28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

ทองคำแพงกระฉูด เมื่อสงครามฮามาสน่ากลัวกว่าทุกรอบ

ทองคำแพงกระฉูด เมื่อสงครามฮามาสน่ากลัวกว่าทุกรอบ

p22-23-weekly-goldprice-01.jpg

ราคาทองคำผันผวนพุ่งพรวดทะลุระดับ 34,000 บาท ผู้เชี่ยวชาญบางคนคาดการณ์อาจแตะ 35,000 บาท นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา และยังรุนแรงยืดเยื้อ มิหนำซ้ำ บิ๊กเบิ้ม “สหรัฐอเมริกา” ออกโรงพร้อมช่วยเหลืออิสราเอลทุกรูปแบบ ยิ่งทำให้ทองคำกลายเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่ถูกเก็งกำไรอย่างร้อนแรง

ทั้งนี้ ผลการสำรวจ GRC Gold Survey โดย ศูนย์วิจัยทองคำ (Gold Research Center) ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2566 คาดการณ์ราคาทองคำยังมีแนวโน้มขยับสูงขึ้นได้ จากราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า เคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 33,700-34,200 บาทต่อบาททองคำ โดยต้องจับตาปัจจัยเศรษฐกิจโลก การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและสถานการณ์การสู้รบ

ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำระยะสามเดือนในไตรมาส 4/2566 ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2566 จากระดับ 51.02 จุด มาอยู่ที่ระดับ 53.74 จุด เพิ่มขึ้น 2.72 จุด หรือคิดเป็น 5.34% มีสาเหตุมาจากการอ่อนค่าของเงินบาท ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย และความกังวลเศรษฐกิจโลกถดถอย โดยผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่มองกรอบราคา Gold Spot เฉลี่ย 1,799-1,971 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ด้านราคาทองคำแท่งในประเทศความบริสุทธิ์ 96.5% ช่วงเดือนตุลาคมเฉลี่ย 31,900-33,600 บาทต่อน้ำหนัก 1 บาททองคำ และค่าเงินบาท เฉลี่ย 35.91-37.35 บาทต่อดอลลาร์

p22-23-weekly-goldprice-02.jpg

ธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด กล่าวกับ “ผู้จัดการ 360” ว่า ราคาทองคำที่ขึ้นมาเยอะช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มาจากปัจจัยเรื่องสงครามอิสราเอล-ฮามาส เป็นหลัก จากราคา 32,000 บาท มาที่ระดับ 34,000 บาท และไม่ใช่สงครามเดียว เพราะก่อนหน้านี้เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งยังไม่จบ

“ทำไมมีสงครามแล้วราคาทองขึ้น เพราะทองชอบเงินฟ้อ เงินเฟ้อเยอะ ทองยิ่งขึ้น พอมีสงคราม ข้าวของจะแพง กรณีสงครามรัสเซียกับยูเครน ซึ่งเป็นประเทศส่งออกข้าวสาลี ส่งออกน้ำมัน เราเห็นข้าวสาลีแพงขึ้นมาก แต่ประเทศไทยโชคดีเป็นประเทศเกษตรกรรม จึงไม่ได้รับผลกระทบมาก แต่ประเทศในยุโรปราคาอาหารพุ่งขึ้นเยอะมากจนคนยุโรปออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหา”

“พอมาถึงสงครามอิสราเอล หากลำพังความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มปาเลสไตน์ ไม่ได้มีผลกระทบกับโลกมาก แต่เบื้องหลังน่ากลัว เพราะอิสราเอลหนุนหลังโดยสหรัฐอเมริกา ส่วนปาเลสไตน์มีประเทศรอบๆ เยอะไปหมด เกิดจินตนาการว่า สงครามรอบนี้จะไม่ใช่แค่สงครามระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ แต่เป็นสงครามระหว่างอเมริกากับประเทศที่อาจรวมกันและเป็นเรื่องใหญ่ ด้วยเทรนด์ที่ไม่ยอมกัน บวกกับรัสเซีย-ยูเครนยังไม่จบ สงครามยืดเยื้อ จากเดิมเกิดสงครามจุดเดียวเพิ่มเป็นสองจุดและจะเกิดจุดอื่นอีกหรือไม่ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอเมริกายังตึงเครียดและเรื้อรังหลายปี”

