“อาบน้ำใหญ่” กระแสสังคมที่กลายเป็นไวรัลในช่วงนี้ ไม่ใช่แค่การอาบน้ำแบบปกติ แต่เพิ่มความใส่ใจในการทำความสะอาดร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
เทรนด์การดูแลสุขภาพร่างกายในทุกมิติ ได้รับความนิยมจากผู้คนทุกเพศ ทุกวัย นี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนให้มูลค่าของตลาดผลิตภัณฑ์อาบน้ำและบำรุงผิว (Bath & Body) มีการขยายตัวจนมีมูลค่าตลาดรวมมากกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท และยังมีแนวโน้มที่มูลค่าตลาดนี้เติบโตขึ้นทุกปี
นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ตลาดนี้ขยายตัวอาจมาจากการให้ความสำคัญในการเลือกผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคที่มีความต้องการในคุณสมบัติของสินค้ามากขึ้น บู๊ทส์ ประเทศไทย ที่มองประเด็นและเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค จึงปล่อยผลิตภัณฑ์อาบน้ำและบำรุงผิวภายใต้แบรนด์ Soap & Glory ที่มีกลิ่น Vanilla-licious มาเพิ่มสัดส่วนของตลาด
“พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และในช่วงเวลานี้ที่ #อาบน้ำใหญ่ กำลังกลายเป็นเทรนด์ เรามองว่าเทรนด์นี้สอดคล้องกับกลุ่มผลิตภัณฑ์บาธแอนด์บอดี้ แบรนด์ Soap & Glory ของเรา ซึ่งแบรนด์นี้มีกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ ที่มีเอกลักษณ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาบน้ำบำรุงผิวที่ให้ได้มากกว่าแค่ทำความสะอาด แต่ยังเติมความหอมติดผิว ซึ่งตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในไทยด้วยเช่นกัน” วรัญญา รัตนพิภพ ผู้จัดการแบรนด์ Soap & Glory ประเทศไทย ให้ข้อมูล
ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดนี้ที่มีผู้เล่นทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ Soap & Glory จึงนับเป็นอีกหนึ่งอาวุธสำคัญให้ บู๊ทส์ ประเทศไทย ในการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้น เพราะนี่คือหนึ่งใน Own Brand ที่สร้างยอดขายรวมได้ประมาณ 20% และ Soap & Glory คือหนึ่งในแบรนด์ที่ขายดีที่สุดในร้านบู๊ทส์ ประเทศไทย นอกจากนี้ สินค้าในกลุ่ม Bath & Body ก็เป็นสินค้าที่ทำรายได้ให้บู๊ทส์ได้สูงถึง 5% ของยอดขายรวม

จุดแข็งที่บู๊ทส์ ประเทศไทย มองว่า Soap & Glory มีครบ ทั้งกลิ่นที่น่าจะโดนใจผู้บริโภค คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ โดยเฉพาะกับลูกค้าที่เป็นสมาชิกบู๊ทส์ที่มีการแอคทีฟมากกว่า 2 ล้านคน จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 7 ล้านคน
“การเปิดตัวครั้งนี้ สะท้อนความตั้งใจของบู๊ทส์ ประเทศไทย ในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้บริโภค พร้อมตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำร้านค้าปลีกสุขภาพและความงาม ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทันสมัยและมีผลิตภัณฑ์ครบทุกความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่” สนมชนม์ จินานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด เสริม
แม้ว่าสัดส่วนของลูกค้าบู๊ทส์ในปัจจุบันจะเป็นผู้หญิงถึง 70% แต่ความพยายามของบู๊ทส์คือต้องการที่จะผลักดันให้แบรนด์มีความเป็น Unisex มากขึ้น ซึ่งเป้าหมายคือ การขยายฐานลูกค้า จากเดิมที่มีเพียงผู้หญิงซึ่งเป็นฐานใหญ่
ปัจจุบันผู้ชายเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกผลิตภัณฑ์ในการดูแลตัว เช่น สบู่ หรือครีมอาบน้ำ ที่มีความต้องการไปไกลกว่าแค่เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและระงับกลิ่นกาย เนื่องจากปัจจัยและค่านิยมในสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ชายต้องหันมาให้ความสำคัญในการดูแลตัวเองมากขึ้น เพื่อภาพลักษณ์ที่ดี ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ ความประทับใจของผู้คนรอบข้าง
แม้ว่าแบรนด์ Soap & Glory จะไม่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายโดยเฉพาะออกมา แต่แนวคิดที่จะผลักดันให้แบรนด์กลายเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ Unisex ได้ น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมกว่า
ด้านพรรณี ศานติวิวัฒน์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่า “ปัจจุบันลูกค้าหลักๆ ของบู๊ทส์ยังคงเป็นผู้หญิง ขณะที่สินค้าภายในร้านบู๊ทส์ในแต่ละสาขามีตั้งแต่ห้าพันถึงสองหมื่นรายการ ซึ่งค่อนข้างหลากหลาย เราจึงอยากเพิ่มสัดส่วนของกลุ่มเป้าหมายที่เป็น Unisex ให้มากขึ้น ไม่ว่าเพศไหน วัยไหน ก็ใช้สินค้าเราได้” พร้อมกันนี้ยังขยายความถึงแผนในอนาคตว่า
“ปัจจุบันสินค้า Own Brand มีสัดส่วนอยู่ที่ 20% และอีก 80% เป็นซัปพลายเออร์แบรนด์ที่นำเข้ามาจำหน่ายภายในร้าน เราพยายามจะเพิ่มสินค้าที่เป็น Own Brand ให้มากขึ้น ซึ่งในอนาคตคาดว่าน่าจะมีสินค้าที่เป็นของบู๊ทส์เพิ่มขึ้น จากผลตอบรับของสินค้า Own Brand ที่ลูกค้าเปิดรับ และเข้าใจว่าเราตั้งใจทำสินค้าที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม เพราะเราเข้าใจว่าลูกค้าเองมองหาสินค้าที่มีความคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย ซึ่งเราต้องตอบโจทย์ให้ได้ และนำเสนอประสบการณ์ในการเข้ารับบริการที่ดี ลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำ”
บู๊ทส์ มีสาขาในไทยจำนวน 250 สาขา และ 1,800 สาขาทั่วโลก ปีนี้และปีหน้าในประเทศไทยยังไม่มีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่ม แผนการที่วางไว้มีเพียงแค่การปรับปรุงสาขาเท่านั้น.