12 ส.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

ศุภชัย เจียรวนนท์ นายกฯ GCNT ผลักดันธุรกิจไทยสู่ความยั่งยืน

การพัฒนาโลกหลังปี 2015 ที่ทุกหน่วยงาน องค์กรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ คือการสร้างความยั่งยืน ทั้งในมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม…

ศุภชัย เจียรวนนท์ นายกฯ GCNT ผลักดันธุรกิจไทยสู่ความยั่งยืน

การพัฒนาโลกหลังปี 2015 ที่ทุกหน่วยงาน องค์กรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ คือการสร้างความยั่งยืน ทั้งในมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สันติภาพ สถาบัน และหุ้นส่วนการพัฒนา กระทั่งกลายเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของประชากรโลก โดยเฉพาะภาคธุรกิจซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าสู่เป้าหมาย

องค์กรธุรกิจในทุกแวดวงต่างให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในด้านต่างๆ และยังบรรจุเป็นนโยบายหลักของธุรกิจ เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ศุภชัย เจียรวนนท์ นอกจากจะมีบทบาทความเป็นผู้นำด้านธุรกิจแล้ว ยังเป็นนายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand: GCNT) เป็นหนึ่งในเครือข่ายท้องถิ่นของ UN Global Compact เครือข่ายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

นายกสมาคม GCNT ได้แสดงแนวคิดการผลักดันภาคธุรกิจสู่ความยั่งยืนในทุกมิติใน งาน GCNT Expo 2025 ซึ่งเป็นงานที่รวมพลังภาคธุรกิจ คนรุ่นใหม่ ได้แสดงออกถึงแรงบันดาลใจ แนวคิดในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความยั่งยืนในมิติต่างๆ ในงานนี้

“โลกและประเทศไทยกำลังเข้าใกล้จุดวิกฤต เราเหลือเวลาอีกเพียง 5 ปีในการบรรลุเป้าหมาย SDGs 2030 ขณะนี้ทั้งโลกบรรลุได้เพียงร้อยละ 18 ของเป้าหมายทั้งหมด และเรากำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัล ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น และบทบาทของเทคโนโลยีที่เข้ามาแทนที่แรงงาน ได้เสนอ 7Ts หมุดหมาย สำหรับประเทศไทยเพื่อตอกย้ำปัจจัยหลักที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของเราต่อไป” ศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด

7Ts ครอบคลุมความยั่งยืนทั้ง 7 ด้าน ได้แก่

1. Table อุตสาหกรรมอาหาร-สร้างความมั่นคงทางอาหารให้ประชากรโลก

2. Tourism การท่องเที่ยว-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

3. Tech เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน-ใช้นวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

4. Trade การค้า การบริการ การขนส่ง การเงิน-ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจที่เปิดกว้าง เป็นธรรมและทั่วถึง

5. Talent การพัฒนาทุนมนุษย์-ลงทุนในคน โดยเฉพาะเยาวชน

6. Transition การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ-เดินหน้าสู่เศรษฐกิจสีเขียว คาร์บอนต่ำ และยืดหยุ่น

7. Trust การสร้างความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาล-เสริมสร้างความไว้วางใจในระบบเศรษฐกิจและสังคม

ศุภชัย เสริมว่า “หน่วยงานภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการผลักดันความยั่งยืน สำนักงาน ก.ล.ต. ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูลด้าน SDGs ของบริษัทจดทะเบียนกว่า 200 แห่ง ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกที่จะช่วยกระตุ้นให้ภาคเอกชนร่วมกันขับเคลื่อนมากขึ้น และยังเตรียมขยายผลจากบริษัทจดทะเบียนไปสู่บริษัทไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วย นอกจากนี้ การส่งเสริม Digital ID มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน เช่น การส่งเสริมระบบการเงินแบบไร้เงินสด (Cashless Society) และการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาส

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การลงทุนในคน เพราะการพัฒนาคนต้องใช้เวลา แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด เราจึงต้องส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เช่น การจัดตั้ง Learning Center ที่นำ SDGs มาผนวกเข้ากับการเรียนรู้ผ่านแนวคิด SDGs Glow ทั้ง 17 ข้อ เพื่อปลูกพลัง Soft Power ให้คนรุ่นใหม่และสังคมไทย”

ปัญหาการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นหนึ่งในความยั่งยืนด้านสันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง SCGs ข้อที่ 16 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในโลกปัจจุบัน ซึ่งนายกสมาคม GNCT มองว่า

“เรายังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย พลิกทุกวิกฤตให้เป็นโอกาส ขจัดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูความเชื่อมั่น เปลี่ยนผ่านไปสู่โลกที่ยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อส่งต่อโลกที่ดีกว่าให้กับลูกหลานของเราต่อไป”

ในขณะที่ ซานดา โอเจียมโบ ผู้อำนวยการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร UN Global Compact (UNGC) ให้ข้อมูลว่า บทบาทขององค์กรภายใต้กรอบความร่วมมือด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2543) ด้วยพันธกิจในการสร้างตลาดโลกที่มีจริยธรรม ครอบคลุม และยืดหยุ่น โดยปัจจุบันมีองค์กรธุรกิจเข้าร่วมแล้วกว่า 20,000 แห่งจาก 160 ประเทศทั่วโลก รวมถึงภาคธุรกิจไทยกว่า 130 องค์กร ที่ร่วมขับเคลื่อนแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต อย่างต่อเนื่อง

“แม้จะมีความก้าวหน้าอย่างน่าชื่นชม แต่โลกในวันนี้ยังคงเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเหลื่อมล้ำที่ขยายตัว และวิกฤตสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายในปี 2030 UN Global Compact ยังคงยึดมั่นในความเชื่อว่า เมื่อธุรกิจรวมพลังกันอย่างเป็นระบบ และสร้างความร่วมมือข้ามภาคส่วน อาทิ ภาครัฐ สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา เยาวชน และภาคประชาสังคม ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่จับต้องได้ในระดับโลก”

ทั้งนี้ UNGC ยังคงยืนยันพันธกิจในการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจทั่วโลก เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืน มีความหวัง และครอบคลุมสำหรับทุกคน พร้อมเปิดกว้างให้ภาคีใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง.