13 ก.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

“Japan Origin” เมื่อโตชิบาปรับทัพชิงบัลลังก์

เชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับประโยค “โตชิบานำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” สโลแกนของแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่น อย่าง “โตชิบา” (Toshiba) กันได้เป็นอย่างดี…

“Japan Origin” เมื่อโตชิบาปรับทัพชิงบัลลังก์

เชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับประโยค “โตชิบานำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” สโลแกนของแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่น อย่าง “โตชิบา” (Toshiba) กันได้เป็นอย่างดี ด้วยความที่เข้ามาทำการตลาดในเมืองไทยมานานถึง 55 ปี

โตชิบาถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ญี่ปุ่นยุคแรกๆ ที่เข้ามาบุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองไทย ภายใต้บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2512 โดย คุณกร และท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์ ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับบริษัท โตชิบา คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น

โดยมีแบรนด์ญี่ปุ่นร่วมยุค อย่าง ซันโย, ชาร์ป, ไดกิ้น, พานาโซนิค และ ฮิตาชิ ซึ่งถือเป็นช่วงที่แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นได้รับความนิยมและเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของคนไทยเป็นอย่างมาก ก่อนที่ภายหลังแบรนด์จากเกาหลีใต้และจีนจะรุกคืบเข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดมูลค่านับแสนล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น ซัมซุง, แอลจี รวมถึง Haier (ไฮเออร์) แบรนด์จากจีน ที่ปักหลักเข้ามาลงทุนในไทย ด้วยการทุ่มงบกว่า 13,400 ล้านบาท สร้างโรงงานสำหรับผลิตเครื่องปรับอากาศแห่งใหม่ไปหมาดๆ ซึ่งนับวันทั้งแบรนด์จากเกาหลีและจีนจะเข้ามาครองส่วนแบ่งในสินค้าหลายกลุ่มได้มากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะกลบความนิยมของแบรนด์จากญี่ปุ่นลงไป

แน่นอนว่างานนี้ทีมอิฐแดงอย่างโตชิบาไม่อยู่เฉย หลังจากก่อนหน้านี้ได้ทำการปรับโครงสร้างของสินค้า โดยโฟกัสที่สินค้าระดับ Mid to High เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่าในระยะยาวแล้ว ล่าสุดยังประกาศเดินเครื่องเต็มสูบ โดยใช้ทั้งกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) ด้วยแผนเปิดตัวสินค้าใหม่มากถึง 53 รุ่น และกลยุทธ์การตลาดภายใต้คอนเซ็ปต์ “Japan Origin” ที่ชูความเป็นญี่ปุ่นมาสร้างการเติบโต พร้อมตั้งเป้าชิงบัลลังก์เบอร์ 1 ของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านในประเทศไทยให้ได้ภายใน 3 ปี ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นทุกวัน

ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (ไม่รวมทีวี) ในประเทศไทยมีการเติบโตที่น่าสนใจ แม้จะเผชิญความท้าทายของเศรษฐกิจโลกก็ตาม เพราะตลาดรวมมีมูลค่าสูงถึง 83,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 9% จากปี 2566 คิดเป็นจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้ากว่า 21 ล้านเครื่อง โต 4% โดยแบ่งประเภทสินค้าเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ (Major Appliance) เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ มีมูลค่าตลาดประมาณ 65,000 ล้านบาท เติบโต 11% จำนวนเครื่องประมาณ 5.6 ล้านเครื่อง เติบโตประมาณ 8% ปัจจัยหลักมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและการขยายตัวของเศรษฐกิจ ทำให้ตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศมีความต้องการสูง ในขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Small Appliance) อย่าง หม้อหุงข้าว ไมโครเวฟ เครื่องทำน้ำอุ่น พัดลม มีมูลค่าตลาดประมาณ 18,000 ล้านบาท อัตราการเติบโตทรงตัว และจำนวนเครื่องประมาณ 15.4 ล้านเครื่อง เติบโตประมาณ 3%

ในส่วนของโตชิบา ไทยแลนด์ พบว่าปีที่ผ่านมา ผลประกอบการรวมเติบโตสูงถึง 24% ซึ่งสูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้มาก โดยกลุ่มสินค้าที่สร้างรายได้สูงสุดให้แก่บริษัทฯ ได้แก่ สินค้ากลุ่มตู้เย็น มีอัตราการเติบโต 20% รองลงมาได้แก่กลุ่มเครื่องซักผ้า เติบโตถึง 39% ในขณะที่กลุ่มสินค้าอื่น เช่น กลุ่มเตาอบไมโครเวฟ เติบโต 21% กลุ่มสินค้าหม้อหุงข้าว และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เติบโต 10% กลุ่มสินค้าเกี่ยวกับน้ำ อย่าง เครื่องทำน้ำอุ่นทรงตัว แม้โตชิบาจะไม่เติบโต แต่ภาพรวมตลาดติดลบเกิน 10%  เนื่องจากอากาศไม่เอื้ออำนวย และกลุ่มสุดท้ายคือเครื่องปรับอากาศ เติบโต 82%

โดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2562-2567) โตชิบาสามารถรักษาอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) เฉลี่ย 5 ปี ได้ถึง 15% และมีส่วนแบ่งการตลาดติดอันดับทอป 3 ในเกือบทุกกลุ่มสินค้า โดยกลุ่มสินค้าไมโครเวฟ มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ด้วยแชร์ 29% กลุ่มตู้เย็น อันดับ 2 ด้วยแชร์ 15.9% กลุ่มหม้อหุงข้าว อันดับ 2 ด้วยแชร์ 9% และกลุ่มเครื่องซักผ้า อันดับ 3 ด้วยแชร์ 11.1%

