28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

ก้าวใหญ่ของ LEARN Corporation โรงเรียนแนวใหม่ที่ออกแบบได้

ก้าวใหญ่ของ LEARN Corporation โรงเรียนแนวใหม่ที่ออกแบบได้

f1c4c730-d496-4d94-8510-052160013ddf.jpeg

แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในไทยมีการขยายตัวอย่างมากในช่วงเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา หรือหากย้อนลึกลงไปถึงปี พ.ศ. 2555 ประเทศไทยมีโรงเรียนนานาชาติจำนวน 138 แห่ง กระทั่งปี พ.ศ. 2567 มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 249 แห่ง มูลค่าธุรกิจโรงเรียนนานาชาติรวมกว่า 8 หมื่นล้านบาท แม้ว่าพื้นที่ชั้นในอย่างกรุงเทพฯ เริ่มมีพื้นที่จำกัด จึงมีการขยายตัวไปสู่พื้นที่รอบนอกมากขึ้น

แม้ว่าภาพรวมของจำนวนนักเรียนมีภาวะหดตัวลงตามแนวโน้มสถิติการเกิดที่ลดลง แต่ความนิยมในโรงเรียนนานาชาติกลับเพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักน่าจะมาจากการลงทุนด้านการศึกษาเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองมองว่าคุ้มค่า

เหตุผลการลงทุนด้านการศึกษาของผู้ปกครองน่าจะเป็นสิ่งที่ LEARN Corporation (เลิร์น คอร์ปอเรชั่น) เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะกลุ่มผู้บริหารคร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจการศึกษามาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาชื่อดังอย่าง OnDemand

และนี่เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่เลิร์น คอร์ปอเรชั่น ขยายธุรกิจไปสู่การเปิดตัวโรงเรียน Crest School และ Mastery School ภายใต้คอนเซ็ปต์ Modern School ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางแหล่งชอปปิ้งย่านสยาม บนอาคาร MBK Tower

33737a53-a9c3-4e00-8245-8d0e2c78517c-1.jpeg

“เราโตมาจากโรงเรียนกวดวิชา ออนดีมานด์ อยากโฟกัสเรื่องการศึกษา จึงหันมามองโมเดิร์นสคูล ตามรอย ประกอบส่วนจาก OnDemand โรงเรียนกวดวิชาเข้ามหาวิทยาลัย และ Ignite, Edu smith คอนซัล สำหรับคนที่อยากไปศึกษาต่อต่างประเทศ มาสู่ Learn สาธิตพัฒนา ทำให้แต่ละสิ่งที่เราชำนาญด้านการนำนักเรียนเข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัย เรามั่นใจว่าการที่เรามาทำงานที่ยากขึ้นอย่าง Modern School น่าจะเป็นไปได้” สุธี อัสววิมล หัวหน้ากรรมการที่ปรึกษาหลักสูตร ศูนย์การเรียนรู้เครสท์สคูล

ก่อนจะขยายความว่า Crest School เป็นโรงเรียนมัธยมปลายหลักสูตรนานาชาติจากออสเตรเลีย โดยรัฐบาลออสเตรเลียเป็นผู้วางระบบ เหมาะกับเด็กที่ต้องการศึกษาต่อต่างประเทศ หรือเรียนภาคอินเตอร์ในไทย โดยเด็กที่จบจากที่นี่จะได้วุฒิการศึกษา 2 ใบ คือ จากประเทศไทยและประเทศออสเตรเลีย  ขณะที่ Mastery School หลักสูตรการศึกษาไทย

“เลิร์น ช่วยสร้างระบบการศึกษาช่วยส่งเสริมให้นักเรียนได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด นี่เป็น Learn Ecosystem เสริมทักษะการเรียนรู้ให้กับเด็กไทย เรากำลังสร้างของขวัญให้กับคนไทย ประเทศไทย ประเด็นหลัก 3 ด้านที่เลิร์นมีให้คือ 1. ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ เพิ่มเติมจากโรงเรียน ให้ได้วิชาการ ประสบการณ์เรียนที่ดีและเหมาะสม สามารถสอบแข่งขันในระดับอุดมศึกษาระดับทอปของไทยและต่างประเทศได้ 2. การเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการมีทักษะยืนระยะจนกระทั่งเกษียณ แต่ต้องต่อเติมทักษะในอนาคตข้างหน้าด้วย เราจึงมี Skooldio Degree

