งหมดของผลงานได้ เช่นเดียวกับที่กาลเวลาและความทรงจำเปลี่ยนความหมายของทุกสิ่งอยู่เสมอ” อริญชย์ทิ้งท้าย.