14 ก.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

ตลาดคอนโดฯ แพนิก รื้อมาตรฐานก่อสร้าง Pet Lover ต้องมา

กรณีเหตุแผ่นดินไหวศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา ขนาด 8.2 ลึก 10 กิโลเมตร ช่วงบ่ายวันที่ 28 มีนาคม ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย 57 จังหวัด…

ตลาดคอนโดฯ แพนิก รื้อมาตรฐานก่อสร้าง Pet Lover ต้องมา

กรณีเหตุแผ่นดินไหวศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา ขนาด 8.2 ลึก 10 กิโลเมตร ช่วงบ่ายวันที่ 28 มีนาคม ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย 57 จังหวัด และร้ายแรงที่สุด คือ โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พังถล่ม มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงอาคารสูงหลายแห่งในกรุงเทพฯ เกิดรอยแตกร้าว ซึ่งนี่คือจุดเปลี่ยนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำท่าจะพลิกฟื้นดีขึ้น

โดยเฉพาะยอดการร้องเรียนความเสียหายคอนโดฯ และบ้านร้าว เพียง 3 วันแรกหลังเกิดเหตุ ยอดสะสมพุ่งไปมากกว่าเกือบ 1 หมื่นราย และเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลายคนยังกล้าๆ กลัวๆ กับการกลับเข้าห้องพัก กลับเข้าทำงานในอาคาร แม้มีการยืนยันจากภาครัฐและบริษัทอสังหาริมทรัพย์

อย่างเช่น นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN กล่าวว่า การก่อสร้างอาคารสูงทุกอาคารในประเทศไทยหลังปี 2550 ต้องก่อสร้างตามมาตรฐานการก่อสร้างเพื่อรองรับแผ่นดินไหว ทำให้อาคารสูงทั้งคอนโดมิเนียมและอาคารสำนักงานไม่พังลง เกิดความเสียหายในวงจำกัด ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบกรณีแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในประเทศไทย

แน่นอนว่า บริษัทอสังหาริมทรัพย์ย่อมต้องรีบพลิกฟื้นความเชื่อมั่นอย่างเร่งด่วน หลังพยายามเพิ่มแรงส่งกระตุ้นตลาดทุกวิถีทางเข้าใกล้เป้าหมาย ดูจากผลการจัดงาน 4 วัน มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 เมื่อวันที่ 20-23 มีนาคมที่ผ่านมา สามารถทุบทุกสถิติ ตั้งแต่ยอดลงทะเบียนล่วงหน้าทะลุ 10,000 คนก่อนเปิดงาน ยอดผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นถึง 30% และยอดจองทะลุ 12,000 ล้านบาท โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมครองแชมป์ยอดจองสูงสุด คิดเป็น 60% ของยอดขายทั้งหมด สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยในระดับสูง

นอกจากนั้น กรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศผ่อนปรนมาตรการ LTV (Loan-to-Value) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ระยะเวลา 1 ปี 2 เดือน ถือเป็นสัญญาณบวกที่สามารถกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ดีขึ้น โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ซึ่งภาพรวมอุปทานการเปิดขายใหม่ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 ปรับตัวดีขึ้นชัดเจนอยู่ที่ 5,509 ยูนิต ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า 67.54% คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวม 23,850 ล้านบาท

ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด ระบุว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดถือเป็นปัจจัยลบสำคัญที่มีผลกระทบต่อภาพรวมตลาดคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ ปีนี้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีอุปทานรอการขายในตลาดสูงกว่า 458,390 ล้านบาท การเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจะส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลในหมู่ผู้บริโภคเกี่ยวกับความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร โดยเฉพาะอาคารสูงที่มีโครงสร้างซับซ้อนและต้องรับมือกับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว จะสร้างความไม่มั่นใจในคุณภาพการก่อสร้างและความปลอดภัยในอนาคต    ลูกค้าบางกลุ่มที่กำลังตัดสินใจซื้อคอนโดฯ อาจชะลอการตัดสินใจ เพื่อเฝ้าดูสถานการณ์และความถี่ของแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ในทางตรงกันข้ามจะมีคนจำนวนไม่น้อยเร่งทยอยขายคอนโดฯ จะกดให้ราคาลดต่ำลงอย่างมาก ผู้คนจะหันมาซื้อบ้านแนวราบมากขึ้น

