28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

ศ.อุบลวัสดุ จากห้องแถวสองคูหา สู่ดูโฮม อาณาจักรวัสดุก่อสร้าง

ศ.อุบลวัสดุ จากห้องแถวสองคูหา สู่ดูโฮม อาณาจักรวัสดุก่อสร้าง

p24-weekly-ubon-01.jpg

40 ปี ในตลาดค้าวัสดุก่อสร้าง ต้องบอกว่า “ดูโฮม” มาได้ไกล และไม่ธรรมดา นั่นเพราะ ดูโฮม เติบโตมาจากการเป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้างในจังหวัดอุบลราชธานี และเริ่มต้นเพียงห้องแถว 2 คูหาในเวลานั้น กลยุทธ์เรียบง่าย ที่ได้ใจลูกค้าทั้งคนในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียง ส่งผลให้ ศ.อุบลวัสดุ (ชื่อเดิม) ได้รับการยอมรับ เป็นผลให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ปี 2526 อดิศักดิ์ และนาตยา ตั้งมิตรประชา สองสามีภรรยา เริ่มวางรากฐานธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างในนาม หจก. ศ.อุบลวัสดุ ด้วยเงินทุนประมาณ 300,000 บาท เน้นขายสินค้าคุณภาพมาตรฐานในราคาถูก กลายเป็นกลยุทธ์หลักที่ครองใจผู้บริโภคได้ในเวลาอันรวดเร็ว จากห้องแถวเพียงสองห้องในเวลานั้น ขยายเป็นขนาด 4 ห้องแถว และ 10 ห้องแถวในเวลาไม่ถึง 5 ปี 

ปี 2536 เปลี่ยนจากห้างหุ้นส่วนจำกัด จดทะเบียนเป็นบริษัท อุบลวัสดุ จำกัด อีกหนึ่งตัวการันตีว่า ศ.อุบล มีการเติบโตในอัตราเร่งที่สูง และย้ายจากพื้นที่ในอำเภอเมือง มาอยู่ในอำเภอวารินชำราบ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสาขาอุบลราชธานีในปัจจุบัน กระทั่งมีการเปลี่ยนชื่อทางการค้ามาเป็น “ดูโฮม” ในปี 2550

“เป็นคนคิดใหญ่ ไม่เคยทำอะไรเล็กๆ” คำพูดของ นาตยา ตั้งมิตรประชา ที่เคยกล่าวไว้ในงานแถลงข่าวฉลองครบรอบ 40 ปี ดูโฮม เป็นเครื่องยืนยันว่า ไม่ว่าอย่างไร ศ.อุบลวัสดุ ก็จะไม่หยุดอยู่แค่เพียงร้านค้าวัสดุก่อสร้างเล็กๆ ในจังหวัดอุบลราชธานีเท่านั้น

p24-weekly-ubon-02.jpg

เพราะช่วงปี 2553-2558 ดูโฮม ขยายสาขาไปยังจังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเน้นไปในจังหวัดที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ กำลังซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้น เช่น นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี หากมองจากตำแหน่งการขยายสาขาในพื้นที่ต่างจังหวัดของดูโฮม นี่เป็นยุทธศาสตร์ “ป่าล้อมเมือง” ที่สร้างฐานลูกค้าในพื้นที่ต่างจังหวัด เหตุผลทางธุรกิจที่สำคัญคือ การมีคู่แข่งน้อย จะทำให้ดูโฮมสามารถปั้นยอดขายและกำไรได้ ก่อนที่จะตบเท้าเข้าเมืองหลวงซึ่งเป็นพื้นที่การแข่งขันหลักของตลาดค้าวัสดุก่อสร้าง 

กระทั่ง ดูโฮม จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2562 โดยมีจุดประสงค์ที่จะระดมทุนและขยายสาขาไปยังจังหวัดอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ นั่นหมายความว่า ดูโฮม พร้อมจะสู้ศึกตลาดค้าวัสดุก่อสร้างที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูง 

ตลาดค้าวัสดุก่อสร้างมีมูลค่าสูงถึง 5 แสนล้านบาท แม้มูลค่าตลาดนี้จะสูงและหอมหวาน สร้างแรงดึงดูดให้ผู้ประกอบการที่เติบโตมาจากภูธรหาญกล้าเข้ามาท้าชิง ในขณะที่มีเจ้าตลาดครองตำแหน่งอยู่อย่างเหนียวแน่น

ด้วยชื่อชั้นและจำนวนสาขาที่ยังเป็นรองคู่แข่งอย่างไทวัสดุ และโกลบอลเฮ้าส์ ที่มีลักษณะคล้ายกันคือ เป็นโมเดิร์นเทรดแบบโอเพนแอร์ อีกทั้งยังมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้รับเหมาเหมือนกัน ทำให้ดูโฮมต้องพยายามสร้างจุดแข็งเพื่อดึงดูดลูกค้ามาที่ตัวเองให้ได้มากขึ้น

ด้วยกลยุทธ์ “ครบ ถูก ดี” ภายใต้แนวคิด Better Together ที่ดูโฮมใช้ ด้วยการให้ความสำคัญกับลูกค้าในทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป กลุ่มผู้รับเหมา/ช่าง และกลุ่มร้านค้าช่วง นอกจากจะมีสินค้าครบทุกหมวดหมู่แล้ว ดูโฮมยังเพิ่มเติมบริการ “นายช่าง” ซึ่งเป็นบริการโฮมเซอร์วิสแบบครบวงจร ทั้งการให้บริการติดตั้ง ต่อเติม ซ่อมแซม

ปัจจุบันดูโฮมมีส่วนแบ่งในตลาดค้าวัสดุก่อสร้างเป็นอันดับ 4 โดยอันดับ 1 คือ โฮมโปร จากค่ายแลนด์แอนด์เฮ้าส์ 2. โกลบอลเฮ้าส์ เครือเอสซีจี 3. ไทวัสดุ ธุรกิจในเครือเซ็นทรัล

p24-weekly-ubon-03.jpg

ขวบปีที่ 40 ของดูโฮม จากอาณาจักรค้าวัสดุก่อสร้างที่เติบโตมาจากจังหวัดอุบลราชธานี สู่แนวรบในเมืองใหญ่ ปัจจุบันดูโฮมมีสาขาขนาดใหญ่ 21 สาขา และดูโฮมทูโก (สาขาขนาดเล็ก) 8 สาขา แผนงานระยะเวลา 3 ปี ดูโฮมจะเพิ่มจำนวนสาขา โดยจะเพิ่มสาขาขนาดใหญ่อีก 3 สาขา และสาขาย่อยอีก 6 สาขา นั่นอาจทำให้ดูโฮมก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 ของตลาดค้าวัสดุก่อสร้าง แต่การขยายสาขาของดูโฮมนั้นต้องเป็นไปในอัตราที่ไม่มีการผ่อนคันเร่งแม้แต่น้อย เพราะคู่แข่งย่อมต้องมีการขยายสาขาเช่นเดียวกัน

จากเงินทุนเปิดร้าน ศ.อุบล เริ่มต้นที่ 2-3 แสนบาท ปี 2565 ดูโฮมมีรายได้กว่า 30,000 ล้านบาท สัดส่วนรายได้จากสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง 40% กลุ่มวัสดุซ่อมแซม 30% และกลุ่มวัสดุตกแต่ง 30% ขณะที่ไตรมาส 1/2566 มูลค่าสินทรัพย์รวมประมาณ 34,000 ล้านบาท

หากหลายคนจะให้คำนิยาม อดิศักดิ์ และ นาตยา ตั้งมิตรประชา ว่าเป็นเศรษฐีภูธร ก็คงไม่ผิดนัก เมื่อพิจารณาจากมูลค่าทรัพย์สินในยุคเริ่มต้น กระทั่งขยายอาณาจักรดูโฮมค้าวัสดุก่อสร้างให้ใหญ่ขึ้นได้เช่นในปัจจุบัน.