นั่นทำให้กลุ่มนักลงทุนเก็งกำไร ทั้งราคาน้ำมัน สินค้าอุปโภคบริโภค ข้าวสาลี และทองคำ

p22-23-weekly-goldprice-03.jpg

แต่ถามว่า ราคาทองคำจะขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้นจนถึงสิ้นปีหรือไม่  ธีรรัฐคาดการณ์ว่า ขณะนี้ราคาทองคำขึ้นมาเยอะแล้ว จนถึงสิ้นปีอาจขึ้นได้ไม่เยอะและอาจลงด้วย

“นิสัยของทองคำเมื่อราคาขึ้นเยอะจะพักตัว แต่ไม่ใช่ไม่ขึ้นแล้ว ปีหน้าขึ้นอีก หากมองระยะแค่สิ้นปี อาจทรงตัวแถวๆ ราคาปัจจุบัน เพราะทองคำไทยได้ปัจจัยจากค่าเงินบาทอ่อน ซึ่งช่วงปลายปีประเทศไทยเริ่มส่งออกมากขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้น เงินบาทมีสิทธิ์แข็งค่าได้”

ส่วนช่วงเทศกาลตรุษจีนหรือพฤติกรรมซื้อทองคำแจกโบนัสปลายปีอาจช่วยได้ไม่เยอะ ไม่เหมือนช่วง 20-30 ปีก่อน เพราะวอลุ่มการซื้อขายทองมาจากกลุ่มนักลงทุน มูลค่ามหาศาล เปรียบเทียบกับการซื้อแจกลูกหลานในช่วงเทศกาลตรุษจีน วอลุ่มซื้อขายแค่เล็กน้อยเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในจังหวะราคาทองคำพุ่งสูงอาจส่งผลให้ตลาดซบเซากว่าช่วงปกติ เนื่องจากลูกค้าต้องมีเงิน โดยขณะนี้จำนวนคนซื้อจะน้อยลงเพราะทองคำแพงมาก คนไม่กล้าซื้อและขายไปก่อนหน้านี้มากแล้ว ลักษณะคนซื้อไม่กล้าซื้อ คนขายหมดนานแล้ว จะซื้อใหม่ ซื้อไม่ไหว ต้องรอจังหวะให้ราคาปรับลดลงมา

ธีรรัฐกล่าวว่า เมื่อสิบปีที่แล้ว ราคาทองคำเคยขึ้นมา 20,000 กว่าบาท ตอนนั้นผู้คนรู้สึกแพงมาก ตลาดซบเซา แต่เมื่อผู้คนชินกับราคาจะกลับมาซื้อปกติ ดังนั้น เท่าที่ผ่านสถานการณ์ราคาทองคำพุ่งสูงมากหลายครั้ง คนซื้อต้องใช้เวลาปรับตัว ตอนนี้ยังไม่ยอมซื้อที่ระดับราคา 34,000 บาท แต่เมื่อราคาลงมาแถวๆ 32,000 บาท นักสะสมและนักลงทุนจะกลับมาซื้อและซื้อปริมาณมากด้วย

สำหรับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงส่งผลกระทบตลาดทองคำไม่มาก เพราะทองคำอยู่คู่คนไทยมานานแล้ว ไม่ว่าเศรษฐกิจเป็นอย่างไร คนเคยซื้อทองคำ อย่างไรต้องซื้ออยู่แล้ว ไม่ว่าทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง ซื้อสะสมหรือซื้อลงทุน อาจต้องใช้เวลาสะสมเงินนาน ถ้าทองแพงมาก

ทว่า สิ่งสำคัญสูงสุด คือ การศึกษา ไม่ว่าลงทุนทองคำ ตราสาร หุ้น พันธบัตร ที่มีความเสี่ยง ยิ่งมีมิจฉาชีพแฝงตัวมาก ยิ่งต้องศึกษาและอย่าลงทุนตามกระแส สุดท้ายจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า

