12 ส.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

“ธงชัย บุศราพันธ์” การกลับมาอีกครั้งในบ้านหลังเดิม

“ธงชัย บุศราพันธ์” คือหนึ่งในกำลังสำคัญของ “กิตติ ธนากิจอำนวย” ในการปลุกปั้นบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อ 32 ปีก่อน…

“ธงชัย บุศราพันธ์” การกลับมาอีกครั้งในบ้านหลังเดิม

“ธงชัย บุศราพันธ์” คือหนึ่งในกำลังสำคัญของ “กิตติ ธนากิจอำนวย” ในการปลุกปั้นบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อ 32 ปีก่อน จนสามารถนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ในปี พ.ศ. 2540 และกลายเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่มีเอกลักษณ์และน่าจับตามอง

ถ้าย้อนกลับไปในปี 2534 “ธงชัย บุศราพันธ์” คือนิสิตจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เริ่มเข้ามาทำงานในโนเบิล บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้เป็นน้าอย่าง “กิตติ ธนากิจอำนวย” เป็นผู้ก่อตั้ง และเข้ามาทำอย่างเต็มตัวทันทีที่เรียนจบพร้อมกลุ่มเพื่อนที่ชักชวนกันมา

คุณธงชัยถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการปลุกปั้นโนเบิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามาช่วยคิดและพัฒนาโครงการต่างๆ ของโนเบิลจนกลายเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่แตกต่างและโดดเด่น นับตั้งแต่โครงการแรกอย่าง “โนเบิล พาร์ค” (Noble Park) คอนโดมิเนียมแนวราบที่เป็นโครงการสร้างชื่อให้กับโนเบิลและตัวของเขาเอง ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่สร้างคอนโดมิเนียมแนวราบออกสู่ตลาดและได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี

ปี 2540 คุณธงชัยสร้างการเติบโตให้กับโนเบิลไปอีกขั้น ด้วยการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เป็นผลสำเร็จ แม้ว่าต้องเผชิญกับวิกฤตต้มยำกุ้งที่เกิดขึ้นไม่นานหลังจากนั้น จนทำให้บริษัทฯ เสียศูนย์ไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ในที่สุดเขาก็สามารถนำพาโนเบิลก้าวข้ามวิกฤตครั้งนั้นไปได้ด้วยวิธีคิดที่ต้องเรียกได้ว่านอกกรอบ เพราะเลือกที่จะไปลงทุนในหนี้สินด้อยค่าเพื่อสร้างโอกาสในการหาแหล่งเงิน

หลังร่วมงานกับโนเบิลมายาวนานถึง 20 ปี คุณธงชัยกลับสร้างความแปลกใจให้กับสังคมด้วยการประกาศลาออกจากโนเบิล องค์กรที่เขาปลุกปั้นมากับมือ เพื่อออกไปสร้างธุรกิจของตัวเอง

ปี 2556 ข่าวการซื้อที่ดินแปลงใหญ่ระหว่างซอยสุขุมวิท 22 และ 24 ของธงชัย สร้างความฮือฮาให้กับแวดวงอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก ด้วยราคาซื้อต่อตารางวาสูงที่สุดในประเทศ ณ เวลานั้น จนกลายเป็นอีกหนึ่งตำนานแห่งการซื้อที่ดินในกรุงเทพฯ และถือเป็นดีลสำคัญในชีวิตของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างเขาเลยทีเดียว

ในปีเดียวกันเขาจับมือกับกลุ่ม “ลิปตพัลลภ” พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่บนที่ดินที่ซื้อมาในชื่อ “Park 24” หรือ พาร์ค 24 โครงการคอนโดมิเนียมมูลค่า 15,000 ล้านบาท โดยบริหารงานภายใต้บริษัท พราว เรสซิเดนซ์ จำกัด ซึ่งธงชัยนั่งในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และมีครอบครัวลิปตพัลลภเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 70%

คุณธงชัยสร้าง “Park 24” จนประสบความสำเร็จ ก่อนที่จะขายโครงการให้กับบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ไปบริหารต่อ ส่วนตัวเขาเองตั้งใจที่จะเกษียณอายุ แต่ในระหว่างนั้น “กิตติ ธนากิจอำนวย” ติดต่อขอให้เขากลับเข้ามาบริหารโนเบิลอีกครั้งหนึ่ง เพราะโนเบิลกำลังประสบปัญหาและสูญเสียศักยภาพทางการแข่งขันในตลาด และด้วยความผูกพันที่มี อีกทั้งกลุ่มเพื่อนที่เคยชักชวนกันมาร่วมบุกเบิกในช่วงก่อตั้งยังคงอยู่ในโนเบิลเช่นเดิม ทำให้เขาตัดสินใจกลับไปยังโนเบิลอีกครั้ง

หลังออกจากโนเบิลไป 7 ปี เขาหวนคืนบ้านหลังเดิมในปี 2562 ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมและกรรมการผู้จัดการ พร้อมการถือหุ้นในสัดส่วน 23.32% และประกาศทำให้โนเบิลกลับมาเติบโตอีกครั้ง

