28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

กูลิโกะ ป๊อกกี้ 5 ทศวรรษ ตำนานความอร่อย

กูลิโกะ ป๊อกกี้ 5 ทศวรรษ ตำนานความอร่อย

p24-weekly-pocky-01.jpg

ถ้าพูดถึงบิสกิตแท่งเคลือบช็อกโกแลตแบรนด์ ป๊อกกี้(Pocky) เชื่อว่าต้องเป็นขนมสุดโปรดของใครหลายๆ คน และสำหรับบางคนอาจเรียกได้ว่าโตมากับป๊อกกี้เลยทีเดียว เพราะป๊อกกี้ยืนหนึ่งในตลาดบิสกิตของไทยมานานถึง 52 ปี และที่สำคัญยังไม่หยุดสร้างความแปลกใหม่ให้กับตลาด ล่าสุดส่ง ป๊อกกี้ ครัชบุกตลาดพรีเมียม พร้อมเปิดตัว Glico Friend ดึง ซี & นุนิวมาช่วยสื่อสารแบรนด์ป๊อกกี้ให้กว้างขึ้นกว่าเดิม

ประวัติศาสตร์ความอร่อยของป๊อกกี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2462 เมื่อนายริอิจิ เอซากิ ได้ค้นพบสารไกลโคเจนจากน้ำซุปที่ต้มหอยนางรมซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จึงเริ่มคิดค้นผลิตภัณฑ์อาหารที่นำสารไกลโคเจนมาใช้ จนได้ออกมาเป็น “Glico Caramel” (กูลิโกะ คาราเมล) ขนมเสริมสุขภาพกล่องสีแดงขึ้นมา และเริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2465 ที่ห้างสรรพสินค้ามิทสึโคชิ ซึ่งเป็นห้างเก่าแก่ในโอซากา และในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกันนั้นเอง ก็ได้ก่อตั้ง “บริษัท เอซากิ กูลิโกะ จำกัด” (Ezaki Glico CO., LTD.) ขึ้น ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านขนมของญี่ปุ่นในระยะต่อมา

กูลิโกะ คาราเมล สร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง ปี 2468 ได้สร้างโรงงานขึ้นใหม่ที่โตโยซากิ เขตคิตะ ในจังหวัดโอซากา ปี 2474 ติดตั้งเครื่องจำหน่ายสินค้ากูลิโกะอัตโนมัติที่มีจอฉายภาพยนตร์ในห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ในโตเกียว และสร้างโรงงานแห่งใหม่ขึ้นในเขตนิชิโยโดงาวะ ในจังหวัดโอซากา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ในปัจจุบัน ก่อนที่จะขยายธุรกิจไปยังประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยสร้างโรงงานต้าเหลียนในประเทศจีนขึ้นในปี 2475

ขณะเดียวกันกูลิโกะก็ได้สร้างแลนด์มาร์กให้กับโอซากา ด้วยการติดตั้ง “ป้ายนีออนกูลิโกะ” ขึ้นที่ตำบลเอบิซึบาชิ ในย่านโดทงโบริ ซึ่งในตอนแรกป้ายมีความสูงถึง 33 เมตร ก่อนที่จะปรับปรุงและสร้างความแปลกใหม่มาเรื่อยๆ จนปัจจุบันป้ายแห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของโอกาซาที่ใครไปเยือนต้องไม่พลาดที่จะถ่ายรูปคู่กับป้ายกูลิโกะไว้เป็นที่ระลึก

อย่างไรก็ตาม ปี 2488 ธุรกิจของกูลิโกะกลับต้องหยุดชะงักลงจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทำให้ต้องสูญเสียโรงงานที่โอซากาและโตเกียวจากการโจมตีทางอากาศ แต่เมื่อสงครามสิ้นสุดลงกูลิโกะค่อยๆ ฟื้นฟูกิจการให้กลับฟื้นขึ้นมาใหม่ พร้อมขยายธุรกิจออกไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างโรงงานขึ้นใหม่ ก่อตั้งบริษัท Ezaki Glico Foods Co., Ltd. และ Glico Dairy Co., Ltd. เริ่มต้นการผลิตแป้งสาลี และผลิตสินค้าที่ติดตลาดออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ป๊อกกี้” (Pocky) บิสกิตแท่งเคลือบช็อกโกแลตที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 2509