“และ 3. ระบบนิเวศของเลิร์นที่เข้มแข็งอยู่แล้ว ด้านทรัพยากรบุคคล เราเริ่มจากทรัพยากรประมาณ 1 พันคน ที่ต่อยอด Ecosystem นี้ และเรามีผู้บริหารระดับสมองของประเทศ” โทนี่ คันธาภัสสะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อธิบาย

แต้มต่อของการอยู่ในแวดวงการศึกษามาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเป็นสถาบันกวดวิชาอย่าง OnDemand จนมาถึง เลิร์น คอร์ปอเรชั่น

นอกจากนี้ ผู้บริหารของเลิร์นยังมองว่า การทำให้เด็กค้นพบศักยภาพของตัวเอง และเข้ามหาวิทยาลัยระดับทอปของโลกเป็นเป้าหมายสำคัญไม่ต่างกัน

6d42c55a-7da1-427b-9b33-b601372df0d0.jpeg

ณัชชา พลาพิภัทร หนึ่งในผู้บริหารของโรงเรียน  Crest School และMastery School มองว่า “คีย์หลักของเราคือ เราใช้ความสามารถ ประสบการณ์ที่ได้จากเครือ เลิร์น คอร์ป เป็นพื้นฐาน และเราเข้าใจความต้องการของนักเรียน ผู้ปกครอง ซึ่งเรามองว่า นี่เป็นหน้าที่ของโรงเรียนที่จะทำให้เด็กสามารถค้นพบศักยภาพของตัวเอง และเข้ามหาวิทยาลัยที่หวังได้ แน่นอนว่าเรามองไปถึงมหาวิทยาลัยระดับทอปของโลกอย่างมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และไอวี่ลีก”

ณัชชาเสริมว่า Crest Schoolเปิดสอนระดับชั้น ม.4 – ม.6 โดยเน้นวิชาการและทักษะอาชีพให้นักเรียนผ่าน 4 สายการเรียนเฉพาะทางได้แก่ แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ธุรกิจและสังคมศาสตร์

ขณะที่ Mastery School ที่ใช้หลักสูตรเดียวกับกระทรวงศึกษาไทย แต่จะเป็นการเรียนแบบใหม่ที่ไม่ใช่ระบบการเรียนแบบท่องจำ แต่เด็กจะต้องนำความรู้ไปใช้ได้จริง

“เราตั้งใจที่จะทำให้เด็กมีความสามารถทางวิชาการ ใช้งานได้จริง มีความรู้ด้านอาชีพที่สนใจ ต้องต่อยอดได้ในระดับประเทศ ระดับโลก นักเรียนได้เรียนอย่างมีความสุข ผ่านองค์ประกอบสำคัญ 4 ด้านคือ เวลา การเรียน การสอน และชีวิต ซึ่งองค์ประกอบสุดท้ายเราให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะต้องการให้เด็กรุ่นใหม่ได้ผ่านหลักสูตรชีวิตที่สำคัญในชีวิต เช่น การวางแผนทางการเงิน การให้ การดีลกับผู้คน และการจัดการกับความเจ็บปวด”

ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติที่ผุดอยู่ทุกมุมเมือง น่าจะทำให้การเริ่มต้นของสองโรงเรียนในเครือเลิร์น คอร์ปอเรชั่น อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก โทนี่ คันธาภัสระ มองเรื่องการแข่งขันในธุรกิจนี้ว่า

“เราต้องปรับตัวด้วยข้อได้เปรียบด้านราคาของค่าเรียนซึ่งอยู่ที่ประมาณ 350,000 บาทต่อปีการศึกษา หากเทียบกับโรงเรียนอื่นด้วยคุณภาพในระดับใกล้เคียงกัน นี่จะเป็นตัวเลือกที่ดี และกลุ่มเป้าหมายของเราไม่ชัดเจน เราไม่ได้เจาะกลุ่มตลาดบน หรือตลาดกลาง แต่กลุ่มเป้าหมายหลักของเราคือ ผู้ปกครองที่เข้าใจระบบการศึกษา มีหัวสมัยใหม่ที่เข้าใจว่าเด็กต้องการอะไร และยอมรับในสิ่งที่เด็กอยากเป็น”

ก่อนจะทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า “เราไม่ได้มองว่านี่เป็นการแข่งขันและการหาเงิน เพราะหากเราจะทำสิ่งนั้น เราคงเล่นกับกลุ่มอินเตอร์ที่เป็นเทียร์บน แต่เราอยากสร้างโรงเรียนที่มีความเป็นโมเดิร์นที่เข้าถึงได้ สามารถเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปของตลาด ผู้ปกครองที่มีความต้องการโรงเรียนแบบนี้กำลังเติบโต”.