21 ก.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

ศิริราชชูโมเดลดูแลผู้ป่วยสูงวัย Transitional care  เตรียมรับมือสังคมสูงอายุระดับสุดยอด

ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2565 ปัจจุบันจำนวนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเฉลี่ยเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 12.7…

ศิริราชชูโมเดลดูแลผู้ป่วยสูงวัย Transitional care  เตรียมรับมือสังคมสูงอายุระดับสุดยอด

ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2565 ปัจจุบันจำนวนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเฉลี่ยเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 12.7 ล้านคน และในอีก 10 ปีข้างหน้า ไทยจะเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด หรือ Super-aged society ซึ่งจะมีผู้สูงวัยสูงถึงร้อยละ 28 ของประชากรทั้งประเทศ

ข้อมูลจากกรมผู้สูงอายุชี้ว่า จำนวนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งประกอบไปด้วยช่วงอายุ 60-69 ปี กว่า 7 ล้านคน เมื่อพิจารณาถึงรายได้จากแหล่งที่มาของผู้สูงวัยทั้งหมด พบว่า 1 ใน 3 จะมาจากการทำงาน และอีก 1 ใน 3 มีรายได้มาจากบุตร และประมาณ 1 ใน 4 ของผู้สูงวัยที่ได้รับเงินสนับสนุนจากบุตรในครัวเรือนนั้น ได้รับเพียง 1,000-4,999 บาทต่อปีเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่า Poverty line ของธนาคารโลกที่ระบุไว้ประมาณ 27,000 บาทต่อปี

สำหรับผู้สูงวัยที่ยังทำงานอยู่มีความนิยมทำเกษตรและประมง 60.5% และพนักงานบริการและผู้จำหน่ายสินค้า 18.2% มากที่สุด และหากจำแนกตามสถานภาพการทำงานพบว่า 65% ของผู้สูงวัยที่ยังทำงาน ทำธุรกิจส่วนตัว 19% ช่วยธุรกิจในครัวเรือน 13% เป็นลูกจ้าง และ 3% เป็นนายจ้าง

ภาพรวมสถานการณ์ผู้ป่วยสูงอายุในประเทศไทย ผศ. พญ.ฐิติมา ว่องวิริยะวงศ์ ความชำนาญพิเศษ อายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ โรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า “ผู้สูงวัยที่เข้าสู่อายุ 60 จะหยุดทุกอย่างทั้งการทำงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนว่ากระทบกับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ หากผู้สูงวัยอยู่ในภาวะที่ไม่แข็งแรง คุณค่าเชิงเศรษฐกิจผู้สูงวัยอาจไม่สามารถทำได้เต็มที่

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลตระหนักถึงความสำคัญของภาวการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาจึงศึกษาวิจัยและหาแนวทางวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือผู้ป่วยสูงอายุอย่างต่อเนื่องมากว่า 30 ปี โดยการพัฒนาบุคลากรและเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการดูแลรักษา รวมถึงการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลผู้ป่วยในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional care) หลังจากพ้นการรักษาในระยะเจ็บป่วยเฉียบพลันที่เริ่มมีอาการคงที่ให้มีความพร้อมเมื่อกลับสู่บ้านและสังคม เป็นเรื่องที่ศิริราชให้ความสำคัญอย่างยิ่ง”

เป้าหมายของ รพ. ศิริราชคือ “สังคมสูงวัยคุณภาพ” ผู้สูงอายุมีร่างกายแข็งแรง คุณภาพชีวิตที่ดี แต่การจะไปสู่เป้าหมายนั้นจำเป็นที่จะต้องอุดรูรั่ว หรือแก้ปมปัญหาห่วงโซ่ที่หายไปเสียก่อน นั่นคือเรื่องการฟื้นฟูร่างกายของผู้สูงวัยหลังเข้ารับการรักษาก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตต่อที่บ้าน หรือ Intermediate care

Intermediate care หรือ ระบบการดูแลระยะกลาง หรือการดูแลผู้ป่วยระยะฟื้นฟู คือการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการผ่านพ้นวิกฤตและมีอาการคงที่แล้ว แต่ยังมีความบกพร่องทางร่างกายบางส่วนที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายโดยบุคลากรทางสุขภาพ เช่น นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด หรือพยาบาล ในช่วงเวลาสำคัญช่วงแรกหลังออกจากโรงพยาบาล (เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนแต่ไม่เกิน 6 เดือน) เพื่อลดความพิการหรือภาวะทุพพลภาพตลอดชีวิต หรือการถูกผลักให้เป็นผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงลง

ผศ. พญ.ฐิติมาขยายความเพิ่มเติมว่า “การเติมเต็มช่องว่างนี้ในประเทศอื่นๆ เขามีมาก่อน เพื่อสามารถเชื่อมต่อหลังการรักษา สิ่งที่ศิริราชต้องการทำคือ 1. เตรียมความพร้อมไม่ให้ผู้สูงวัยเหล่านี้กลับมาป่วย หรือกลับมานอนโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น 2. ทำให้คนไข้ฟื้นตัวกลับมาช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด เท่าที่ตัวคนไข้จะสามารถทำได้

เพราะการนอนโรงพยาบาลมีหลายอย่างที่ต้องสูญเสียนอกจากค่าใช้จ่าย นั่นคือ เวลา ของทั้งตัวคนไข้ ญาติหรือผู้ดูแล ที่ต้องหยุดงานหรือกิจกรรมเพื่อมาดูแลผู้สูงวัยในเวลาเจ็บป่วย ที่สำคัญคือลดอัตราการเสียชีวิตลงได้”