ปัจจัยที่ทำให้โตชิบาเติบโตได้ต่อเนื่องมาจากการปรับโครงสร้างสินค้าจับกลุ่ม Mid to High นอกจากนี้ ยังมีการปรับดีไซน์ของสินค้าให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาโตชิบาโดดเด่นในเรื่องของคุณภาพ แต่เรื่องของดีไซน์อาจจะเป็นจุดอ่อนอยู่บ้าง ดังนั้น โตชิบาจึงตัดสินใจปรับดีไซน์ให้ดูทันสมัยและเด็กลง ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งในการดึงดูดผู้บริโภคได้

นอกจากนั้น ในปีที่ผ่านมาโตชิบายังมีการลงทุนในการสร้างแบรนด์เป็นอย่างมากเพื่อสร้างการรับรู้ในตลาด โดยดึงดาราหนุ่มอย่าง “หมาก- ปริญ สุภารัตน์” มาเป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งช่วยทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น อีกทั้งยังขยายฐานลูกค้ากลุ่มเดิมเข้าสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่  และเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูสมาร์ท อบอุ่น และทันสมัยยิ่งขึ้นอีกด้วย

“ปี 2567 ที่ผ่านมา เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีของการดำเนินธุรกิจของโตชิบา ไทยแลนด์ ซึ่งตลอดปีบริษัทฯ มีกิจกรรมการตลาดและแคมเปญที่หลากหลาย ซึ่งช่วยให้เราเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทั้งลูกค้ากลุ่มเดิมและกลุ่มใหม่ได้เป็นอย่างดี ความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดทีมงานชาวอิฐแดงทุกคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เปรียบเสมือนอิฐแต่ละก้อนที่รวมกันเป็นกำแพงที่แข็งแรง ปีนี้จะเป็นอีกปีที่เราต้องเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย แต่บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่น ‘นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต’ ให้กับคนไทย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ๆ มาตรฐานประเทศญี่ปุ่น เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งานของทุกคน วันนี้ภาพรวมธุรกิจของเราเด็กลง เราสู้มากขึ้น และแข็งแรงมากขึ้น” คำกล่าวของ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด

สำหรับปี 2568 โตชิบาตั้งเป้ายอดขายเติบโตที่ 25% โดยจะเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 53 รุ่น แบ่งเป็น ตู้เย็น 11 รุ่น, เครื่องซักผ้า 19 รุ่น, กลุ่ม cooking 16 รุ่น, กลุ่มพัดลม เครื่องทำน้ำอุ่นเพิ่ม 7 รุ่น โดยเน้นเจาะตลาดผู้ใช้กลุ่ม Mid to High ที่ให้ความสำคัญเรื่องดีไซน์ และคุณสมบัติสินค้ามากขึ้น จากปีที่แล้วที่เปิดตัวตู้เย็นซีรีส์ JapanDi สีขาวที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ปีนี้จะมีสินค้ากลุ่มอื่นที่ออกมาเป็นซีรีส์เดียวกันเพิ่มมากขึ้น ทั้ง ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้าฝาหน้า และเครื่องอบผ้า

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มอีกกว่า 500 แห่ง โดยเน้นขยายจุดวางสินค้ากลุ่มไฮเอนด์ รวมไปถึงการทุ่มเงินในการปรับโฉมร้านค้าให้สวยและทันสมัยขึ้น อีกทั้งยังเพิ่ม Experience Store ที่เน้นการโชว์สินค้ากลุ่ม Smart Solution เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้ามามีประสบการณ์การใช้งาน ณ จุดขาย และเพิ่มจำนวนและพัฒนาคุณภาพพนักงานขายหน้าร้าน เพื่อสามารถช่วยเหลือลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง

ในส่วนการตลาดมีการทุ่มเม็ดเงินจำนวนมากในการทำการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยมีแผนปล่อยหนังโฆษณาชุดใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Toshiba Japan Origin คราฟต์ที่ดีไซน์ ใส่ใจทุกดีเทล” โดยมีไอเดียจาก 5 จุดเด่นของความเป็นญี่ปุ่น คือ ดีไซน์  ดีเทล คุณภาพ ความไว้ใจได้ และนวัตกรรม การที่โตชิบาชูความเป็นญี่ปุ่นเพราะเชื่อว่า คนไทยยังคงชอบความเป็นญี่ปุ่นทั้งเรื่องของคุณภาพและใส่ใจในรายละเอียด และดีไซน์แบบญี่ปุ่นเป็นเทรนด์ที่ครองตลาดได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเผยแพร่โฆษณาดังกล่าวทั้งทางทีวี สื่อออนไลน์ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน บิลบอร์ดในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมไปถึงในออฟฟิศสำนักงาน รวมทั้งหมดกว่า 3,000 สกรีน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ประมาณ 90 สกรีนไปหลายเท่าตัว

ที่สำคัญปีนี้ยังมีการอัปเกรดแบรนด์แอมบาสเดอร์เป็นระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้ “ทาคาชิ โซริมาจิ”  พระเอกและนักแสดงชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาตอกย้ำภาพลักษณ์โตชิบา แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น โดยได้ปล่อยหนังโฆษณาชุดแรกทางโซเชียล และป้ายโฆษณาทั้งนอกและในสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงราย เชียงใหม่ หาดใหญ่ และภูเก็ตไปแล้วตั้งแต่ต้นปี ยังไม่นับรวมกิจกรรมโรดโชว์และโปรโมชันต่างๆ ที่โตชิบาวางแผนไว้ตลอดทั้งปีอีกด้วย

เรียกว่างานนี้โตชิบาเร่งเครื่องเต็มสูบจริงๆ แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นทุกวัน การชิงบัลลังก์เบอร์ 1 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของไทย แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย.