28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

NIA-สวทช. พร้อมหนุน นวัตกรรมแพทย์ เมดอินไทยแลนด์

NIA-สวทช. พร้อมหนุน นวัตกรรมแพทย์ เมดอินไทยแลนด์

99092475-68cc-42d6-8fa7-859105f9cbfd.jpg

อีกหนึ่งงานแสดงสินค้าด้านสุขภาพ เครื่องมือแพทย์ นวัตกรรมการแพทย์ในไทย คือ MEDICAL FAIR THAILAND 2025 คือ เวทีสำหรับสตาร์ทอัปและผู้ประกอบการ SME ไทยจะได้เข้าร่วมแสดงศักยภาพและโชว์ของ

“นวัตกรรมการแพทย์ขั้นสูงเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่มีส่วนช่วยทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิต การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจระดับสูง และสอดคล้องกับเป้าหมายของภาครัฐในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ” ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าว พร้อมขยายความว่า

“เราเป็นผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม ส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมของประเทศ และจากแนวโน้มที่เป็นไปในทิศทางบวก NIA จึงเห็นโอกาสของกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ไทยซึ่งพบว่าจะได้อานิสงส์มากขึ้นจากการเป็นทั้งผู้ผลิตเพื่อใช้ในประเทศ และการสร้างแบรนด์นวัตกรรมไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยหัวใจสำคัญคือ การยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ของไทยให้มีศักยภาพในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการกำหนดมาตรฐานนวัตกรรมทางการแพทย์ระดับภูมิภาค

Deep Tech ด้านการแพทย์ เช่น ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการวินิจฉัย (AI Diagnostics) เทคโนโลยีจีโนมิกส์ (Genomics) หุ่นยนต์ทางการแพทย์ (Medical Robotics) และวัสดุทางชีวภาพขั้นสูง (Advanced Biomaterials) เป็นเทคโนโลยีที่มีอัตราการเติบโตสูงทั่วโลก และกำลังกลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างของประเทศที่สามารถพัฒนาได้เอง ทั้งนี้ หากไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง จะไม่เพียงช่วยลดการนำเข้า แต่ยังจะทำให้ผู้ประกอบการไทยมีบทบาทมากขึ้นในภูมิภาค เพราะไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีฐานบุคลากรทางการแพทย์ ระบบสุขภาพ องค์ความรู้ และการเข้าถึงกลุ่มประชากรที่หลากหลาย ทรัพยากรอันทรงพลังเหล่านี้จะทำให้อุตสาหกรรมการแพทย์เติบโตได้อีกด้วย”

a6088dbe-2a8b-4070-97e4-27327f23951c.jpg

NIA ส่งเสริมเทคโนโลยีเชิงลึกด้านการแพทย์ภายใต้แนวคิด 4G ได้แก่ Groom การสร้างย่านนวัตกรรมด้านการแพทย์เพื่อจุดประกายแนวทางการสร้างนวัตกรรม และการทดสอบการใช้งานในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีย่านนวัตกรรมการแพทย์ 4 แห่ง แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 2 แห่ง ได้แก่ ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธีและย่านนวัตกรรมการแพทย์ ศิริราช จังหวัดเชียงใหม่ 1 แห่ง ได้แก่ ย่านนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก และจังหวัดขอนแก่น 1 แห่ง ได้แก่ ย่านนวัตกรรมการแพทย์กังสดาล ส่งต่อด้วย Grant การสนับสนุนเงินทุนพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมทางการแพทย์ผ่านกลไกในหลากหลายรูปแบบเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ Growth ด้วยโปรแกรมเร่งสร้างการเติบโตด้านการแพทย์ ‘Spear H’ ที่จะขยายผลต่อยอดการลงทุน และสามารถออกสู่ตลาดต่างประเทศ Global และสร้างแบรนด์นวัตกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก เช่น การเข้าร่วมงาน Medical 2024 ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ที่ถือเป็นตลาด MedTech ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและอยู่ในระดับต้น ๆ ของโลก

“เพื่อให้สตาร์ตอัปและเอสเอ็มอีไทยกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์มีโอกาสขยายตลาดมากขึ้น ในปีนี้ NIA จึงได้ร่วมกับ บริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย และภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน นำสตาร์ตอัปภายใต้การสนับสนุนของ NIA จำนวน 8 ราย เข้าร่วม MEDICAL FAIR THAILAND 2025 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่ไม่เพียงเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปไทยได้นำเสนอนวัตกรรมให้ตรงกับความต้องการของตลาดเป้าหมาย แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมให้เข้าถึงเครือข่ายพันธมิตรด้านการแพทย์ระดับภูมิภาค พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และโมเดลธุรกิจ ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแพทย์ไทยอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนสำคัญที่จะสะท้อนความแข็งแกร่งของระบบนวัตกรรมการแพทย์ไทย และส่งเสริมให้เกิดการใช้แบรนด์ไทยที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น” ดร.กริชผกา อธิบาย

3f34be76-349b-42db-bb7f-378b60039447.jpg

ประเทศไทยยังคงมีการพึ่งพาการนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยีจากต่างประเทศในมูลค่าสูงถึง 6 หมื่นล้านบาทต่อปี สาเหตุสำคัญในอดีตคือการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) ในอัตราต่ำ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนไอเดียหรือบุคลากรที่มีความสามารถเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย การสนับสนุนที่ยังไม่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างเต็มที่

“ในฐานะหน่วยงานหลักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ สวทช. จึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเชิงลึก (Upstream R&D) เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชน มุ่งสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สามารถยกระดับศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) ของภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องมือแพทย์” รศ.ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ (สวทช.) กล่าว

ปัจจุบัน สวทช. มีฐานข้อมูลองค์ความรู้และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสาขาการแพทย์และสุขภาพกว่า 700 เรื่อง ครอบคลุมตั้งแต่งานวิจัยด้านวัสดุชีวภาพ (biomaterials), อุปกรณ์ฝังร่างกาย (implants), เทคโนโลยีการวินิจฉัยและตรวจโรค, ไปจนถึงเทคโนโลยีชีวภาพและเวชศาสตร์ฟื้นฟู งานวิจัยจำนวนมากพร้อมถ่ายทอดสู่ภาคเอกชนเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ ตัวอย่างเช่น M-Bone ‘วัสดุทดแทนกระดูกสำหรับปลูกถ่ายในร่างกายมนุษย์’ ซึ่งเป็นวัสดุทดแทนกระดูกชนิดแรกของประเทศไทยที่ได้มาตรฐานสากล ช่วยลดการนำเข้าวัสดุปลูกกระดูกจากต่างประเทศได้มากกว่าร้อยล้านบาทต่อปี

“สวทช. ไม่ได้หยุดอยู่แค่การพัฒนาเทคโนโลยีในห้องปฏิบัติการ แต่ยังมุ่งสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อถ่ายทอดผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ระบบสุขภาพยุคใหม่ โดยเฉพาะในบริบทของสังคมผู้สูงอายุ การแพทย์เฉพาะบุคคล และระบบสุขภาพเชิงป้องกัน รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่สอดรับกับเทรนด์ใหม่ เช่น IoT, 5G, AI และ Machine Learning เวที MEDICAL FAIR THAILAND 2025 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการและสตาร์ทอัปไทยต่อสายตานานาชาติ สวทช. พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องมือการแพทย์ของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลก” รศ.ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ เสริม.