การดูแลผู้ป่วยสูงวัยในระยะเปลี่ยนผ่าน หรือ Transitional care คือการดูแลผู้ป่วยสูงวัยหลังจากพ้นการรักษาในระยะเจ็บป่วยเฉียบพลันที่เริ่มมีอาการคงที่ ด้วยการดูแลและฟื้นฟูอย่างเป็นองค์รวมสำหรับแต่ละรายโดยเฉพาะ พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจในการดูแลต่อเนื่องอย่างถูกต้องแก่ผู้ป่วยและครอบครัวหรือผู้ดูแลเมื่อออกจากสถานพยาบาล เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยซ้ำ ลดภาวะพึ่งพิง ให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้มากขึ้น ภายใต้การดูแลของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ ถือว่าเป็นระยะที่เป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ป่วยสูงวัย รวมถึงผู้ดูแลก่อนกลับสู่บ้านและสังคม ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช

“เบื้องต้น ผู้ป่วยสูงวัยที่จะสามารถเข้ารับการดูแลแบบ Transitional care จะมีเกณฑ์การพิจารณา เช่น เป็นผู้ป่วยเปราะบาง ครอบครัวมีความพร้อมที่จะเรียนรู้วิธีการดูแลผู้ป่วยสูงวัยต่อได้ที่บ้าน และเพื่อให้การดูแลผู้ป่วยสูงวัยได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพผ่านบุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านภายใต้ชื่อ Multidisciplinary team หรือทีมสหสาขาวิชาชีพเพื่อวางแผนการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบแบบแผนที่ถูกต้อง ครอบคลุมการดูแลเป็นรายบุคคลที่มีภาวะอาการที่แตกต่างกัน ซึ่งประกอบไปด้วยอายุรแพทย์ด้านผู้สูงอายุ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู พยาบาล นักกิจกรรมบำบัด นักกายภาพบำบัด นักอรรถบำบัด นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์” ผศ. พญ.ฐิติมา กล่าว

นอกจากการดูแลผู้ป่วยในช่วงระยะเปลี่ยนผ่านขณะที่ยังพักรักษาอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว ทีมสหสาขาวิชาชีพยังถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ดูแลและญาติ ครอบครัวผู้ป่วย ทั้งในภาควิชาการและภาคปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ดูแลเกิดความเข้าใจและนำไปปฏิบัติต่อผู้ป่วยสูงอายุได้อย่างถูกต้องและมีคุณภาพที่สุดเมื่อกลับสู่บ้านและสังคม

“เรามีทีมที่จะ Coaching ผู้ดูแล และฝึกผู้ป่วยสูงวัย เช่น การเรียนรู้จดจำเรื่องยา ต้องรับประทานกี่เม็ด กี่มื้อ แนะนำวิธีการฝึกเดิน การใช้ชีวิต การพูด นันทนาการ ซึ่งทั้งหมดเราดำเนินการภายใต้ 4 เสาหลัก คือ 1. ร่างกาย 2. จิตใจ 3. ความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง 4. สังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐฐานะ

ทั้งนี้ นอกจากการฝึกและถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ดูแลแล้ว ยังมีการดูแลแบบ Long Term คือ ทีม Multidisciplinary จะต้องไปสำรวจยังที่พักอาศัยของผู้ป่วย ว่าอยู่ในพื้นที่ที่มีความพร้อมสำหรับผู้ป่วยสูงวัยหรือไม่ เช่น ทางลาดชันสำหรับรถเข็น ราวจับ ราวกั้นต่างๆ อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยสูงวัย

โมเดลการดูแลผู้ป่วยสูงวัยแบบ Transitional care ที่ศิริราชกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ปัจจุบันใช้พื้นที่บนชั้น 5 ของตึกสลากในการดูแลผู้ป่วยสูงวัย ขณะที่ในอนาคตคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล วางแผนที่จะพัฒนาไปสู่โครงการ “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ศิริราชวางเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางด้านวิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุที่เติมเต็มการดูแลผู้สูงอายุแห่งแรกในประเทศไทย สู่ต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช แตกต่างจากเนิร์สซิ่งโฮม หรือสถานดูแลผู้สูงอายุ แต่ศูนย์ฯ แห่งนี้จะเป็นสถานที่สำหรับการเตรียมความพร้อมให้ผู้ป่วยในช่วงการพักฟื้น ก่อนกลับบ้าน และยังเป็นสถานที่เผยแพร่ความรู้ ทั้งการฝึกอบรม วิจัย เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อนำไปสู่การกระจายองค์ความรู้ในเชิงปฏิบัติได้อย่างยั่งยืน

ศูนย์ฯ แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนเลียบคลองสี่วาพาสวัสดิ์ ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร บนพื้นที่กว่า 24 ไร่ รองรับผู้ป่วยในจากโรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลใกล้เคียงในพื้นที่  ปัจจุบันกำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ในระยะที่ 1 คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในปลายปี 2566

“อย่างไรก็ดี เพื่อให้ศูนย์ฯ ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์และเป็นรูปธรรม ต้องได้รับการสนับสนุนและความร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงผู้ที่ตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความสุขนี้ได้ด้วยการสมทบทุนบริจาคสร้าง “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” เพื่อเป็นก้าวแรกของประเทศไทยในการวางรากฐานระบบสาธารณสุข และเติมเต็มระบบการดูแลผู้สูงอายุในอนาคตสู่เป้าหมายการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยอย่างยั่งยืน” ผศ. พญ.ฐิติมา ทิ้งท้าย.