28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

TCP Spirit กับภารกิจปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ปกป้องโลกผ่านห้องเรียนธรรมชาติ สู่เป้าหมาย Net Zero

TCP Spirit กับภารกิจปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ปกป้องโลกผ่านห้องเรียนธรรมชาติ สู่เป้าหมาย Net Zero

D2-39-Copy.jpg

จาก Global Warming สู่ยุค Global Boiling จากภาวะโลกร้อนสู่ภาวะโลกเดือด ทุกวันนี้เราจะเห็นว่าปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งอุณหภูมิที่ร้อนทุบสถิติทุกปี ฝนที่ตกหนักจนน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้ทั้งผลผลิตทางการเกษตรและบ้านเรือนเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท แต่ละฤดูกาลต้องเผชิญกับความท้าทายที่ต่างกัน สภาพอากาศที่ยากจะคาดเดาหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก ผลผลิตข้าวไทยลดลง 14% ในช่วงที่ผ่านมา ผลผลิตกาแฟทั่วโลกอาจลดลงอีกกว่าครึ่งหนึ่ง ข้าวปลาอาหารที่เราเคยได้กิน อาจไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนเดิมอีกต่อไป.....ถ้าเราไม่เปลี่ยน!

ข้อความข้างต้นคือสิ่งที่ TCP Spirit โครงการภายใต้กลุ่มธุรกิจ TCP ต้องการสื่อ เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและปกป้องโลกใบนี้

“TCP Spirit” เป็นโครงการที่ชวนอาสาสมัครที่สนใจมาเรียนรู้และลงมือทำในประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ นำไปสู่การเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงจากผลกระทบที่เกิดจากปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงสุดขั้วที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

D1-28-Copy.jpg

TCP Spirit ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องทุกปีและมีประเด็นที่แตกต่างกันออกไป ทั้งในเรื่องของ น้ำ รวมถึง circular economy หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน สำหรับครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 โดยจัดขึ้นผ่านค่าย TCP Spirit “อาสา อา Guard” ที่เกิดจากการผสมคำว่า “อาสา” และ “อากาศ” เข้าด้วยกัน พร้อมเติมคำว่า “Guard” เพื่อสื่อถึงผู้พิทักษ์อากาศ ที่พร้อมร่วมมือกันปกป้องโลกให้ปลอดภัยและยั่งยืน โดยได้เรียนเรื่องราวป่าชุมชน ณ ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เข้าใจถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เรียนรู้เรื่องการตรวจวัดคาร์บอนเครดิตจากป่าและการดูแลป่าของชุมชน เจาะลึกบริบทการทำการเกษตรของชุมชน เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการจัดการปัญหา ร่วมกันสร้าง Guard ในการปกป้องโลก และเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ของกลุ่มธุรกิจ TCP

ทั้งนี้จากรายงาน GHG Emissions of All World Countries 2025 ที่จัดทำโดย Joint Research Centre (JRC) สหภาพยุโรป พบว่าโลกเผชิญปัญหาก๊าซเรือนกระจกพุ่งสูงที่สุดในประวัติการณ์ ปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมแก้ไขก่อนจะสายเกินไป โดยในปี 2567 ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 53,200 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ล้านตัน CO2eq) เพิ่มขึ้น 1.3% จากปี 2566 โดยส่วนใหญ่เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและอุตสาหกรรมพลังงาน กลุ่มประเทศอาเซียนปล่อยรวม 3,226 ล้านตัน CO2eq เพิ่มขึ้น 4.7% จากปีที่ผ่านมา โดยประเทศไทยอยู่ในอันดับ 21 ของโลก หรืออันดับ 3 ในอาเซียน ด้วยปริมาณ 422 ล้านตัน CO2eq เพิ่มขึ้น 2.9% จากปีที่ผ่านมา

D1-194-Copy.jpg

“การดูแลธรรมชาติไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือภารกิจของทุกคนที่อยากให้โลกใบนี้ยังน่าอยู่ต่อไป TCP Spirit ‘อาสา อา Guard’ ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงค่ายเรียนรู้ธรรมชาติ แต่คือพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าใจสิ่งแวดล้อมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการลงมือคิด ลงมือทำจริง และส่งต่อแรงบันดาลใจให้ทุกคนร่วมดูแลโลกไปด้วยกัน เราเชื่อว่า ‘พลังของคนรุ่นใหม่’ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้สังคมเติบโตอย่างสมดุล และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้ทุกคนได้จริง สอดคล้องเป้าหมายของกลุ่มธุรกิจ TCP ในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593” สราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าว