ที่สำคัญ สงครามการแข่งขันจะวัดกันที่มาตรฐานการก่อสร้างและความแข็งแรง ไม่ใช่แค่ทำเลแนวรถไฟฟ้า รวมถึงการสร้างจุดขาย Pet Family ตอบโจทย์บรรดา Pet Lover ตามไลฟ์สไตล์ใหม่ ซึ่งเห็นชัดเจนถึงดีมานด์ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย สะท้อนภาพจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม เมื่อพบว่า ลูกบ้านของโครงการคอนโดมิเนียมเกือบทุกแห่งมากกว่าครึ่งต่างเป็นทาสแมวทาสหมา แอบเลี้ยงในห้องพักมากกว่า 1-3 ตัว บางคนเลี้ยงมากถึง 10 ตัว ทุกคนต่างคว้าเพื่อนรักสี่ขาเป็นอย่างแรกเสมือนสมาชิกคนสำคัญในครอบครัว

ที่ผ่านมา ค่ายอสังหาริมทรัพย์ที่ถือเป็นผู้นำร่องคอนโดฯ เลี้ยงสัตว์ได้ คือ กลุ่มเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ตั้งแต่ช่วง 3-4 ปีก่อน โดยสร้างมาตรฐานใหม่ภายใต้แนวคิด MAJOR Pet Family Residences เป็นแบรนด์แรกและได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกบ้าน มีสัดส่วนสูงถึง 45-50% และปัจจุบันคอนโดฯ ทุกโครงการของเมเจอร์สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ จำนวนมากกว่า 50 โครงการ เช่น เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว, มาร์ควิส พญาไท, มิลฟอร์ด ลาดพร้าว-รามคำแหง, เมทริส พัฒนาการ-เอกมัย, เมเจอร์ ทาวเวอร์ พระราม 9-รามคำแหง, เอ็ม จตุจักร

หลังจากนั้นบรรดาบิ๊กแบรนด์ต่างนำเสนอโมเดล Pet Lover Condo ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)  มีพอร์ตพัฒนาคอนโดฯ ตอบโจทย์ Pet Lover ไม่ต่ำกว่า 16 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท และตั้ง “RED Team By Origin-Research for Excellent Development Team” ศึกษาวิจัย Insight ของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสัตว์เลี้ยงและคนรักสัตว์เลี้ยงอย่างตรงจุดและสร้างสรรค์

ส่วนค่าย MQDC นำเสนอโครงการแบรนด์ Whizdom The Forestias Petopia ทั้งตัวโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ 400 ไร่ มีพื้นที่สีเขียว 56% มีผืนป่าขนาด 30 ไร่ และมีอาคาร Petopia พื้นที่ส่วนกลางที่สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปได้ พร้อมพื้นที่วิ่งเล่นและบริการรับฝากสัตว์เลี้ยงระหว่างวัน

บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ออกแบรนด์ “โนเบิล ครีเอท” ทำเลเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา ห้องชุดไฮไรส์ รวม 6 อาคาร สูง 25-33 ชั้น โดยแบ่ง 1 อาคารเป็นคอนโดฯ เลี้ยงสัตว์ได้ สูง 29 ชั้น จำนวน 208 ยูนิต

ทั้งนี้ หากดูภาพรวมตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยเมื่อปี 2567 มีมูลค่าราว 75,000 ล้านบาท เติบโต 12.4% โดยตลาดผู้เลี้ยงหมาและแมวมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน นอกจากนั้น ประเทศไทยมีประชากรผู้เลี้ยงแมวมากเป็นอันดับ 8 ของโลก จังหวัดที่มีการเลี้ยงแมวสูงสุด ได้แก่ นนทบุรี กรุงเทพฯ และสมุทรสงคราม เมื่อเจาะเฉพาะจำนวนประชากรแมวในประเทศไทยอยู่ที่ 3,337,458 ตัว สูงเป็นอันดับที่ 14 ของโลก

ที่แน่ๆ คือ ทาสแมวทาสหมามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและให้ความสำคัญกับมาตรฐานการอยู่อาศัยมากขึ้นด้วย.