p24-weekly-pocky-03.jpg

ภาพจาก YouTube Glico Thailand

ปี 2513 กูลิโกะได้ขยายธุรกิจมายังประเทศไทยด้วยการก่อตั้ง บริษัท ไทย กูลิโกะ จำกัด เพื่อเป็นฐานการผลิตสินค้าป้อนให้กับตลาดในไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน โดยสินค้าที่วางจำหน่ายเป็นแบรนด์แรกในไทย คือ “เพรทซ์” ในปี 2514 และอีกหนึ่งปีให้หลัง 3 กุมภาพันธ์ 2515 จึงได้เปิดตัว “ป๊อกกี้” ในประเทศไทย และปี 2516 จึงเริ่มส่งสินค้าออกไปยังประเทศสิงคโปร์ ไม่เพียงเท่านั้นกูลิโกะยังรุกเข้าสู่ธุรกิจไอศกรีมด้วยการเปิดตัวไอศกรีมกูลิโกะออกสู่ตลาดในปี 2559 สร้างปรากฏการณ์ตามล่าหาไอศกรีมกันไปพักใหญ่ๆ ต่อด้วยการปล่อยตัว “นมอัลมอนด์โคกะ” ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพตามมาติดๆ ในปี 2565

“ไทย กูลิโกะ” ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นต้นแบบการดำเนินธุรกิจของกูลิโกะ และเป็นตลาดที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมากในกลุ่มประเทศอาเซียน อีกทั้งเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยและพัฒนารวมถึงโรงงานผลิตขนาดใหญ่ ทำให้สามารถคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ตลาดได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ขนม ผลิตภัณฑ์ไอศกรีม และผลิตภัณฑ์ Health & Wellness ประกอบด้วยแบรนด์ ป๊อกกี้, พีจอย, เพรทซ์, โคลลอน, แอลฟี่, คาปุลิโกะ, ไจแอนท์, ทีนนี่, พาลิตเต้, และนมอัลมอนด์ โคกะ เป็นต้น

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ “ป๊อกกี้” แบ่งออกเป็น 1. ป๊อกกี้รสชาติหลัก 5 รสชาติ ได้แก่ ช็อกโกแลต, สตรอเบอร์รี่, คุกกี้แอนด์ครีม, มิลค์กี้ มัทฉะ และนัทตี้ อัลมอนด์ 2. ป๊อกกี้รสชาติเฉพาะของไทย (Local Flavor) อย่าง ป๊อกกี้ รสช็อกโก บานานา และป๊อกกี้ รสมะม่วง ที่เป็นตัวขายดีและสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญให้กับป๊อกกี้เมืองไทย 3. ป๊อกกี้ลิมิเต็ด อิดิชั่น (Limited Edition) ที่จะออกมาสร้างความต่างและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคทุกปีในช่วงซัมเมอร์และปลายปี อย่างรสชาติเบคชีสเค้กที่เปิดตัวในเดือนมีนาคมนี้ เป็นต้น

และล่าสุดกับการแตกไลน์เซกเมนต์ใหม่ ส่ง “ป๊อกกี้ ครัช” บุกตลาดพรีเมียม พร้อมกันทีเดียว 2 แบบ 2 สไตล์ ทั้ง ป๊อกกี้ ครัช ฟรุต บิสกิตมัลติเกรนเคลือบครีมหนา พร้อมทอปปิ้งผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ มี 2 รสชาติ คือ บลูเบอร์รี่โยเกิร์ต และสตรอเบอร์รี่พีชโยเกิร์ต และป๊อกกี้ ครัช นัท บิสกิตโฮลวีต เคลือบครีมช็อกโกแลตสองชั้น ทอปปิ้งอัลมอนด์ มี 2 รสชาติ คือ อัลมอนด์มิลค์ช็อกโกแลต และอัลมอนด์นัวร์ช็อกโกแลต