ที่สำคัญการกลับมาครั้งนี้เขามาพร้อมพันธมิตรที่จะเข้ามาเสริมศักยภาพของโนเบิล อย่าง แฟรงค์ เหลียง จากฟัลครัม โกลบอล แคปิตอล (Fulcrum Global Capital) กองทุน Private Equity ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ โดยแฟรงค์เข้ามาถือหุ้นโนเบิล 24.9% และยังรั้งตำแหน่งรองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมอีกด้วย นอกจากนั้น ธงชัยยังดึงบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มาเป็นอีกหนึ่งพันธมิตร โดยบีทีเอสถือหุ้นจำนวน 9.9%

สิ่งที่คุณธงชัยทำหลังเข้ามานั่งบริหารโนเบิลอีกครั้งคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น เสริมจุดแข็งของโนเบิล ปรับปรุงระบบการบริหารงาน ศึกษาตลาดทั้งในและต่างประเทศให้มากขึ้น โดยเขารับหน้าที่ดูแลการพัฒนาโครงการของโนเบิลทั้งหมด ในขณะที่ แฟรงค์ เหลียง รับผิดชอบด้านการตลาดและการลงทุนต่างประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มรายได้เป็นปีละ 10,000 ล้านบาทใน 3 ปีข้างหน้า และทำให้โนเบิลติด 1 ใน 10 ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้ได้ภายใน 3 ปี

เขาเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ให้กับโนเบิลด้วยการเปิดตัวแบรนด์คอนโดมิเนียมใหม่ในชื่อ NUE คอนโดมิเนียมระดับกลาง ในราคาที่จับต้องได้ เน้นทำเลแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการขยายตัวของกรุงเทพฯ เพื่อสร้างยอดขายและกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่โนเบิลไม่เคยทำมาในอดีต

ซึ่งคอนโดมิเนียมแบรนด์ NUE ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นับถึงสิ้นปี 2565 เปิดตัวโครงการมาแล้วทั้งสิ้น 15 โครงการ ยอดขายรวม 34,200 ล้านบาท และปีนี้โนเบิลยังมีแผนเปิดตัวอีกหลายโครงการที่กำลังตามมา อีกทั้งสัดส่วนของลูกค้าต่างชาติก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปีแรกที่เขากลับเข้ามาบริหาร โดยสามารถสร้างยอดขายจากตลาดต่างประเทศได้ถึง 3,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50% ของยอดขายทั้งหมดในปี 2562

“อีกหนึ่งเรื่องที่โนเบิลแตกต่างเป็นอย่างมากจากเจ้าอื่น คือ ‘Oversea Industry’ แน่นอนตั้งแต่ผมกลับเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นและผู้บริหารที่โนเบิล ผมพาคุณแฟรงค์มาด้วย ซึ่งผมรู้จักเขาตั้งแต่ตอนทำพาร์ค 24 โดยคุณแฟรงค์มีบทบาทในการพัฒนาและสร้างสถานะของโนเบิลในการเป็นผู้นำตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขายคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ไปยังลูกค้าต่างชาติ”

ด้วยกลยุทธ์ที่วางไว้ทำให้โนเบิลกลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เฉพาะปี 2565 เปิดตัวโครงการใหม่ไปถึง 11 โครงการ รายได้แตะ 10,000 ล้านบาทต่อปี แม้ต้องเผชิญกับผลกระทบวิกฤตโควิด-19 ก็ตามที

ในแง่ภารกิจการพลิกฟื้นโนเบิลของธงชัยนี่คือสิ่งที่เรียกได้ว่าประสบผลสำเร็จ และทำให้บ้านหลังเดิมของเขากลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง เพราะวันนี้โนเบิลสามารถกลับมาแข่งขันและโลดแล่นในตลาด มีโครงการที่อยู่อาศัยในพอร์ตโฟลิโอครบทุกประเภททั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียมทั้งแนวสูงและแนวราบ ที่สำคัญยังสามารถไต่ระดับมาอยู่ในอันดับที่ 6 ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเวลาเพียง 3 ปี

แต่มากไปกว่าความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ คุณธงชัยยังให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตของลูกค้า เพื่อพัฒนาให้ลูกค้ามีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตที่ดี การออกแบบโครงการตลอดจนการบริหารจัดการของโนเบิลจึงคำนึงถึงสิ่งนี้เป็นสำคัญ

อีกสิ่งหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญคือการส่งเสริมสังคมรอบด้านให้น่าอยู่ นั่นทำให้เขาเปลี่ยนพื้นที่ของสำนักงานโนเบิลย่านเพลินจิตที่สามารถสร้างรายได้ได้ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ในชื่อ “noble PLAY” แทน เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มคนทำงานเล็กๆ มีโอกาสได้เผยแพร่ผลงาน และเป็นช่องทางให้กับธุรกิจที่มีความสามารถแต่ไม่มีพื้นที่ได้เข้ามาใช้ด้วยเช่นกัน ซึ่งโนเบิลยังได้รับคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้เป็น Thailand Sustainability Investment (THSI) หรือ หุ้นยั่งยืน อีกด้วย

ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจึงถือได้ว่าเป็นช่วงแห่งการรีสตาร์ตของโนเบิล และเป็นที่น่าสนใจว่าในอนาคตโนเบิลภายใต้การนำของนักสร้างบ้านมืออาชีพอย่าง “ธงชัย บุศราพันธ์” จะมีอะไรมาสร้างความแปลกใหม่ให้กับแวดวงอสังหาริมทรัพย์ในไทยอีกบ้าง.