28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

10 ปี Matara สลัดภาพจำของ “ไข่มุก” เมื่อคนรุ่นใหม่พาแบรนด์ไทยก้าวสู่สากล

10 ปี Matara สลัดภาพจำของ “ไข่มุก” เมื่อคนรุ่นใหม่พาแบรนด์ไทยก้าวสู่สากล

p20-21-weekly-matara-01-1.jpg

“ไข่มุก” ถือเป็นหนึ่งในเครื่องประดับชิ้นโปรดของผู้หญิงหลายๆ คน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สำหรับอีกหลายๆ คนยังมีภาพจำของไข่มุกว่าเป็นเครื่องประดับของคนมีอายุ หรือใส่แล้วทำให้ดูมีอายุ แต่ภาพจำเหล่านี้กลับเป็นแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง “จงจินต์ จึงสุระ” และเพื่อนสนิทอีก 2 คน จับมือกันสร้างแบรนด์ “Matara” แบรนด์เครื่องประดับไข่มุกที่ต้องการสลัดภาพจำเดิมๆ และทำให้ไข่มุกเป็นเครื่องประดับที่ใครๆ ก็สวมใส่ได้

ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น แบรนด์มธราเกิดขึ้นจาก 3 เพื่อนสนิทสมัยเรียน จงจินต์ จึงสุระ, สาลิล อันธพันธ์ และ พัชชาพลอย เมธารุ่งสมบัติ ที่มีโอกาสร่วมกันทำเสื้อการกุศลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อปี 2554 โดยนำเงินที่ได้ไปบริจาคให้กับสภากาชาดไทย จากการรวมกลุ่มในครั้งนั้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้ง 3 คน ตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกัน ประกอบกับความชื่นชอบในเครื่องประดับ “ไข่มุก” ของจงจินต์ จึงเกิดเป็นไอเดียให้เธอชักชวนเพื่อนๆ มาทำแบรนด์เครื่องประดับไข่มุกภายใต้ชื่อ “Matara”

“เรา 3 คนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยมที่โรงเรียนเซนต์ฟรังฯ แล้วก็เข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเหมือนกันแต่คนละคณะ ตอนเรียนจบมาแรกๆ เป็นช่วงน้ำท่วม ข่าวที่ออกมาแต่ละวันก็ไม่ค่อยดีเท่าไร เราเลยอยากสร้างเรื่องดีๆ ขึ้นมา จึงรวมตัวกันทำเสื้อออกมาขายเพื่อไปช่วยน้ำท่วม อาทิตย์เดียวได้เงินมา 3 หมื่นกว่าบาท หลังจากนั้นก็เลยมองหน้ากันแล้วคิดว่าทำธุรกิจด้วยกันได้แล้ว มันไปด้วยกันได้ เพราะตอนทำเสื้อมันก็ไม่ง่าย” จินต์-จงจินต์ จึงสุระ ผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มธรา (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Matara กล่าวกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” พร้อมเล่าถึงที่มาเพิ่มเติมว่า

Jongjin-Jungsura-Srichaiyongpanich-Copy.jpg

“ประกอบกับส่วนตัวจินต์เป็นคนชอบไข่มุก เห็นคุณแม่ใส่มุกมาตั้งแต่เด็กๆ รู้สึกว่าสวย หันไปเจอผู้หญิงคนไหนที่ใส่มุกก็จะชอบ ดูสวย ดูดี แล้วชอบแบรนด์ชาแนลมากเพราะชอบดีไซน์ จินต์เชื่อว่าทุกคนรู้ว่าไข่มุกมันมีคุณค่า มันมีเอกลักษณ์ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะใส่ เพราะมันใส่ยาก ใส่แล้วดูแก่ จะทำยังไงให้คนรุ่นใหม่อย่างจินต์รู้สึกอยากใส่มุก เลยต้องกลับไปมองแบรนด์ระดับโลกอย่างชาแนล ทำไมคนถึงอยากใส่ เราก็หันมาคุยกับเพื่อนว่ามันมีช่องว่างทางการตลาด ยังไม่มีแบรนด์ไหนที่ทำหน้าตาที่ให้ความรู้สึกเหมือนชาแนล น่าสวมใส่แต่เป็นมุกแท้ เพราะฉะนั้นเราต้องการออกนอกกรอบ ซึ่งกลายเป็นที่มาของการก่อตั้ง Matara แบรนด์เครื่องประดับมุกแท้ ดีไซน์ทันสมัย และสามารถขายในราคาที่ชนกับชาแนล”

Matara (มธรา) ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 ในฐานะแบรนด์เครื่องประดับมุกแท้ที่ต้องการสลัดภาพจำเดิมๆ ของเครื่องประดับไข่มุกให้ทันสมัยขึ้น เพื่อทำให้ไข่มุกกลายเป็นเครื่องประดับที่คนทุกวัยและทุกไลฟ์สไตล์สามารถสวมใส่ได้อย่างมั่นใจในทุกวัน โดยชื่อแบรนด์ก็นำมาจากนามสกุลของผู้ก่อตั้งทั้งสามคนมารวมกันนั่นเอง

p20-21-weekly-matara-03.jpg

“ไข่มุก” ไม่แก่ แต่ดูเก๋

Matara ถือเป็นแบรนด์คลื่นลูกใหม่ของวงการเครื่องประดับไข่มุกที่น่าจับตา ด้วยจุดเด่นที่คุณภาพของไข่มุกทั้งมุกน้ำจืดและมุกน้ำเค็มระดับพรีเมียมที่ทางแบรนด์ไปเสาะหามาจากทั่วโลก รวมถึงดีไซน์ที่ร่วมสมัยออกนอกกรอบและสลัดภาพจำเดิมๆ ของไข่มุก เพื่อให้เป็นดีไซน์ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ บวกกับฝีมือที่ประณีตของช่างฝีมือชาวไทย ทำให้ Matara สามารถสร้างชื่อเสียงได้อย่างรวดเร็วและก้าวสู่ร้านค้าระดับโลกถึง 4 แห่ง ภายในระยะเวลาอันสั้น

ปี 2558 Matara ประสบความสำเร็จจากการบินลัดฟ้าไปเปิดตัวที่ลอนดอน และเป็นจุดเริ่มที่ทำให้แบรนด์เริ่มขยายตลาดสู่ระดับสากล ทั้ง ปารีส นิวยอร์ก ฮ่องกง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังขยายตลาดกว้างขึ้นไปอีกขั้น เมื่อได้จับมือกับ S. Maneephand หนึ่งในผู้ผลิตเครื่องประดับชั้นนำของเอเชีย ที่กลายเป็นคู่หูผู้ทรงพลังที่ได้ร่วมกันออกแบบชิ้นงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เมื่อไข่มุกและเพชรแท้มาอยู่คู่กันในคอลเลกชัน “Matara Fine Jewelry” ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างดี ทำให้ Matara เติบโตในวงการเครื่องประดับมาอย่างต่อเนื่อง และขึ้นแท่นแบรนด์ระดับไฮเอนด์

250711-Images-m-41-Copy.jpg

“เราสร้างกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างเฉพาะที่รู้สึกว่าใส่แล้วคุ้มค่ากว่าที่จะไปซื้อแบรนด์ระดับโลก สามารถสร้างกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบไข่มุกอยู่แล้ว และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มหันมาสนใจไข่มุก อันที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Matara เราดีไซน์โดยซ่อนมุกอยู่ข้างในตะกร้อที่ทำมาครอบมุกไว้ เรียกว่าออกนอกกรอบไข่มุกเลย เพื่อตอบโจทย์คนที่ไม่ได้อยากใส่มุกจ๋าๆ ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นดีไซน์ซิกเนเจอร์ที่คนชื่นชอบ”

โดยในช่วงแรก Matara ใช้วิธีการขายผ่านช่องทางอินสตาแกรม ตลาดต่างๆ ตามมาด้วยการเปิดร้านป๊อปอัปในห้างสรรพสินค้าอย่าง เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และสยามพารากอน อยู่ราวๆ 2 ปี กระทั่งโควิด-19 ระบาด ทำให้ต้องปิดร้านป๊อปอัปในห้างสรรพสินค้าและย้ายไปเปิดร้านในโรงแรมระดับ 5 ดาวแทน โดยเปิดที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล และโรงแรมเพนนินซูลา ก่อนที่ในปี 2565 จะย้ายมาเปิดร้านที่ เกษรวิลเลจ โดยมาพร้อม Pearl Bar จิวเวลรีบาร์แห่งแรกของแบรนด์ที่รวบรวมไข่มุกหลากหลายขนาดและสีไว้ในที่เดียว

“เมื่อก่อนเราไม่ค่อยเชื่อเรื่องการอยู่ที่ไหนยาวๆ เพราะรู้สึกว่าการเป็นป๊อปอัปมันทำให้เกิดไดนามิกมากกว่า แต่พอโควิด-19 ระบาดทำให้ต้องปิดร้านที่ห้างและไปเปิดในโรงแรม ซึ่งลูกค้าจะเป็นอีกกลุ่มหนึ่งเลย เราเปิดร้านอยู่ที่แมนดาริน โอเรียนเต็ล อยู่ 2 ปี แล้วย้ายไปเพนนินซูลาอีก 3 ปี ก่อนที่จะมาเปิดที่เกษรวิลเลจ ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี”

250711-Images-m-271.jpg

แบรนด์จิวเวลรีสัญชาติไทย ที่คนดังระดับโลกเลือกใส่บนพรมแดง

นอกจากความต้องการที่จะทำให้เครื่องประดับไข่มุกเข้าไปอยู่ในใจของคนรุ่นใหม่แล้ว อีกหนึ่งเป้าหมายหลักของผู้ก่อตั้ง Matara คือการพาแบรนด์ไทยก้าวสู่สากล ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากขวบปีแรกที่จงจินต์และเพื่อนสามารถพาไข่มุกแบรนด์ Matara บุกร้านค้าระดับโลกถึง 4 แห่งได้สำเร็จ และยังเดินหน้าพาคอลเลกชันใหม่ๆ ไปเปิดตัวในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2565 Matara ยังเป็นที่จับจ้องมากขึ้นไปอีก เมื่อ Thassia Naves เซเลบริตี้สาวชาวบราซิล และ Jessica Wang อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเลือกสวมใส่เครื่องประดับมุกจากแบรนด์ Matara เดินพรมแดงในอีเวนต์ใหญ่แห่งปี “Cannes Film Festival 2022” หรือ เทศกาลหนังเมืองคานส์ 2022 ถัดมาอีกหนึ่งปี Matara ได้อวดโฉมในงานใหญ่อีกครั้ง เมื่อแร็ปเปอร์สาวระดับโลก Cardi B ปรากฏตัวบนพรมแดงในงาน Met Gala 2023 พร้อมเครื่องประดับจากแบรนด์ Matara เช่นกัน นั่นทำให้แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติไทยแบรนด์นี้เป็นที่รู้จักในระดับสากลมากขึ้นตามลำดับ

p20-21-weekly-matara-01.jpg

ล่าสุด Matara ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ระดับสากลขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการจับมือกับศิลปินระดับโลกชาวยูเครน “Anna Chekh” เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “Shadow Man Collection” ผลงานที่ผสานงานประติมากรรม สัญลักษณ์และงานฝีมือเข้าไว้ด้วยกัน สร้างบทใหม่ของเครื่องประดับสู่การเป็นศิลปะที่สวมใส่ได้

“Anna Chekh” (อันนา เชค) เป็นศิลปินร่วมสมัยชาวยูเครน ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ประเทศไทย ผลงานศิลปะของเธอครอบคลุมหลากหลายสาขา ทั้งประติมากรรม จิตรกรรม ศิลปะจัดวาง และสื่อดิจิทัล สะท้อนเรื่องราวทางอารมณ์ จิตวิทยา และสังคมผ่านมุมมองที่ทันสมัย ผลงานชิ้นหนึ่งที่โดดเด่นที่สุดของอันนา คือ “Shadow Man” ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์ภายในที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังใบหน้าของผู้คนในสังคมที่ซับซ้อน ที่ผ่านมาผลงานของศิลปินสาวชาวยูเครนคนนี้เคยจัดแสดงในสถานที่จัดแสดงระดับนานาชาติ เช่น Venice Biennale (2024), Carrousel du Louvre (ปารีส), DIFC Sculpture Park (ดูไบ) และ Tokyo Tower มาแล้ว

สำหรับคอลเลกชัน “Shadow Man Collection” ใช้เวลากว่า 3 เดือนจึงจะแล้วเสร็จ โดยจุดเด่นของคอลเลกชันนี้คือการผสมผสานระหว่าง “ศิลปะ” กับ “เครื่องประดับ” ทุกชิ้นทำจากเงินแท้ 925 และตกแต่งด้วยไข่มุกแท้ ออกแบบให้เหมือนงานประติมากรรมขนาดเล็กที่สามารถสวมใส่ได้

“Shadow Man Collection” เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Art Nights ในย่าน Dubai International Financial Centre (DIFC) ของดูไบ แหล่งรวมงานศิลปะและแฟชั่นระดับโลก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากนักสะสมที่ชื่นชอบผลงานของอันนา และผู้ที่ชื่นชอบในผลงานชุดนี้

p20-21-weekly-matara-02.jpg

“คอลเลกชันนี้ยากมาก เพราะมีเรื่องราวที่ชิ้นงานต้องการสื่อทั้งเรื่องครอบครัว สังคม ตอนนี้ชาวยูเครนก็ไม่ได้ใช้ชีวิตง่าย ทั้งหมดมันหล่อหลอมให้อันนาเป็นศิลปินที่ positive มากๆ เราใช้เวลาอยู่ 3 เดือน ใช้ช่างฝีมือชาวไทยทั้งหมดจนแล้วเสร็จ เป็นการทำงานครั้งแรกที่ใกล้ชิดกับศิลปินที่มีแพชชั่นในงาน เขารักใน shadow man ของเขา เปิดตัวครั้งแรกที่ดูไบ ซึ่งจินต์ต้องขอบคุณเขามากๆ เพราะมันเป็นการเปิดตัวที่ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเราก่อน แต่เป็นการเปิดตัวในกลุ่มแฟนคลับของอันนา ไปถึงปุ๊บ ลูกค้าเขาชอบ คนดูไบทั้งผู้หญิงผู้ชายซื้อหมดเลย หลังจากนั้นเดือนกรกฎาคมจึงมาเปิดตัวที่ไทย เราอยากสร้าง impact มากกว่าเรื่องของจิวเวลรี ไม่ใช่บอกสวยแล้วจบ แต่คาดหวังให้คนรู้จักชื่อ Matara และ Anna ในฐานะผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงและมุมมองใหม่ให้กับจิวเวลรี”

p20-21-weekly-matara-05.jpg

นอกจากอันนาแล้ว ที่ผ่านมา Matara ยังทำงานร่วมกับศิลปินและดีไซเนอร์อีกหลายคน เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับเครื่องประดับไข่มุก ทั้งศิลปินชาวฝรั่งเศส, กีต้าร์-ปฏิญญา เกี่ยวข้อง เป็นต้น โดยปัจจุบัน Matara มีเครื่องประดับมากกว่า 30 คอลเลกชัน ตั้งแต่ไข่มุกไปจนถึงเพชร

“ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราเรียนรู้ทุกวัน จากเด็กที่ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร มีแค่ความฝันที่อยากจะทำแบรนด์เพราะความชื่นชอบไข่มุก มาสู่โลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น คิดถึงลูกค้ามากขึ้น เปลี่ยนมุมมองในการนำเสนอ Matara ที่ลึกยิ่งขึ้น เมื่อก่อนเรามองว่าต้องไปต่างประเทศ ต้องไปไกล เราก็บรรลุเป้านั้นเป็นขั้นๆ มา แต่ตอนนี้อยากให้ Matara เป็น top of mind ที่ไม่ใช่เฉพาะในเมืองไทยแต่เป็นระดับโลก และเป็นแบรนด์ที่เป็นมิตรกับทุกคน ถ้าเดินมาที่ร้าน Matara เราพร้อมที่จะบอกเรื่องของมุกให้คุณฟัง โดยที่ไม่จำเป็นต้องซื้อ” จงจินต์ จึงสุระ แห่ง Matara กล่าวทิ้งท้าย.