นับตั้งแต่การเปิดตัวในไทยครั้งแรกในปี 2515 “ป๊อกกี้” ยังคงยืนหนึ่งและเป็นผู้นำในตลาดบิสกิตมาอย่างต่อเนื่องถึง 52 ปีเต็ม โดยปัจจัยที่ทำให้ป๊อกกี้ครองความเป็นหนึ่งมาได้อย่างยาวนานนั้น มาจากคุณภาพของสินค้า การสร้าง Brand Loyalty ในกลุ่มลูกค้าเดิม และส่งมอบประสบการณ์ความต่างให้กลุ่มลูกค้าใหม่

p24-weekly-pocky-02.jpg

ภาพจาก YouTube Glico Thailand

เสียง ป๊อกเอกลักษณ์ความกรอบเฉพาะของป๊อกกี้

ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทย กูลิโกะ จำกัด เปิดเผยว่า เอกลักษณ์ที่สร้างตำนานความอร่อยให้กับป๊อกกี้ คือ Easy to ‘Handle’ รับประทานง่าย ไม่เลอะมือ, Snap for Joy! เสียง “ป๊อก” ของป๊อกกี้ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่เกิดจากความกรอบของตัวบิสกิตที่ไม่มีใครสามารถทำได้กรอบเท่าป๊อกกี้ และ The Perfect Harmony กรอบอร่อยลงตัว ด้วยครีมเคลือบพร้อมแท่งบิสกิตผสมไฟเบอร์

นอกจากตัวผลิตภัณฑ์แล้ว สิ่งที่ทำให้ป๊อกกี้เป็นผู้นำในตลาดบิสกิต คือ กลยุทธ์ตอกย้ำการรับรู้และสร้างการจดจำในแบรนด์ป๊อกกี้ ทั้งการออกผลิตภัณฑ์ใหม่รวมถึงกิจกรรมทางการตลาดที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง และสำหรับปี 2567 นี้ ดวงกมลเปิดเผยว่า ป๊อกกี้จะดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดด้วย 4 กลยุทธ์ ได้แก่

1. สร้างการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่าง ป๊อกกี้ ครัช ที่เพิ่งเปิดตัวไป

2. ตอกย้ำการรับรู้และจดจำแบรนด์ป๊อกกี้ให้เป็นแบรนด์ที่หนึ่งในใจ ด้วยการเปิดตัว Glico Friend ดึงตัวแทนคน Gen Z ซี-พฤกษ์ พานิช และ นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ มาช่วยขับเคลื่อนและสื่อสารแบรนด์ป๊อกกี้ รวมถึงขยายการรับรู้ผ่านสื่อออนไลน์ผ่านเหล่าอินฟลูเอนเซอร์เพิ่มเติม

3. เพิ่มโอกาสในการบริโภคและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อผ่านกิจกรรมโรคโชว์ ด้วยป๊อปอัป สโตร์ ป๊อกกี้ คาเฟ่ (Pocky Café) ที่นำ 5 รสชาติหลักของป๊อกกี้มาทำเป็นเมนูเครื่องดื่มสูตรพิเศษ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากญี่ปุ่นที่เรียกว่า Pock on the rock โดยมีแผนโรดโชว์ไปทั่วประเทศทั้งมหาวิทยาลัย ออฟฟิศ แหล่งชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว ปักหมุดพาร์คสีลมเป็นที่แรก

4. เพิ่มโอกาสการซื้อ ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดที่หลากหลายเพื่อขายในช่องทางที่แตกต่างกัน ทั้งขนาดกล่องเล็ก 5 บาท 10 บาท ไปจนถึงแบบแพ็กใหญ่ที่ขายในไฮเปอร์มาร์เกต เป็นต้น

ปัจจุบันตลาดบิสกิตในเมืองไทยมีมูลค่าสูงถึง 15,700 ล้านบาท มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยป๊อกกี้ครองตำแหน่งเบอร์หนึ่งในตลาดมาตลอด 52 ปี สำหรับในปี 2567 ไทย กูลิโกะ ตั้งเป้าเติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยตัวเลขการเติบโตแบบ Double Digit.

glico_02.jpg