D2-36-Copy.jpg

ออกเดินทาง เรียนรู้ และลงมือจริง เปลี่ยนความเข้าใจให้เป็นพลังดูแลโลก

ปีนี้ TCP Spirit “อาสา อา Guard” มีการสำรวจ “ป่าชุมชนบ้านป่าไผ่” อำเภอเวียงแหง และ “ชุมชนบ้านผาลาย” อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นพื้นที่ที่กลุ่มธุรกิจ TCP เข้าไปดูแลร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ องค์กรที่เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูป่าและชุมชน รวมถึงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่คน ชุมชน และธรรมชาติเติบโตไปด้วยกัน

โดยเหล่าอาสาทุกคนจะได้เข้าใจถึงปัญหาสภาพอากาศรอบตัว ทั้งฝุ่น PM 2.5 ที่กลับมาทุกปี น้ำท่วม–น้ำแล้งที่รุนแรงขึ้น และแนวทางการฟื้นฟูผ่านแนวคิด Nature-based Solutions ที่ใช้พลังของธรรมชาติมาช่วยเยียวยาโลก นี่คือที่มาของธีม “อาสา อา Guard”

ทั้งนี้ ป่าชุมชน ณ ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่มูลนิธิใจกระทิงได้เข้ามาทำงานร่วมกับชาวบ้านในเรื่องไฟป่าเพื่อลด PM 2.5 มาก่อนแล้วกว่า 3 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ปัญหา PM 2.5 รุนแรง และพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ตกเป็นจำเลยของการเกิดมลพิษ ก่อนที่จะส่งต่อโครงการให้กับทางกลุ่มธุรกิจ TCP เพื่อดำเนินการต่อในเรื่องคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นโครงการที่เรียกได้ว่า win-win-win ทั้งการสร้างรายได้ให้กับชุมชน สร้างความสมบูรณ์ให้กับป่าและสิ่งแวดล้อม รวมถึงคาร์บอนเครดิตที่ทางกลุ่มธุรกิจจะได้รับ

D3-20-Copy.jpg

สำหรับมูลนิธิใจกระทิงก่อตั้งขึ้นในปี 2560 โดยสมาชิกจำนวนหนึ่งของครอบครัวอยู่วิทยาคือ สุทธิรัตน์ อยู่วิทยา, สราวุฒิ อยู่วิทยา และนุชรี อยู่วิทยา เพื่อสานต่อปณิธานของ เฉลียว อยู่วิทยา ในการตอบแทนคุณแผ่นดิน โดยมูลนิธิได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานและองค์กรสาธารณกุศลเพื่อช่วยเหลือสังคมผ่านโครงการต่างๆ ตามภารกิจ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข และด้านสิ่งแวดล้อม

“จุดประสงค์ของ TCP Spirit คือการนำอาสาสมัครมาดูพื้นที่จริง ที่เราทำงานจริงๆ พื้นที่เวียงแหงเป็นพื้นที่ที่มูลนิธิใจกระทิงของครอบครัวทำกันมาก่อนโดยโฟกัสเรื่องของ PM 2.5 ซึ่งเป็นชุมชนที่เข้มแข็งมาก พอพร้อมจึงส่งต่อให้กับทาง TCP รับช่วงต่อ เราจึงมาทำในเรื่องคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชน แต่สิ่งสำคัญคือต้องเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนด้วย ซึ่งโครงการคาร์บอนเครดิตไม่ได้ทำแค่ปีสองปี แต่เป็นโครงการระยะยาว เพราะกว่าที่เราจะซื้อคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนได้คืออีก 3 ปีข้างหน้า” สราวุฒิ เผย

D2-121-Copy.jpg

ด้าน สุดารัตน์ โรจน์พงศ์เกษม ผู้อำนวยการฝ่าย Nature-based Solutions มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้เชี่ยวชาญแห่งค่ายอาสา อา Guard เรียนเรื่องราวป่าชุมชน เสริมว่า งบประมาณที่ภาคเอกชนลงมา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จะจัดทำในรูปแบบของกองทุน ปี 2568 มีพื้นที่ป่าชุมชนในการบริหารจัดการของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ราวๆ 34,000 ไร่ และทางมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จะหาชุมชนมาแมทช์ เอกชนแต่ละรายจะสนับสนุนงบประมาณเข้ามาเป็นงบต่อไร่ ซึ่งกลุ่มธุรกิจ TCP เป็นหนึ่งในนั้น ด้วยจำนวนพื้นที่ 6,000 ไร่

โดยทางมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จะบริหารจัดการ โดยนำงบประมาณ 55-60% ลงไปที่ชุมชนผ่านการตั้งกองทุน ซึ่งชุมชนจะได้รับงบสนับสนุนเป็นงบต่อไร่ที่เขาดูแลโดยงบจะเข้าไปที่กองทุนชุมชน ส่วนชุมชนจะนำงบประมาณตรงนี้ไปใช้ได้ผ่านการทำโปรเจ็กต์ที่ชุมชนคิดขึ้นมา ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ลักษณะ bottom up ที่ต้องมีวัตถุประสงค์หลักๆ 2 อย่าง ประการแรก คือนำไปใช้ในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า เช่น การทำแนวกันไฟ อีกอย่างหนึ่งคือการนำงบประมาณไปใช้ในเรื่องปากท้องของชุมชน เช่น การพัฒนาสาธารณูปโภคสำหรับชุมชน สร้างฝาย ปรับปรุงระบบน้ำ หรือเลือกนำไปสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน

“คอนเซ็ปต์ที่ทางมูลนิธแม่ฟ้าหลวงฯ พูดอยู่เสมอคือ ‘เราไม่ได้แยกคนออกจากป่า’ ชุมชนต้องอยู่ได้” สุดารัตน์ เน้นย้ำ

D2-54-Copy.jpg

สัมผัสวิถีชีวิต เรียนรู้ และลงสนามจริงกับผู้เชี่ยวชาญและปราชญ์ชาวบ้าน ผ่าน 5 ภารกิจหลัก

ทั้งนี้เหล่าอาสายังได้เรียนรู้เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญและปราชญ์ชาวบ้าน อาทิ ดร. เพชร มโนปวิตร นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ และนักอนุรักษ์แนวหน้าของประเทศไทย และ นางสาว สุดารัตน์ โรจน์พงศ์เกษม ผู้อำนวยการฝ่าย Nature-based Solutions มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น ผ่านห้องเรียนธรรมชาติและการลงปฏิบัติจริงในพื้นที่ พร้อมร่วมทำ 5 ภารกิจหลัก ได้แก่

• ภารกิจวิกฤตโลกรวน 101 เรียนรู้ปัญหาสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ผลกระทบต่อชีวิตและโลก พร้อมหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

• ภารกิจพลังธรรมชาติ การทำความเข้าใจถึงแนวทางแก้ปัญหาที่อิงธรรมชาติ เช่น การฟื้นฟูป่า การจัดการน้ำ และการใช้ระบบนิเวศลดภัยพิบัติ พร้อมสัมผัสพลังของธรรมชาติ

• ภารกิจ Climate Triforces การเรียนรู้ 3 กลไกรับมือวิกฤตและลงมือปฏิบัติจริง อาทิ การวางแปลงตัวอย่าง (Carbon Credit)

• ภารกิจอาสาป้องกันไฟ การลงพื้นที่ร่วมกับชุมชนเพื่อจัดการพื้นที่เสี่ยงไฟป่า ทั้งการกำจัดวัชพืช และการสร้างแนวกันไฟ

• ภารกิจนักสืบคาร์บอนในดิน การสำรวจผลกระทบทรัพยากรและการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเกษตร ร่วมกับการแลกเปลี่ยนความรู้กับชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่อง “รอยเท้าคาร์บอน” (Carbon Footprint) และวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตโลกเดือด

D2-1-Copy.jpg

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจ TCP โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ที่กลุ่มธุรกิจ TCP ตั้งเป้าหมายในการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 โดยตั้งเป้าปี 2573 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ลง 26% เทียบกับปีฐาน 2565

โดยการมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำนั้น กลุ่มธุรกิจ TCP มีกลยุทธ์ ดังนี้ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกกิจกรรม, เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและทรัพยากร, การเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานสะอาด, การพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ, การศึกษาการปลูกและฟื้นฟูป่าเพื่อเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์, การสร้างจิตสำนึกและความรู้ความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับพนักงาน

D3-73-Copy.jpg

“TCP Spirit ปีนี้เป็นปีที่ 8 เราพยายามทำประเด็นที่มันสำคัญๆ สำหรับสังคม ทั้งเรื่อง circular economy, คาร์บอน, น้ำ ตลอดเวลาที่ผ่านมาโครงการมีวิวัฒนาการที่ดีขึ้น สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นคือ เด็กรุ่นใหม่เขามีความรู้ ความสนใจ และมีพลัง ในเรื่องสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ของโลกใบนี้มากขึ้น TCP Spirit เราเน้นการทำจริง ให้มาเห็นจริงอยากสร้างองค์ความรู้ที่ชัดเจนให้กับคนรุ่นใหม่ ภาพที่ผมอยากเห็นคือ อยากเห็นน้องๆ อาสา เป็น chang agent ที่จะไปแพร่กระจายองค์ความรุ้ แนวคิด หรือแพชชั่น ให้คนรอบตัว ถ้าเขาจะไปทำงานสายความยั่งยืนเลยก็เพอร์เฟค” สราวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย