28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

สำรวจความคืบหน้า “อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์” เมื่อ 3 ยักษ์ใหญ่อสังหาฯ รวมพลัง

สำรวจความคืบหน้า “อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์” เมื่อ 3 ยักษ์ใหญ่อสังหาฯ รวมพลัง

p20-21-weekly-araya-01.jpg

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา แวดวงอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมมีข่าวใหญ่ซึ่งเรียกความสนใจจากตลาดได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

เมื่อบริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด ที่เกิดจากการร่วมทุนของ 3 ยักษ์ใหญ่ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมของไทย นำโดยบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ของกลุ่มเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ผนึกกำลังกับบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย จำกัด หรือ เอเชีย อินดัสเตรียล เอสเตท (ของ ชาลี โสภณพนิช แห่งธนาคารกรุงเทพ) เปิดตัวโครงการ “อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์” (ARAYA-The Eastern Gateway) เมืองอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าโครงการกว่า 2 หมื่นล้านบาท บนพื้นที่ 4,631 ไร่ บนถนนบางนา-ตราด กม. 32 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นที่ดินแปลงใหญ่ผืนท้ายๆ ของถนนบางนา-ตราด

หลังผ่านมาร่วม 7 เดือนนับจากการเปิดตัวครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ ล่าสุด บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด ออกมาเผยความคืบหน้าของโครงการ “อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์” ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง เพื่อตอกย้ำและเรียกความเชื่อมั่นว่า “อารยะ” มาจริงและพร้อมเดินหน้าต่อ

“อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์” เปิดตัวมาในฐานะ “The First Industrial Tech Ecosystem in Thailand” หรือระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม S-Curve ตัวโครงการครอบคลุมพื้นที่ 4,631 ไร่ บนถนนบางนา-ตราด กม. 32 จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ใกล้กรุงเทพฯ เพราะสามารถเชื่อมต่อพื้นที่เศรษฐกิจหลัก ได้แก่ CBD, ท่าเรือ, สนามบินสุวรรณภูมิ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้อย่างสะดวก พร้อมรองรับการขนส่งทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ

p20-21-weekly-araya-02.jpg

อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ เป็นมากกว่านิคมอุตสาหกรรม

กมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด เปิดเผยว่า โครงการ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ เป็นการขยายขอบเขตการเป็น “นิคมอุตสาหกรรม” เพราะภายในโครงการไม่ได้เพียงแค่จัดสรรพื้นที่เพื่อตอบโจทย์เรื่องธุรกิจ อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ เท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบวงจร ทั้งร้านอาหาร ร้านค้ารีเทล โซนที่อยู่อาศัยสำหรับบุคลากร ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยพร้อมดึงดูดบริษัทและนักลงทุนในหลากหลายธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมาโครงการ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ มีการดำเนินงานที่คืบหน้าและเป็นไปตามแผนที่วางไว้

“อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ คือระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรรูปแบบใหม่ ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย เราไม่ได้เพียงพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ แต่เรากำลังสร้างระบบนิเวศเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทย เป็นเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรม ภายใต้แนวคิดนี้จึงเป็นที่มาขององค์ประกอบสำคัญต่างๆ ภายในโครงการ ทั้งแคมปัสอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี, พื้นที่โลจิสติกส์, นิคมอุตสาหกรรมอารยะ โซนไลฟ์สไตล์และบริการ ที่อยู่อาศัย แบบครบถ้วนในที่เดียว เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

p20-21-weekly-araya-03.jpg

กมลกาญจน์ฉายภาพให้เห็นชัดขึ้นว่า ภายในโครงการ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ แบ่งการจัดสรรพื้นที่ออกเป็น 6 โซนหลัก ภายใต้แนวคิด “Industrial Tech Ecosystem” หรือ ระบบนิเวศด้านอุตสาหกรรมและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน ครอบคลุมเนื้อที่ 7,409,600 ตร.ม. ประกอบไปด้วย

1. Industrial Tech Campus มีการออกแบบพื้นที่ให้เป็นแคมปัสของบริษัทยักษ์ใหญ่โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง นวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา และศูนย์ข้อมูล (Data Centre) โดยเน้นสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

2. Logistics Park พื้นที่สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า ด้วยทำเลที่ตั้งที่เชื่อมต่อการคมนาคมขนส่งได้อย่างสะดวก จึงเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความคล่องตัวในการขนส่งสินค้าทั้งภายในและต่างประเทศ โดยมีพื้นที่ราวๆ 50-60 ไร่ ซึ่งกลุ่มเฟรเซอร์สจะเข้ามาบริหาร คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2569

3. ARAYA Industrial Estate (นิคมอุตสาหกรรมอารยะ) พื้นที่สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และตั้งอยู่ในพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IEAT) ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุนต่างๆ ตามนโยบายของภาครัฐ

4. Lifestyle & Amenities พื้นที่รีเทล ไลฟ์สไตล์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของโครงการ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ทำงานและอยู่อาศัยในโครงการ

5. Community Services Centre ศูนย์กลางในการให้บริการชุมชน และช่วยเหลือลูกค้าของโครงการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สวนสาธารณะ ลู่วิ่ง และสนามฟุตซอล

6. Residential Project เตรียมจัดสรรพื้นที่สำหรับพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้บริหาร ที่ทำงานในโครงการ และลูกค้าภายนอก ซึ่งทางฝั่งเฟรเซอร์สจะเป็นผู้ดำเนินงาน คาดว่าน่าจะได้เห็นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

p20-21-weekly-araya-04.jpg

จับมือพันธมิตรเสริมแกร่งโครงการ พร้อมดึงลูกค้ารายใหญ่

โครงการ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการประกาศเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมทั่วไปในราชกิจจานุเบกษา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ครอบคลุมพื้นที่โครงการที่ประกาศแล้วประมาณ 1,891 ไร่

อีกทั้งยังได้จับมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานภายในโครงการ ทั้งกลุ่ม ปตท. (PTT Group) ในการให้บริการโซลูชันด้านพลังงานผ่านการใช้ก๊าซธรรมชาติ และพันธมิตรรายใหญ่อย่าง เอไอเอส (AIS) มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและเครือข่ายดิจิทัลด้วยระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (5G/Fiber Optic) เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีอัจฉริยะ รวมถึงการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ที่ให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าทั้งในระบบ 115kV และ 24kV อย่างเสถียร เพื่อรองรับการดำเนินงานภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องไม่สะดุด ซึ่งกมลกาญจน์ย้ำว่า ไม่ใช่ทุกนิคมฯ ที่จะสามารถให้บริการไฟฟ้าได้ทั้ง 2 ระบบ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งด้านสาธารณูปโภคของโครงการอารยะฯ

ไม่เพียงเท่านั้น อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ยังเสริมจุดแข็งขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการยกระดับสู่การเป็น “นิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate)” แห่งแรกของประเทศไทย โดยพัฒนาโครงการภายใต้องค์ประกอบหลัก 7 ด้าน ได้แก่ Smart Facilities, Smart IT, Smart Energy, Smart Economy, Smart Governance, Smart Living และ Smart Workforce ผ่าน One-Stop Service Platform เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการพื้นที่และทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซับซ้อนของระบบต่างๆ ภายในโครงการ ซึ่งนี่จะเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ใช้ดึงดูดนักลงทุนในอนาคต

p20-21-weekly-araya-05.jpg

ทั้งนี้ มีการแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 เฟส ในเฟสแรก มีการก่อสร้างถนน 6 เลน (ด้านละ 3 เลน) ซึ่งเป็นถนนสายหลักเข้าโครงการไปแล้วมากกว่า 50% และจะเริ่มทำถนนเส้นรองต่างๆ โดยคาดว่าปลายปี 2569 จะสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคต่างๆ ได้ครบ ซึ่งในเฟสแรกมีพื้นที่ในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมสำหรับการขายราวๆ 1,444 ไร่ นอกจากนั้น ยังมีพื้นที่สำหรับทำโซลาร์ฟาร์มส่วนหนึ่ง เพื่อผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับลูกค้าในโครงการในอนาคต และถ้าเฟสแรกเป็นไปด้วยดีจะนำพื้นที่ที่เหลือมาพัฒนาในเฟส 2 ทั้งหมด

จากศักยภาพด้านทำเล โครงสร้างพื้นฐาน และแนวคิดการพัฒนา ทำให้ปัจจุบันอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ สามารถดึงลูกค้ารายใหญ่มาไว้ในมือเป็นที่เรียบร้อย ที่มีการเซ็นสัญญาไปแล้วและเปิดเผยรายชื่อได้ อย่างเช่น บริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ แมนูแฟคเชอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (IFMT) ผู้นำด้านเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก และผู้ค้าปลีกรายใหญ่ระดับภูมิภาค มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. (ประเทศไทย) - MR. D.I.Y. ซึ่งทั้ง 2 บริษัทถือเป็นองค์กรขนาดใหญ่ และต้องการพื้นที่ราวๆ 100 ไร่ต่อราย อันเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของอารยะฯ

p20-21-weekly-araya-06.jpg

ไม่เพียงลูกค้า 2 รายใหญ่นี้เท่านั้น ยังมีผู้สนใจที่อยู่ในขั้นตอนการเจรจาอีก 2-3 ราย ซึ่งล้วนเป็นรายใหญ่ทั้งสิ้น มีตั้งแต่ โลจิสติกส์พาร์ค, เซมิคอนดักเตอร์ และกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์

“คาแรกเตอร์ของโครงการนี้ไม่เหมือนที่อื่น เพราะเราขายล็อตใหญ่ ลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องการพื้นที่ขนาด 50-100 ไร่ ที่อื่นเขาอาจขายกัน 3-10 ไร่ แต่เราต้องการลูกค้าที่ต้องการมาอยู่กับเรายาวๆ 20-30 ปี และมาพร้อมซัปพลายเชนของเขา เพราะอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่อุตสาหกรรม แต่คือฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมไทย เราเชื่อมั่นในบทบาทของเราในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน เชื่อมต่อทุกภาคส่วน ตั้งแต่เทคโนโลยีขั้นสูงไปจนถึงคุณภาพชีวิตของผู้คน และพร้อมเป็นประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ให้กับนักลงทุนที่มองไกลกว่าความสำเร็จระยะสั้น”

โดยโครงการฯ จะเริ่มโอนที่ดินให้ลูกค้าล็อตแรกต้นปี 2569 ส่วนเป้าของปีนี้ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ตั้งเป้าขายพื้นที่ไว้ราวๆ 300-400 ไร่ ซึ่งถ้าดูจากลูกค้ารายใหญ่ทั้ง 2 เจ้าข้างต้น บวกกับที่ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาที่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะสามารถปิดการขายได้แล้ว ก็คงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับอารยะฯ ที่จะบรรลุเป้าที่วางไว้ได้.