16 ก.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

บทเรียน โอเกนกิ เดสซึกะ บิ๊กซีปรับสูตรดันร้าน PURE

ปี 2556 อาณาจักรธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ภายใต้บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ตัดสินใจแตกไลน์กิจการสเปเชียลตี้สโตร์…

บทเรียน โอเกนกิ เดสซึกะ บิ๊กซีปรับสูตรดันร้าน PURE

ปี 2556 อาณาจักรธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ภายใต้บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ตัดสินใจแตกไลน์กิจการสเปเชียลตี้สโตร์ ร้านเพื่อความงามและสุขภาพสัญชาติไทย สไตล์ญี่ปุ่น OGENKI Beauty & Wellness เพื่อขยายพอร์ตและเน้นภาพลักษณ์ผู้ประกอบการไลฟ์สไตล์รีเทลรับกระแสคนรุ่นใหม่

คำว่า “โอเกนกิ” เป็นคำภาษาญี่ปุ่น หรือ “สบายดีไหม” ในภาษาไทย ถือเป็น Concept หลักของร้านที่ให้พนักงานกล่าวทักทายลูกค้าทุกคนที่เข้ามาใช้บริการภายในร้านว่า “โอเกนกิ เดส ซึกะ” เพื่อแสดงถึงความห่วงใยแบบไทยๆ

ในเวลานั้น แม้ทิศทางของโอเกนกิเหมือนการซุ่มเงียบเปิดสาขา เนื่องจากอยู่ในช่วงทดลองตลาด เพื่อสรุปจุดเหมาะสมที่สุด ทั้งรูปแบบ ขนาดร้าน ทำเล กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สินค้า และกลยุทธ์ต่างๆ แต่ถือเป็นการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง เพราะมีทั้งเจ้าตลาดอย่างวัตสันและบู๊ทส์ ร้านเพรียวของกลุ่มบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ ซึ่งยังอยู่ในภายใต้คาสิโนกรุ๊ป ประเทศฝรั่งเศส ร้านโปรเจ็กต์เอ็กซ์ตร้าของกลุ่มซีพีออลล์ที่ปูพรมตามร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น และร้านซูรูฮะในเครือสหพัฒน์

สำหรับโอเกนกิสาขาแรกปักหมุดเจาะทำเลย่านอโศก กลุ่มออฟฟิศ คนทำงาน ผู้อยู่อาศัยกำลังซื้อสูงระดับ A-B เน้นสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟนำเข้าจากญี่ปุ่น รวมมากกว่า 1,000 รายการ มีเภสัชกรให้คำปรึกษาพร้อมมุมตรวจสุขภาพ และนำเสนอบริการแบบ “One Stop Service” ซึ่งไม่ใช่แค่เกมปลุกปั้นสเปเชียลตี้สโตร์แบรนด์ใหม่ แต่บีเจซียังต้องการสร้างหน้าร้านปล่อยสินค้าในเครือ ทั้งกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มเวชภัณฑ์ กลุ่มเครื่องเขียน ไลฟ์สไตล์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา

กระทั่งปี 2559 กลุ่มเจริญสามารถฮุบดีลใหญ่ ทุ่มเม็ดเงิน 2 แสนล้านบาทซื้อกิจการบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ในไทย ซึ่งถือเป็นประตูต่อยอดธุรกิจอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกลุ่มสเปเชียลตี้สโตร์ที่สามารถเติบโตไปพร้อมๆ กับของบิ๊กซี

อย่างไรก็ตาม บทเรียนที่เห็นได้ชัดเจน กรณีโอเกนกิ สไตล์ Japanese Modern กลับไม่สามารถฉีกแนวออกจากคู่แข่งยักษ์ใหญ่และยังเจอปัญหาการหาทำเลที่มีศักยภาพ ทำให้การขยายสาขาไม่บรรลุเป้าหมาย ทั้งที่ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บีเจซี เคยหมายมั่นจะปูพรมสาขามากถึง 20 แห่งในปีเดียว แต่หลายปีที่ดำเนินกิจการผุดสาขาได้เพียง 9 แห่ง ได้แก่ สาขาอโศกทาวเวอร์และสาขาใน 8 ศูนย์การค้า คือ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เซ็นทรัลพลาซาพระราม3 เซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน โรบินสัน บางรัก เซ็นทรัลพลาซา บางนา เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ และซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์

สุดท้าย บีเจซีต้องเลือกปรับเปลี่ยนโอเกนกิเป็นร้านเพรียว (PURE) ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ-ความงามในกลุ่มบิ๊กซีเดิม เพื่อขยับสู่กลุ่มเป้าหมายแมสมากขึ้นและสร้างเครือข่ายดรักสโตร์ต่อสู้กับคู่แข่ง โดยมีสาขามากกว่า 140 แห่ง ชูภาพลักษณ์ร้านขายยาคนไทย หัวใจคือสุขภาพของลูกค้า

ขณะที่ปี 2564 กลุ่มบิ๊กซียังเพิ่มไลน์ร้านขายยา “สิริฟาร์มา” จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ในราคาขายส่งให้ผู้บริโภคตั้งแต่ชิ้นแรก โดยเดิมตั้งเป้าเปิดให้ได้ 11 แห่งทั่วประเทศ ภายในปี 2569 แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่มีการขยายสาขาใหม่ และเปิดให้บริการเพียงสาขาต้นแบบที่พรานนกแห่งเดียว

ล่าสุด บีเจซีเคลื่อนไหวเปิดเกมรุกสงครามรีเทลอีกครั้ง ประกาศแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ จัดพอร์ต โฟลิโอแยกธุรกิจการค้าปลีก การค้าส่ง การสั่งผลิต การนำเข้าและการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการพัฒนาและการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มค้าปลีกค้าส่ง ให้รวมอยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัท บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BRC และเตรียมดัน BRC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกินร้อยละ 29.98 ของทุนชำระแล้วทั้งหมด

ที่สำคัญ ดึง อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่คนแรกของ BRC และแต่งตั้ง ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบีเจซี

ปัจจุบันบิ๊กซีมีฐานลูกค้าผ่านบัตรสมาชิกกว่า 18 ล้านราย มีเครือข่ายร้านค้าปลีก ได้แก่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์, บิ๊กซี ดีโป้, บิ๊กซี มินิ, บิ๊กซี ฟู๊ด เซอร์วิส ร้านโชห่วย “โดนใจ” มีโมเดลตลาดกลางแจ้งทิพย์นิมิตร ตลาดครอบครัว ตลาดเดินเล่น มีร้านกาแฟวาวี ร้านหนังสือเอเซียบุ๊คส และร้านยาเพรียว ซึ่งคาดว่าจะมีการอัดกลยุทธ์ครั้งใหญ่ทั้งพอร์ตอย่างแน่นอน.