“การลงทุนทองคำแท่ง ไม่มีใครสามารถการันตีผลตอบแทน อยู่ที่จังหวะการซื้อขาย ใครเสนอผลตอบแทนและใช้บัญชีธนาคารเป็นชื่อบุคคล ไม่ใช่ชื่อบริษัท คิดได้ทันทีเป็นบัญชีม้าและแก๊งมิจฉาชีพ หลอกลวงแน่นอน”.

p22-23-weekly-goldprice-04.jpg

ถนนมังกร เยาวราช ตลาดค้าทองเก่าแก่ 120ปี

ถนนเยาวราช ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ได้รับการกล่าวขานเป็น “ถนนมังกร” มีจุดเริ่มต้นของหัวมังกรที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บริเวณวงเวียนโอเดียน ท้องมังกรบริเวณตลาดเก่าเยาวราช และสิ้นสุดปลายหางที่ปลายสุดของถนน สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระยะเวลา 8 ปี ตั้งแต่ ปี 2434-2443

เดิมทีมีชื่อ “ถนนยุพราช” และได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า ถนนเยาวราช ถือเป็นแหล่งชุมชนชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก เกิดย่านธุรกิจการค้า การเงินการธนาคาร ร้านทอง ภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ  ถือเป็นไชน่าทาวน์ ชุมชนชาวจีนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ในส่วนห้างทองหรือร้านขายทอง มีจำนวนมากและมีมานานกว่า 120 ปี จนเรียกขานว่า ถนนสายทองคำ เริ่มต้นจากชาวจีนที่อพยพมาอยู่เมืองไทย นำภูมิความรู้การผลิตทองรูปพรรณมาผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับทองในย่านเยาวราช ซึ่งช่วงแรกยังไม่มีหน้าร้าน เป็นการผลิตตามจำนวนที่ลูกค้าสั่ง เจ้าของร้าน คือช่างทองผลิตและจำหน่ายทองเอง

หลายร้านมีอายุความเก่าแก่มาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง โดยร้านขายทองเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย คือ ห้างทองตั้งโต๊ะกัง ก่อตั้งโดยนายโต๊ะกัง แซ่ตั้ง ชาวจีนโพ้นทะเลที่ริเริ่มอาชีพช่างทองในกรุงเทพฯ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่มาจดทะเบียนการค้าในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

แรกเริ่ม นายโต๊ะกังเปิดร้านทองเล็ก ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทายาทรุ่นต่อมาก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ รูปแบบสถาปัตยกรรมอาณานิคมสูง 7 ชั้น พร้อมกับได้รับพระราชทานตราตั้งครุฑจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ชั้นล่างเป็นพื้นที่จำหน่ายทองคำทองรูปพรรณทั่วไป ชั้นบนเป็นพิพิธภัณฑ์ทองคำ จัดแสดงเครื่องมือทำทองและอุปกรณ์ทำทอง

ปัจจุบันร้านค้าทองในเยาวราชขยายรูปแบบเป็นธุรกิจมากขึ้น โดยแต่ละร้านจ้างคนงานและช่างทอง  ใช้เทคโนโลยีช่วยการผลิตเชิงอุตสาหกรรม แต่สินค้าทำมือยังคงได้รับความนิยม เพราะมีความประณีตละเอียดอ่อน ทองที่จำหน่ายในร้านย่านเยาวราชมีค่าความบริสุทธิ์ 96.5% (23.16 K)

ร้านค้าทองทุกร้านมีหน้าร้านและวางจำหน่ายทั้งทองคำแท่ง เหรียญทองคำ และทองรูปพรรณในตู้โชว์กระจกสีแดง คนทั่วไปนิยมเรียก “ทองตู้แดง” เพื่อให้ลูกค้าเห็นสินค้าได้ง่ายและเลือกซื้อได้ทันที.

p22-23-weekly-goldprice-05.jpg